คำสอนหลวงพ่อ

by admin admin ไม่มีความเห็น

การบำเพ็ญบารมี (เพื่อจะอยู่ในนรก)

การบำเพ็ญบารมี (เพื่อจะอยู่ในนรก)



นี่การบำเพ็ญบารมีเพื่อจะอยู่ในนรกขุมใหญ่ บำเพ็ญกันให้ครบ ๑๐ อย่างดีไหม บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท

เอ๊ะ..๑๐ อย่างนี่ ไม่มีน้ำเมาไว้ด้วยนะ น่ากลัวนรกขุมใหญ่นี่เขาไม่รับคนชอบดื่มเหล้า คนชอบดื่มเหล้านี่ควรจะดีใจนะ นรกขุมใหญ่เขาไม่รับแล้ว มันดีไม่พอ อย่าลืมนะบรรดาท่านผู้ฟัง และญาติโยมพุทธบริษัทที่กำลังรับฟัง และพระคุณเจ้าที่เคารพ อยากจะไปนรกท่องให้ดีนะ เฉพาะนรกขุมใหญ่

๑. พยายามฆ่าสัตว์เข้า

๒. ลักทรัพย์ ขโมยทรัพย์ ปล้นทรัพย์ แย่งชิงทรัพย์ คดโกงทรัพย์ ใครเขามาทำบุญสุนทาน กันเข้ากระเป๋าไว้บ้าง

๓. ไอ้เรื่องกาเมสุมิจฉาจาร เหมาะเมื่อไรว่าเมื่อนั้น ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องเลือกจะเป็นลูกใคร เมียใคร ขี้ข้าใคร คนรับใช้ใคร ลูกจ้างใคร ไม่เกี่ยว มีโอกาสจัดการเรื่อยไป แล้วผัวใครด้วยนะ

๔. เรื่องความจริงไม่ต้องพูดกัน โกหกมันดะ

๕. ยุยงส่งเสริมให้แตกร้าวกันเสีย มันสนุกดี มันทะเลาะกันได้ มันตีกันได้ มันฆ่ากันได้ เราสบายใจ

๖. เรื่องวาจาสุภาพอย่าไปพูดมัน พูดหยาบ ๆ คาย ๆ มึงวาพาโวย ด่าพ่อล่อแม่ใครก็ได้ตามอัธยาศัย

๗. เรื่องที่เป็นเรื่องอย่าพูด พูดมันแต่เรื่องที่เลอะเทอะเปรอะเปื้อน

๘. ทรัพย์สินของใครมีอยู่ ถ้าชอบใจ ตั้งใจเลยว่า เราจะขโมยของเขา

๙. จองล้างจองผลาญ จ้องประหัตประหารมันเรื่อยไปไม่ว่าใคร

๑๐. คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าไม่มีความหมาย เราไม่เชื่อ มาพูดอะไรกัน เรื่องสวรรค์ เรื่องนรก เรื่องอะไรต่ออะไรไม่เห็นมีความหมาย เราไม่เชื่อ

เอาละ บำเพ็ญบารมี ๑๐ อย่าง อย่างนี้พอ พอที่จะลงนรกขุมใหญ่ได้แบบสบาย ๆ พระยายมไม่รังเกียจ

ตานี้ มานรกขุมเล็กอีก ๑๐ ขุม เรียกกันว่า ยมโลกียนรก ทำรับเฉพาะ เรียกว่ารับเฉพาะ ไม่ใช่นรกแป๊ะเจี๊ยะ ทำอย่างนี้อยู่ขุม ๑ ได้ ทำอย่างนี้อยู่ขุม ๒ได้ เขาเรียกกันว่าอะไร จะพูดบารมีให้ฟัง เวลามันใกล้จะหมด

ถ้าอยากจะอยู่นรกขุมที่ ๑ ฆ่าสัตว์ให้หนักอยากจะอยู่นรกขุมที่ ๒ เจ้าชู้ให้หนักอยากจะอยู่นรกขุมที่ ๓ ลักขโมยให้หนัก คดโกงเขาให้หนัก

ขุมที่ ๔ ดื่มน้ำเมาให้หนักขุมที่ ๕ โกงเงินทำบุญให้หนัก ทายกกับพระนี่ระวังนะ ระวัง ถ้าชอบใจอยู่ ขุมที่ ๕ สำหรับยมโลกียนรก โกงให้หนักขุมที่ ๖ เป็นข้าราชการ โกงให้หนักขุมที่ ๗ เรื่องซื่อตรงไม่มีสำหรับเขาขุมที่ ๘

เรื่องเมตตาปรานี ไม่มีสำหรับเขาขุมที่ ๙ ด่าดะไม่เลือกว่าใครขุมที่ ๑๐ ซ้อมคู่ครองให้หนัก

นี่เป็นบารมีสำหรับยมโลกียนรกส่วนใหญ่ คนฆ่าสัตว์แล้วก็เลยลงนรกขุมใหญ่มาก่อน พ้นจากนรกขุมใหญ่แล้วเข้านรกบริวาร ๔ ขุม แล้วจึงมาเข้าขุมที่ ๑ นี่เขามาคิดบัญชีกันต่างหากเฉพาะอย่าง สำหรับนรกขุมใหญ่น่ะ เป็นนรก

แป๊ะเจี๊ยะ ไม่ยอมคิดบัญชีให้ เรียกว่าอะไร ๆ ก็ไปรวมอยู่ก่อน เสร็จจากนรกขุมใหญ่ ก็มาไล่เบี้ยกันทีหลังว่าแกมีโทษอะไรบ้าง ฉันจะจัดการกับแกตามโทษนั้น

เอาละ บรรดาญาติโยมพุทธบริษัททุกท่าน นี่พูดไปพูดมา พูดมาพูดไป ก็เห็นว่าจะหมดเวลา ๓๐ นาทีเสียแล้วกระมัง เพราะดูเวลามันก็หมดแล้วนี่ เมื่อหมดแล้วสำหรับพุธนี้ ก็ยังไม่ได้อะไร เพียงแต่ได้อารัมภบทมาบำเพ็ญบารมีลงนรกกัน เมื่อรู้บารมีแล้ว ก็ตั้งใจไว้จะไปนรกขุมไหน

เอาละ สำหรับวันนี้ก็หมดเวลาแล้ว อาตมาก็ขอลาก่อน ขอความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคลสมบูรณ์พูนผล จงมีแด่บรรดาท่านศาสนิกชนผู้รับฟังทุกท่าน สวัสดี

by admin admin ไม่มีความเห็น

อยากได้อภิญญา เอาแน่หรือ? เอาแน่นะ

อยากได้อภิญญา เอาแน่หรือ? เอาแน่นะ

ผู้ถาม : “กราบเท้านมัสการหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง ลูกอยากเรียนถามหลวงพ่อว่า การที่เราฝึกมโนมยิทธิแล้ว โดยใช้ภาพพระพุทธรูปแก้วใสของหลวงพ่อจับเป็นกสิณกับใช้ภาพองค์สมเด็จพระพุทธชินราชจะได้ผลเหมือนกันหรือไม่ เพราะผมตั้งใจแล้วว่าอนาคตผมเอาอภิญญาหกให้ได้ขอรับ”


หลวงพ่อ
 : “เอาแน่หรือ? เอาแน่นะ…”


ผู้ถาม
 : “อ้อ! มโนมยิทธินี่ถ้าพูดถึงว่าจับพระพุทธรูปใส…”


หลวงพ่อ
 : “ได้ ๒ อย่าง อะไรก็ได้ อภิญญานี่ต้องได้กสิณทั้ง ๑๐ นะ อย่าทำเตาะแตะส่งเดชไป กสิณทั้ง ๑๐ นี่ต้องคล่องทั้งหมด แล้วก็เดินหน้าถอยหลังได้ เข้าฌานสลับฌานได้ ทำสลับฌานได้ ยากแล้วนะ เอางี้สิ! ถ้าฝึกต้องการอภิญญาหก ฝึกไปนิพพานง่ายกว่าเยอะ! ดีกว่าเยอะ! ไม่ได้เกิดประโยชน์”


ผู้ถาม
 : “ความจริงมโนมยิทธิก็เหลือกินเหลือใช้แล้ว..”


หลวงพ่อ
 : “ก็แค่นั้นแหละ! ได้อภิญญาหกก็แค่นั้นแหละ ไปได้เท่ากัน “


ผู้ถาม
 : “แต่ฆราวาสได้แค่ ๕ หรือ ๖ ก็ได้ครับ…”


หลวงพ่อ
 : “ถ้า ๖ ต้องเป็นพระอริยเจ้านะ อันที่ ๖ อาสวขยญาณไงล่ะ! ความจริงเอาแค่เป็นพระอริยะดีกว่า อภิญญาเฉย ๆ จะทำอะไรกัน ได้มโนมยิทธิก็ถมเถไปแล้ว.. “

Top