เรื่องเล่าของครู

by admin admin ไม่มีความเห็น

ตอนที่ 54

แก่อีกปี

สวัสดีครับ วันนี้วันที่ 25 ตุลาคม 2556 กราบขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูงที่ให้ความเมตตา ปราณีผม อวยพรวันคล้ายวันเกิดอีกปีนึง  ชักเริ่มๆแก่แล้ว บางคนอวยพรผมไอ้เราก็คิดว่าเออไอ้นี่ใครวะกูไม่รู้จัก หรือว่ากูรู้จักแต่จำไม่ได้ แต่ก็ดีๆพวกท่านเหล่านี้มีความเมตตา ปราณีกับผมคนบ้าๆบอๆ ก็ขอขอบน้ำใจทุกท่านที่ห่วงใย  เมตตา  อ่อ ขอบ่นซักหน่อย นี่พ่อคุณแม่คุณทั้งหลาย อย่าให้ผมดูนู้นนี่ให้มากมายนักเลย  ถามแต่ผมแล้วท่านจะเก่งได้ยังไง  ชอบจริงๆให้ผมส่องเนี้ย เดี๋ยวนี้ไม่ชอบส่องแล้ว ผมมักจะปิดความเป็นทิพย์ ปิดยังไง ก็พยายามทรงอารมณ์รู้ลมหายใจไว้เข้าๆ ออกๆรู้ลมเสียก็หมดเรื่อง

 พออารมณ์มันอยู่ที่ฌานสมาธิมันก็จะไม่เป็นเรื่องละ  วันก่อนก็มีผีป้าแก่หัวหงอกมานั่งบ่นนู้นนี่กับผม  ไอ้เราก็ต้องรักษามารยาทฟังแก  หรือหลายๆครั้งไปนอนโรงแรมต่างจังหวัด ก็เจอผีบ้างไม่บางครั้งมันเจอตลอด  บอกตรงๆกลัวครับไม่ใช่แค่ผี เจอแม่ตัวเองเดินในบ้านตอนดึกๆไฟสลัวๆยังตกใจร้องลั่นบ้าน บางครั้งบาสมันเดินไปเดินมาเปิดประตูไอ้เราก็ตกใจเพราะคิดว่ามันไม่อยู่บ้านบ้าง  เห็นมั้ยล่ะเจอแบบไม่ตั้งตัวก็กลัวเหมือนกัน  ยิ่งอีเด็กผีลูกกรอก กุมารทอง ยิ่งไปก้นใหญ่ แรกๆมาคุยหลังๆพ่อมันด่าเพราะมันมาแบบแปลกๆ อีกอย่างผมก็ไม่ใช่นางสาวไทยที่จะรักเด็ก ไอ้ผมนี่ประเภทใช้เด็ก  บางทีก็คิดว่าเออพวกนี้มันเกิดสมัยหลายร้อยปีที่แล้ว  มันจะรู้จักแอร์มั้ย มอเตอร์ไซค์อีก ใช้ให้มันไปขายของแหมมันเป็นเด็กไม่ใช่เซลล์  หรือให้ไปตามเงินลูกค้า มันก็อาจเกินวิสัยผีเด็กหลังๆก็ไม่ได้ใช้งานผีเด็ก  พอห่างๆผีเด็กไปเจอผีทั่วไปก็ตกใจบ้าง  เพราะบางทีเราอยู่คนเดียวจู่ๆมาไม่ได้รับเชิญ  เออนอกเรื่องไปไกล  กลับมาเรื่องเราดีกว่า  

คิดย้อนกลับไปตั้งแต่วันที่เกิดผมจำอะไรไม่ได้เลยถ้าจำได้นี่แปลก ผมว่าหลายท่านที่ได้มโนมยิทธิก็คงไม่ค่อยมีใครย้อนไปดูวันที่ตัวเองเกิด คนเรานี่มีเรื่องราวในชีวิตเยอะ  ผมนี่ก็เยอะ  เฉียดตายก็หลายครั้ง  กว่าจะโตนี่เอาเรื่องเหมือนกัน วันเกิดนี่เห็นเขาฉลองกันเราก็คิด โอ้หนอพวกมึงฉลองเพราะเกิด มันดีตรงไหน มันต้องฉลองไม่ลงมาเกิด  อันนี้ดิค่อยน่าหน่อย  วันคล้ายวันเกิดผมนอนทั้งวัน  ตื่นมาดูทีวีดูไปดูมาทีวีก็ดูผมบ้างผลัดกัน  จะออกไปทำบุญก็ขี้เกียจออก  แดดร้อน รถติด แหมทำวันไหนก็ได้ไม่เห็นมันจะสำคัญตรงไหน  ผมก็ไปมันพรุ่งนี้แล้วกัน  ปล่อยปลาซะหน่อยเผื่อตายช้าลงอีกนิด  ความตายนี่ต้องคิดกันทุกวัน  เราอาจตายวันนี้หรืออีกชั่วโมงข้างหน้าก็เป็นได้   หลายท่านอยากฟังเรื่องตื่นเต้นผมก็จะจัดเรื่องตื่นเต้นให้ดีมั้ย  เอาเรื่องไหนดี ผีๆเทพๆก็แล้วกัน  มีหลายคนเนี้ยคุยกับผมก็บอกอยากดูนู้นนี่นั้นได้บ้าง  จะบอกให้นะเมื่อก่อนนี้ตอนผมยังไม่เคยฝึกก็อยากรู้อยากเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่รู้ไม่เห็น  พอได้ญานต่างๆมันก็ไม่อยากรู้ไม่อยากเห็นอะไร  แปลกดีมั้ยล่ะ  มันเฉยๆซะหนิ

ที่สำคัญอย่างยิ่งหากคุณได้เจโต  แล้วคนใกล้ตัว  คนในครอบครัวโกหกคุณ  บางทีมันก็รู้สึกเหมือนกันนะว่าทำไมไม่บอกตรงๆพูดตรงๆ  หรือต้องการรักษาน้ำใจเรา  แต่เรานี่ดิรู้ว่าพูดไม่จริง  เมื่อก่อนผมจะเค้นว่าให้พูดตรงๆ  เดี๋ยวนี้ก็เออพูดไม่ตรงไม่เป็นไรแต่ผมรู้ว่าถ้าพูดตรงๆจะพูดว่าอะไร  ถามหน่อยมันดีตรงไหนในทางโลก  บางทีทำให้เราทุกข์  ทางธรรมมันก็ดีแบบปลงๆ  ก่อนหน้านี้ก็มีคนมาเล่าให้ฟังว่า  ผมเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้  พูดในบางเรื่องที่ละเอียดอ่อนแบบตรงไปตรงมา  บางทีเขารับไม่ได้ผมก็มาคิดว่าพวกนี้มันดัดจริตจริงหนอ  การพูดตรงไปตรงมาเข้าประเด็นหรือการพูดเรื่องส่วนตัวของผมเองมันเป็นการเล่าเรื่องจริง  ประสบการณ์จริง  บอกตรงๆ  แต่บางคนรับไม่ได้  อันนี้ช่างแม่งมัน  เรื่องของพวกมันไม่เกี่ยวกับเรา  มีเยอะนะในสังคมนักบุญเนี้ย

 มือถือสากปากถือศีลแต่นินทาชาวบ้าน  เจอมาพูดใกล้ๆนี่ต้องเอาเลือดปากออกเสียดีมั้ย  การเป็นนักบุญมันต่างกับนักปฏิบัติ  ทำไปเถอะบุญน่ะทำไว้เลี้ยงตัวตอนตาย  แต่นักปฏิบัติเนี้ยเขาเน้นเกลาจิต  อบรมขัดเกลาให้จิตมันห่างจากความเลว  ห่างจากเรื่องติฉินนินทา  ว่าร้ายผู้อื่นลับหลัง  อันนี้ไม่ได้ว่าใครนะแต่ด่าพวกดัดจริต  ผมว่าการที่เราไม่รู้เรื่องชาวบ้านแล้วไปพูดให้เขาเสียหายนี่มันน่านะ  การพูดตรงไปตรงมาความจริงเป็นการดีแต่บางทีก็เป็นภัยกับตัวเอง  อย่างผมนี่พูดตรงเกินไม่ใช่พูดไม่คิดนะผมคิดแล้วถึงพูด  เอาตรงๆนี่แหละ  เพื่อนแม่ผมโทรมาขอร้องให้คุยกับผมหน่อยว่างานประมูลงานนี้ขอ  ช่วยบอกลูกให้หน่อย  แม่ผมบอกว่าไงรู้มั้ย  ต้องคุยกับบอลเองนะ  ลูกพี่มันไม่เหมือนชาวบ้าน  มันตรงไปตรงมา  กติกาการประมูลยื่นซองเป็นแบบไหนมันก็ทำแบบนั้น  อันนี้พี่ไปห้ามลูกไม่ได้หรอก  ต้องโทรไปคุยกันเอง  แถมยังบอกแม่ผมว่าเดี๋ยวมีงานออกอีกค่อยมาเอางานหน้า   แน่ะเห็นมั้ยเอาง่ายๆเข้าทางแม่ยังห้ามผมไม่ได้  

ความจริงผมเป็นคนเข้าใจอะไรง่ายๆนะไม่ได้ดื้อรั้นไปซะทุกเรื่อง  แต่ไอ้เรื่องมาหลอกเรางานหน้าเนี้ยผมเจอประจำ   เนี้ยเห็นมั้ยคนเราพูดเพื่อให้ได้ประโยชน์ใส่ตัว  ถ้าพูดตรงๆว่างานนี้ขอ เพราะอย่างนั้นอย่างนี้มีเหตุมีผล  ผมให้ได้แต่เสือกมาหลอกเรื่องงานหน้า  แหมมันน่ามั้ย  ผมบอกแม่ไปว่าให้โทรมาคุยเอง  แต่ผมรู้อยู่แล้วครับไม่มีใครกล้าโทรคุยกับผมแน่นอน  ผมไม่เหมือนชาวบ้านจริงๆ  หลายท่านคงอยากรู้ว่าผมคุยยังไง  ผมไม่ได้ไปว่าอะไรเขาหรอกถ้าเขาโทรมาแต่จะบอกเขาว่า  ถ้าอยากได้ของยี่ห้อที่ต้องการให้เอาเงินส่วนตัวไปซื้อครับ  อย่าเอาเงินภาษีของผมไปซื้อ  กติกามีก็ต้องรักษา  ผมก็ขายของตามกติกา  เนี้ยผมมันเป็นแบบนี้จริงๆ  กลายเป็นคนขวางเส้นทางผลประโยชน์เขาไปเสียหมด  บางทีเขาก็ด่าผมไอ้เด็กเวร  ไอ้คนนี้มันแข็งบ้าง  ไอ้นี่มันแน่มาจากไหนบ้าง  เห็นมะชีวิตมันไม่ง่ายครับ   บางครั้งผมก็บอกนะว่าพี่ๆผมจะเอาพี่ติดคุกนะถ้าทำแบบนี้  หรือบางคนไม่กลัวผมก็จะบอกว่าผมจะเอาเงินกำไรผมทั้งหมดมาจ่ายเพื่อเอาเรื่องพี่ให้ถึงที่สุด  เมียกับลูกพี่ต้องรู้ว่าพี่เป็นคนแบบไหน  บางทีนึกบ้าๆขึ้นมาแจ้งกองปราบไปจับซะหนิพวกฮั๋วประมูลเนี้ย  คำว่าข้าราชการเนี้ยมันต้องทำงานเพื่อแผ่นดิน  เพื่อชาติ  ไม่ใช่เพื่อตัวเอง ถ้าทำเพื่อตัวเองลาออกมาค้าขายเถอะ    

มาเรื่องผีๆเทพๆเถอะ  เมื่อวันก่อนน้องผมไลน์มาหาส่งรูปห้องพระบ้านแม่ของเมีย  เรียกว่าแม่ยาย เออบ้านแม่ยายน้อง  มันส่งรูปห้องพระมาให้ดูแล้วถามผมว่าเป็นยังไงมั่ง

 ผม: ก็บอกเข้าไปแล้วอึดอัดมั้ยล่ะ

บาส:ดูให้หน่อย

ผม: แม่ยายนี่ติดเรื่องวาจานะ

บาส:เข้าไปแล้วอึดอัดมาก

ผม:นั่นแหละเป็นต้นเหตุของการเจ็บออดๆแอดๆ

บาส:รู้สึกไม่ดีมากๆ

ผม:ปวดเนื้อปวดตัวเจ็บข้อกระดูก

บาส:ไว้ว่างมาดูให้ได้ป่าว

ผม:แกดูเองไม่ได้หรอ (แม่ยายบาสเป็นร่างทรงครับ)

บาส:ป่วยเดินไม่ได้

ผม:แกจะฟังพี่หรอ

บาส:ฟัง

ผม:ญานแกเสื่อมหมดละคงต้องสอนกันยกใหญ่แกปฏิบัติตอนนั้นเพราะทุกข์

บาส:คงงั้น  วาจากะใคร

ผม:ศีลพร่อง เทพ ตอนนั้นทุกข์นี่ยอมทุกอย่างแต่พอคลายจากทุกข์แกทิ้ง พอทุกข์ก็วิ่งเข้าหาอีกวนไปวนมาอยู่แบบนี้แกถึงได้ป่วยไง ถ้าแกฟังพี่ไม่มีมานะถือตัวถือตนแกจะไปได้ดีมาก  พี่แนะนำนิดเดียวแกทำต่อ      ได้สบาย

บาส:มาช่วยแกหน่อยดิ ถือว่าสงเคราะห์

ผม:ตอนนี้หรอ

บาส:ว่างวันไหน

ผม:ตอนนี้ว่าง

บาส:มามั้ย

ผม:แน่ใจหรอว่าแกฟังพี่

บาส:มาเลย แกฟัง ม๊ายังบอกมาช่วยม๊าที  มาได้ป่าว

อีตอนนี้มีเทพมายืนมองผมอยู่ครับ แหมกะงีบซะหน่อยเพิ่งออกไปทำบุญมา  ขี้เกียจออกไปอีก ทำไงล่ะเจ๊แกมายืนมองยิ้มสวยอยู่ กดดันกูอีก  ไปก็ได้วะ  ผมเลยออกไปช่วยแก  ระหว่างทางเทพองค์นั้นก็มาคุยด้วยเล่านู้นนี่ร่ายยาวขี้เกียจเล่าเอาเป็นว่ามาบอกเกี่ยวกับแม่ยายน้องผม  แหมงานนี้ท่าจะยาว แถมมีผีเด็กมาบอกทางอีก  พอไปถึงก็ทักทายพูดคุยกับแม่ยายน้อง  ต่อจากนี้ผมจะเรียกแกว่าม๊า   เริ่มคุยได้พักเดียว เทพองค์นั้นมาปรากฏอยู่ตรงมุมห้อง ท่านแต่งกายแปลกๆอธิบายไม่ถูก  ผมก็มองแต่ไม่ได้สนใจ  คุยกับม๊าไปได้พักเดียว เทพองค์นั้นพยายามจะลงผม นั้นมั้ยกูกะแล้วว่างานนี้มีลงแน่ๆ  

ผมรู้ตั้งแต่ออกจากบ้านครับว่าท่านต้องลงแน่ไม่ม๊าก็ผม   ผมเริ่มมีอาการลมตีขึ้น  เริ่มเรอออกมา  แต่องค์ท่านไม่ได้มาสวมผมนะ ท่านยืนตรงมุมห้องเหมือนเดิม  สิ่งที่ท่านทำท่านพยายามจะลงมาควบคุมผม  แหมไอ้เราก็เพี้ยนๆ ก็บอกท่านไปว่าผมไม่ให้ลงนะ  อย่ามายุ่งกับผม  นั่นมั้ย ออกเลย  ท่านเลยเปลี่ยนเป้าหมายใหม่  ไปลงม๊าแทน  ม๊าตบขาสามครั้งจากนั้นเริ่มสั่นๆมือไม้เริ่มออกลีลาภาษาเทพ  เริ่มพูดเสียงแปลกๆ  อีตอนนี้ผมมองม๊าท่าจะไม่ไหวแกป่วยอยู่  แหมแต่ก็เข้าใจเทพนะ  อยากจะลงผมแล้วคุยกับม๊า  ผมก็สงสารม๊าท่าจะไม่ไหวเพิ่งผ่าตัดมา  กำลังพักพื้น  ผมมองเทพองค์นั้นแล้วมองม๊า  เอาวะ  ผมก็บอกว่าออกเถอะครับ  อย่าลงเลย  ลงแล้วร่างก็ไม่รู้ในสิ่งที่ท่านต้องการให้รู้อยู่ดี  พอเถอะครับมีอะไรบอกผม เดี๋ยวผมจะบอกร่างให้  ยังๆแหมยังไม่หยุด  เวลานี้ผมก็ขอบารมีพระท่านคุมไม่อยากโดนลง  แล้วก็บอกเทพองค์นั้นไปว่า ธรรมที่ผมจะพูดในวันนี้เป็นธรรมะของพระพุทธเจ้า เดี๋ยวผมจะคุยกับร่างเอง  ท่านออกเถอะ  เออได้ผล  ออกซะที  ทีนี้ผมก็ร่ายยาวไม่ขอเอามาลง  แต่คิดว่าพวกท่านหลายคนอยากรู้ เออลีลาเยอะ ก็บอกตรงๆครับว่าส่อง ผมส่องม๊าแล้วแนะนำกรรมฐาน  

ต้องขอบอกว่าม๊าเป็นนักปฏิบัติ  แกทำกรรมฐานมาก่อนผมนานหลายปี  แกติดนิดเดียวเท่านั้น  ผมจึงแนะนำกรรมฐานแบบสุกขวิปัสโก กับวิปัสนาญาน  อันนี้ไม่ขอเล่าเพราะยาวมาก  คุยกันร่วม4ชั่วโมง  แกเล่าเรื่องราวต่างๆมากมายให้ผมฟัง  ผมก็ฟังแล้วดูตาม  แหมไม่ธรรมดา  ต้องขอบอกว่าแกเคยไปพระจุฬามณีมาแล้วแต่ไม่รู้ว่าคือที่ไหน  แกเล่าว่าแกเห็นนู้นนี่นั้น  ภาพที่แกเห็นก็ปรากฏที่ผม  ผมเห็นภาพที่แกเห็นในขณะที่แกเล่า  ดูไปดูมานี่มันดาวดึงส์นี่หว่า  ชักเพลินละซิทีนี้  ม๊าเล่าไปผมดูไปแหมคุยกันสนุก  ว่าแต่อย่าไปคุยที่อื่นนะ  เขาว่าบ้าชัวร์  ผมกับม๊าคุยกันจนลืมเจ๊ไปเลย  เออ เทพองค์นั้นน่ะ ท่านก็อยู่ยาว  ระหว่างคุยผมสอดแทรกธรรมะ  หลายๆอย่างจนเทพองค์นั้นเป็นที่พอใจ  ท่านอยากบอกอะไรผมก็บอกม๊า  อีกอย่างนึงผมคิดว่าผมเด็กกว่าการจะแนะนำอะไรต่างๆก็เกรงว่าม๊าจะไม่พอใจ  แหมแต่ที่ไหนได้ม๊าลดทิฐิ มานะ ได้เป็นอย่างดี  อันนี้ทุกท่านจำไว้นะ  หากเราทำตนเป็นคนน้ำเต็มแก้ว  มันก็จะขาดสิ่งที่เราต้องเติมเต็มในสิ่งที่เราขาดได้  ผมไม่ได้เป็นผู้วิเศษหรือรู้มากกว่าผู้อื่น  ไม่ได้เก่งอะไร  ของเก่าล้วนๆ  เรียกว่าสะสมมาดี  มันเลยง่ายหน่อย  หลายท่านก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นผู้ไม่มีบุญเก่า  มีกันทุกคน  แต่ไม่รู้จะเอามาใช้แบบไหน  ไม่รู้จะเอากลับมาอย่างไร   ศีลได้เดี๋ยวมันกลับมาเองครับ

วันนี้ร่ายยาวใช้เวลาซะหลายวันกว่าจะเขียนจบ  ก็ขอขอบคุณท่านที่ติดตามอ่านทุกท่าน  ผมก็ทุกข์ตรงที่ท่านตามอ่านนั่นแหละไม่เล่านู้นเขียนนี่ท่านก็ทุกข์ต้องคอยเข้ามาดูว่าตอนใหม่มารึยัง  วันนึงเข้ามาดูหลายรอบ  ผมก็ทุกข์ต้องมานั่งพิมพ์นอนพิมพ์  แต่ผมทุกข์พิมพ์คนเดียวดีกว่าให้หลายๆท่านทุกข์เข้ามาหาอ่านแล้วไม่เจอ  เออวันนี้เข้าใจพูดว่ามะ  ก็ขอจบเรื่องเล่าไว้แต่เพียงเท่านี้  สิ่งใดที่ผู้อ่านๆแล้วรู้สึกว่าโดนผมด่าก็ขออภัยไว้นะที่นี้  ไม่มีเจตนาแต่จงใจ  หากท่านไม่โกรธนี่แสดงว่าเริ่มด้านๆละ  ด้านมาทางดี  หากผมชมก็เฉยๆอันนี้ด้านหนัก  หนักมาในทางที่ดีมากขึ้น  ขันธ์ไม่ใช่ของเราปล่อยให้เขาด่าไปเถอะ  ขอความสวัสดีมีชัย  จงประสบแด่ทุกท่านสวัสดี…..

by admin admin ไม่มีความเห็น

ตอนที่ 53

ดาวโดนของ

สวัสดีท่านผู้อ่าน วันนี้วันที่ 27 กันยายน  2556  หายไปเดือนเศษมีภารกิจเยอะครับ ขับรถจนตูดแตกลายงาหมดละไปนู้นนี่นั่นตลอด  หลายต่อหลายท่านถามมามากอยากติดต่อผม แน่ะท่าจะอยากคุยอยากสนทนา  เอางี้ละกันให้ Line ไว้  ID NAKHUNKRIT  ครับไว้คุยกันได้แต่ๆไม่ดูดวง ไม่แก้กรรม  ไม่หลอกถามนู้นถามนี่นะครับ  ถามเรื่องการปฏิบัติได้  อันนี้จัดให้  ใครแอดมาแล้วก็แจ้งด้วยว่า หลวงพ่อตามกลับ  ผมจะได้แอดเข้ากลุ่ม  

ช่วงเดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ดวงตกที่สุดในปีนี้ของผม  มีแต่เรื่องซวยๆ  คงจะจริงที่ช่วงวันเกิดจะเป็นช่วงงานเข้า  ซวยซ้ำซวยซ้อน  แหมเดิมทีคิดว่ารับมือได้สบาย  เอาเข้าจริงพอเจอเรื่องต่างๆมากระทบเล่นเอาเป๋เหมือนกันนะ  ใจมันไม่นิ่ง มีอาการคล้ายๆกับเวลาเขาจะประกาศผลสอบ  มันตื่นเต้น กังวล ใจหวิว ไม่สบายใจ  หมดแรง ขาอ่อน  เนี่ยประมาณนี้เลย  พอเอาจิตจับพระนิพพานแหมนานเลยกว่าจะคลายตัว  ผมนี่นานๆจะเป็นแบบนี้  ระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาผมฟังหลวงพ่อทุกคืนยันเช้า  ตอนเช้าฟังในรถ  ฟังแล้วทำตาม  ตั้งกำลังใจไว้ว่าจะต้องฝึกอรูปฌาน  ก็เลยจัดเต็ม  ตามด้วยฝึกทิพจักขุญานให้แจ่มใส  ก็ต้องขอบอกว่าฝึกหนักเอาเรื่องเล่นทั้งวันทั้งคืนน้อยมากที่พระจะหาย  พระที่ผมจับนึกปุ๊บภาพพระมาสวยใสประกายพฤก  ผมเล่นจนชำนาญพอสมควร  กะว่าวันนึงคงได้ใช้ในทางโลก  ก็ยังไม่บอกก็แล้วกันว่าจะเอาไปทำอะไร  ไอ้เรามันประเภทชอบลอง  ลองให้ถึงที่สุด  

ช่วงนี้ผมวิ่งขึ้นวิ่งลงเชียงใหม่ตลอดไปวันนี้พรุ่งนี้กลับขับรถอย่างกับไปแถวนี้  เหนื่อยใช้ได้  เครียดใช้ได้  ทุกข์ใช้ได้  ก็เลยทำให้น้ำหนักขึ้น  เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย  วันนี้มาดึงกันซักนิด  หลวงพ่อท่านบอกว่าผู้ใดที่ได้มโนมยิทธิแล้ว  ไปนรกได้ สวรรค์ได้ ไปบนนิพพานได้  แต่ยังไม่รักษาศีล  ไม่พยายามทำตนให้พ้นนรก  มันก็แย่ก็เลวเต็มที  ยังมีอบายภูมิเป็นที่ไปอยู่  ปากบอกรักหลวงพ่อแต่ใจไม่ใช่  บางทีผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไม  รู้อยู่แล้วแต่ไม่ทำ  บทจะเต็มที่ก็ล้นกันไป  บทจะทิ้งก็ทิ้งหาย  บอกตรงๆครับ  ผมสงสารท่าน  ตายไปแล้วเราจะตามกันไม่ไหว  รักท่านเคารพท่านหมั่นรักษาศีล  เอาให้ถึงที่สุด   ผมอยากจะบอกครับว่าการฟังคำสอนแล้วไม่ปฏิบัติมันสูญเปล่า  หาได้มีผลอันใดไม่  แต่ถ้าฟังและทำตามอันนี้มีผลมาก   ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงท่านบันทึกไว้  วันนี้ป่วยมาก  วันนี้ลิ้นแข็ง  ถ่ายไม่ออก  บางทีสั่งน้ำมูก  ผมสำนึกในความรักความเมตตาของท่านที่มีให้ลูกๆหลานๆ หลวงพ่อท่านไม่ทิ้งเรา  มีแต่เราที่ทิ้งท่าน  มองดูใจเราครับว่าวันนี้ใจเรายังต้องการนิพพานมั้ย  มันจะยังสู้มั้ย  พร้อมมั้ยที่จะไม่มาเกิด  ผมเข้าใจครับว่าเดี๋ยวนี้กิเลส  สิ่งยั่วยุมันมีมาก  หากเรามองมันแล้วรู้เท่าทันมัน  เราจะได้สู้กับมันได้    วันนี้ใจผมยังสู้ผมจะสู้ไม่ถอย  จิตมันอยู่กับนิวรมานาน  สู้กับมันทุกวันไปเรื่อยๆ  วันนึงเราต้องชนะมันได้  

สองวันที่ผ่านมาผมไปเชียงใหม่มีเจ๊ดาวไปด้วย  ก่อนไปก็แวะไปปากช่องก่อนแล้วก็ตีขึ้นเชียงใหม่  ผมก็ให้เจ๊แกขับรถผมก็นั่งเล่นไอแพดไปเรื่อย  พอดีว่าได้คุยกับพี่ท่านนึงในไลน์เลยจำเป็นต้องทรงอารมณ์   เอาจิตจับพระพอใจสบายก็ใช้ทิพจักขุญานคุยไปส่องไป  จู่ๆก็มีความรู้สึกว่าเจ๊แกท่าจะโดนคุณไสย  ระหว่างนั้นผมก็ส่องเจ๊ก็ปรากฏภาพขึ้นมา   ดูไปดูมาผมก็บอกกับเจ๊แกว่าพี่ดาวโดนของนะ  ผมก็เล่าให้ฟังว่าผมเห็นอะไรบ้าง  เจ๊แกบอกว่ารู้สึกเหมือนกัน  ผมอธิบายอาการต่างๆให้เจ๊ฟังว่า ไอ้คนเวลามันโดนของเนี้ยจิตใจมันจะร้อนรน กระวนกระวาย  อยากจะไปหาเขาอยากไปเจอเขา  พี่ดาวเป็นอย่างงั้นมั้ย  มันเปลี่ยนเรื่องพูดเฉยเลย  ไอ้เราก็งง คิดในใจ อีนี่เป็นเยอะ  เลยถามเจ๊ไปว่า  พี่ดาวรู้ใช่มั้ยว่าโดนของ  อยากให้ช่วยมั้ย  เจ๊แกว่ารู้สึกว่าโดน  แล้วก็อยากให้ช่วย  ผมเลยว่างั้นเอางี้นะ  พูดคำว่า สัมปจิตฉามิ  

เจ๊เงียบมันไม่ยอมพูด  ผมก็มองหน้ามึงเอาไงเนี้ยไหนบอกให้ช่วย  เอ้าพี่ดาวพูดออกมา สัมปจิตฉามิ  ทีนี้มันบอกว่ามันพูดในใจ  ไม่ยอมพูดอีก  ผมชักอารมณ์ขึ้น  พร้อมขึ้นเสียง พูดออกมาเร็วๆ  พูด    เออเอากะมันดิมันพูดนะครับแต่พูดตะกุกตะกัก  เวลานี้ผมกำหนดจิตส่องเต็มที่เลย  ทีนี้พอเข้าใจครับผมส่องแล้วได้ความว่ามันสองจิตสองใจ  ใจนึงอยากจะถอนแต่อีกใจไม่อยากพูด  เอาวะของมันแรง  ผมถามอีกครั้งว่าตกลงจะให้ช่วยมั้ย  เจ๊บอกเดี๋ยวพี่แก้เอง  พี่มีของดี  นั้นแหมเอาแล้วมั้ย  ตอบไม่ตรงคำถาม  ผมชักรำคาญไปเร้าหรือมันมากแม่งหักพวกมาลัยลงข้างทางจะซวยใหญ่  เลยบอกว่างั้นจบไม่ต้องคุยเรื่องนี้อีก  อย่ามาขอให้ช่วยนะในเมื่อตัวเองยังไม่อยากจะพูดเลย  แหมผมยอมรับว่าเจ๊มันแปลกไปจริงๆปกติสั่งอะไรจะทำทุกอย่าง  

พอมาถึงเชียงใหม่ก็เข้าที่พักกัน  ผมดูๆอาการแล้วไม่อยากยุ่งเลย  มันเป็นกรรมเดี๋ยวไปช่วยผมจะซวยไปด้วย  แต่ถ้าไม่ช่วยมันก็ยังไงๆอยู่  อยู่กันมาตั้งสิบกว่าปีเจ๊ไม่เคยเป็นแบบนี้ เฉยๆมันจะใจดำเกินไป  อาการที่เห็นชัดๆเลยนะครับคือ  เวลามันโทรหาเขาแล้วเขาไม่รับสายมันจะกระวนกระวายใจ  ร้อนรน  ใจนี่ร้อนเรียกได้ว่าถ้าใครได้เจโตแล้วอยู่ใกล้ๆเจ๊  จะหงุดหงิดกับอารมณ์ที่เจ๊แกส่งออกมา  รวมความว่ามันเป็นเอามาก  แหมยิ่งกว่าวัยรุ่นซะอีก  หายใจเข้าออกเป็นคนๆนั้น  นึกถึงตลอดเวลา

มาเช้าวันรุ่งผมก็ถามเจ๊ว่าเป็นไงเมื่อคืนได้ท่องมั้ย  มันบอกจำไม่ได้  ไม่ได้ท่อง  เออดีผมก็ช่างแม่งไปก่อน  วันนี้มีงานต้องทำ  ภารกิจเยอะ  แต่ทั้งวันเจ๊มันก็โทรหาพ่อหนุ่มขมังเวทย์  มันโทรทั้งวันจริงๆ  พอพ่อขมังเวทย์ไม่รับสาย  เจ๊มันก็ร้อนรน  เห็นแล้วก็เออมึงเอาเข้าไป  ตกเย็นจบภารกิจ  ก็ไปบ้านพี่นัน ณ หางดง  แกชวนกินข้าว  พอเย็นๆพระอาทิตย์เริ่มจะตกเอาอีก  เจ๊ก็ก้มหน้าก้มตาดูมันแต่โทรศัพท์  เดี๋ยวๆโทร  ผมก็เลยเล่าให้พี่นันฟังว่าดาวโดนของ  พี่นันแกก็ด้วยความหวังดี  เดินไปหยิบคาถามาให้ท่อง  ผมบอกพี่นัน  มันไม่ท่องหรอก  แค่สัมปจิตฉามิยังไม่พูดเลย   พี่นันเลยบอกให้เจ๊ลองพูด  มันก็ไม่พูดครับ  หลบสายตา  แล้วบอกพูดไม่ออก   ด้วยความรำคาญผมถามว่า พี่ดาวจะให้ช่วยมั้ย  ผมถามซ้ำสามครั้ง  เจ๊แกบอกให้ช่วยทุกครั้ง  ก็เอาวะช่วยแบบจัดเต็ม  

ผมให้เจ๊ไปเดินหาดอกไม้มา7สี  แล้ววานพี่นันจัดน้ำใส่ขันมาเพื่อทำน้ำถอนของ  ผมทำพิธีอยู่ราว10นาที  จากนั้นก็ให้เจ๊ดื่มน้ำเข้าไปเจ็ดอึก  เวลานี้ผมใช้ญานตรวจดูก็รู้ว่ามึงอ๊วกแน่  น้ำมนต์นี้จะขับคุณไสย อาคม ของไม่ดีต่างๆในตัวออกมา  ระหว่างนั้นพี่นันแกก็พาชมหนอน  มันเป็นหนอนผีเสื้อหรืออะไรซักอย่าง  เจ๊ดาวแกก็เดินตามมาด้วย  เวลานี้อาการเริ่มออก  เจ๊เริ่มๆหาว  มีอาการคล้ายลมตีขึ้น  ผมส่องอีกรอบ  เออได้เรื่องแน่  ผมเลยถามว่าพะอืดพะอมใช่มั้ย  อ๊วกได้นะ  เท่านั้นแหละเจ๊เดินออกไปอ๊วกทันที  อ๊วกพุ่งครับ  เจ๊ไปนั่งอาเจียนพักนึงก็เดินกลับมาหาผม  แหมพ่อขมังเวทย์โทรมาพอดี  ผมเลยบอกว่าอย่าเพิ่งรับสาย  ของมันตีกลับไปหาคนทำ  มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะอะไรรึ  ก็เพราะเจ๊แกพูดได้แล้ว สัมปจิตฉามิ  ทีนี้พูดปร๋อเลย  ยิ่งท่องนี่พ่อขมังเวทย์ก็ยิ่งโทรหาใหญ่    ซึ่งตามปกติพ่อขมังนี่ไม่เคยโทรลักษณะโทรจิก    

ผมให้เจ๊พักแป๊บนึงก็ให้ดื่มน้ำต่อ  เที่ยวนี้ดื่มเก้าอึกพักเดียว  อ๊วกต่ออีกรอบเสียละ  เที่ยวสองนี่ออกมาเยอะหน่อย  ช่วงที่เจ๊อ๊วกอยู่จิตผมสัมผัสกับพลังงานบางอย่างที่แรงพอสมควร  วนเวียนอยู่รอบๆโต๊ะที่ผมนั่ง  เอาวะมันเริ่มออกละชักอยู่ไม่ได้แล้วสิมึง  ผมตักน้ำเดินตามเจ๊ไป  ผมเอาน้ำราดลงบนหัวเจ๊แล้วก็ว่าคาถาต่อ  แหมทีนี้เจ๊ดีขึ้นละสิ  เดินกลับมานั่งคุยกันต่อ  เจ๊บอกผมว่า  เบาขึ้นเยอะ  สบายใจมากและไม่มีความรู้สึกอยากจะคุยกับพ่อขมังเวทย์  มิหนำซ้ำยังจะเลิกเสียเลย  เจ๊ถามผมว่าทำไมมันต้องทำกับพี่ด้วย  ผมก็ยิ้มกับมันแล้วตอบว่ามันเป็นกรรมไง  ก็พี่ดาวไปทำเขาก่อนหนิ  นั้นมั้ยเจ๊มองหน้าผม  แล้วสารภาพว่าจริง  พี่ไปทำใส่มันก่อนเพราะแค้นมันที่ไปหามันแล้วมันไล่กลับ  เออดูมันทีนี้มีแม่จอมขมังโผล่มาอีกคน   เจ๊มันก็ถามผมว่าแล้วมันไปทำใส่พี่ตอนไหน   ผมดูแล้วว่าทำตอนไหนไม่สำคัญ  มันสำคัญตรงที่โดนกระทำนี่แหละแล้วใช้ของแบบไหนทำ  ผมก็อธิบายความให้ฟังว่าเขาให้อะไรยังไง  อันนี้ไม่ขอบอกก็แล้วกัน  อีกอย่างนึงคือจิตมันยังโดนผูกอยู่  ก็เลยให้เจ๊แกจับลมหายใจแล้วว่าคาถาเรียกจิตตนเองกลับมา  เวลานี้ผมก็เอามือวางบนหัวเจ๊แก  แล้วก็ว่าคาถาเรียกจิต  จนดาวมันเริ่มมีความรู้สึกว่าเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น  เชื่อมั้ยครับอาการที่มันร้อนรนกระวนกระวายหายไปเลย  กลับมาเป็นเหมือนเดิม

อันนี้ก็ต้องขอเตือนท่านทั้งหลายไว้นะครับว่าเรื่องที่เล่ามาเนี้ยสังเกตุดีๆนะ  มันไม่ใช่ความรักที่แท้จริง  ถ้ารักกันจริงจะไม่ทำร้ายกันแบบนี้ครับ  รักกันมันต้องรักกันด้วยใจ  ปรารถนาให้คนที่เรารักมีความสุข  ไม่ใช่ใช้คุณไสยมาทำใส่กัน  อีแบบนี้มันทั้งรักทั้งเกลียด  ณ ตอนนี้ หลังจากผ่านการถอนคุณไสยมาได้สี่วัน  เจ๊ดาวก็ตัดสินใจขนข้าวของออกมาจาห้องพ่อขมังเวทย์แล้วครับ  เจ๊แกขอเลิกเลย   เห็นมั้ยครับว่าพอถอนแล้วกลับมาเป็นตัวของตัวเอง  เจ๊ก็ไม่ได้หลงไหลได้ปลื้มพ่อหนุ่มนี่ซักเท่าไหร่   

สำหรับช่วงนี้ผมจะพยายามเคลียร์งานให้จบ  จะได้ไปถวายหลวงพ่อซะที  แต่ก็ดีได้ถวายช่วงเดือนเกิด  ตุลาคมนี้ไม่พลาดแน่ๆเป็นการดีสำหรับหลายๆท่านมั้ง  ช่วงปิดเทอมพอดีก็คงมีเวลาไปด้วยกันได้  ถ้าผมไม่ตายเสียก่อนนะ  หนักหน่อยช่วงนี้ เครียด  ทุกข์  ไม่สบายใจ  เหนื่อยใจ มาครบ  เป็นช่วงที่สุดๆของผมในปีนี้  มันจะผ่านไปได้ครับทุกท่านก็เหมือนกัน  มันจะอยู่กับเราไม่นาน  เดี๋ยวมันก็ผ่านไป  อยู่ที่มันอาจจะผ่านไปแบบไม่ถูกใจเรา  ก็ขอเป็นแรงใจให้ท่านที่เจอวิบากกรรมเช่นเดียวกับผม  วันนี้ขอลาก่อน  ก็ขอจบเรื่องเล่าไว้เพียงเท่านี้  สวัสดี

by admin admin ไม่มีความเห็น

ตอนที่ 52

ครบรอบเว๊ป

สวัสดีท่านผู้อ่าน วันนี้วันที่ 20 สิงหาคม 2556  ก่อนอื่นก็ขออ้างคุณพระรัตนตรัย มีสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน  และหลวงพ่อฤาษีเป็นที่สุด ขอบารมีพระคุ้มครองท่านผู้อ่านให้ท่านทุกข์น้อยลงและเข้าถึงพระศาสนา ธรรมใดที่พระพุทธองค์ทรงแจ้ง ขอธรรมนั้นแจ้งแก่ใจข้าพพุทธเจ้าและท่านผู้อ่านและขอบารมีแห่งคุณพระธรรมและพระราชพรหมยานคุ้มครองเวปเราให้คงอยู่ ทรงตัว ไร้ศัตรูหมู่มาร  แล้วเป็นศูนย์กลางแห่งการตามลูกหลานบริวารหลวงพ่อกลับบ้านในชาติปัจจุบันนี้เทอญ. 

แหมวันนี้ก็ต้องขอบารมีพระคุ้มเสียหน่อย ทำไมน่ะรึ ก็เพราะเพิ่งจะต่ออายุเวปออกไปเป็นเวลา3ปี  แหมจะต่อไปอีก10ปีก็เกรงจะตายเสียก่อน  อีกทั้งยังกลัวจะซวยโดนต่างชาติแย่งโดเมนไปไม่งั้นอายแย่  ที่แน่ๆเวปเราหาได้มีคนทะเลาะกันไม่  เพราะอะไรรู้มั้ย ก็เพราะแม่งไม่คุยกันซักคน  ความจริงผมว่าดีนะ เพราะอะไร ก็เพราะคุยกันมากคนก็มากความ   ดูสิหลายคนกูก็งง    มันเป็นเพื่อนทางธรรม    หรือเรียกว่าอะไรนะ   กัลยาณมิตรเทือกนี้   อยู่ไปอยู่มามันกัดกันซะงั้น  วันก่อนมีน้องเล่าให้ฟังถึงการขาดความเมตตา ปราณี ขาดความสามัคคีในหมู่คณะ   ลืมคิดไปว่าเราอยู่ในสายเดียวกัน    เคยร่วมรบ เคียงบ่าเคียงไหล่กันมา    เคยปลอบประโลมยามทุกข์ใจ   เวลานี้หาได้มีความเอื้ออาทรกัน    มันน่าสมเพชครับ   คนพวกนี้ฟังธรรมไปก็เข้าหูหมาทะลุหูลิง มันไม่เข้าหูตัวเอง  คนพวกนี้ทำบุญสร้างพระ ก็หวังแต่ให้ตัวเองได้บุญ ทำเพื่อตัวเอง น้อยคนนักที่จะทำเพื่อพระศาสนา  แปลกแต่จริง คนที่เขาไม่ได้มาปฏิบัติบางคนกินเหล้าเคล้านารี มันยังมีความเป็นมิตรแท้มากกว่าไอ้พวกเข้าวัดทำบุญ  สร้างพระ แต่ตนลืมทำใจตนให้เสมอพระ ปล่อยมานะ เข้าครอบงำ  ทำตนไม่สมกับผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกหลานหลวงพ่อ  นี่แค่คนกลุ่มเล็กๆยังหาความสามัคคีกันไม่ได้  นับประสาอะไรกับความสามัคคีของคนในประเทศชาติ  

วันนี้ไม่ได้ว่าใครนะครับเพียงแต่เตือนสติ บางคนไม่กินเหล้าก็ยังขาดสติ  น่าแปลกตรงบางคนปฏิบัติก็ยังหาได้มีสติไม่  ผมเคยบอกหลายๆคนว่ามากคนก็มากความ  เยอะเรื่องหลายสิ่งต่างคนต่างมาจากที่ๆ  ต่างกันมาจากสังคมที่ต่างกัน  แรกๆก็ยังมีความเกรงใจกัน  หยวนๆกันหลังๆชักสนิทกันก็เริ่มละ    ไม่ค่อยจะเกรงใจกัน    ไม่เอื้ออารีเห็นอกเห็นใจกันเหมือนแต่ก่อน    เรื่องนี้ก็ขอยกไว้พูดไปก็เท่านั้นมันเรื่องของคนอื่น    แต่มันได้ยินได้รู้มาก็อดไม่ได้ที่จะบ่น  ก็รวมความว่าเอางี้นะคบคนก็ดูดีๆผิวเผินพอได้ไปทำบุญมันก็ยังจะดีกว่าสนิทกันจนเลิกคบเลิกพูดคุยกันไป  อย่างผมก็ไม่ค่อยจะคบใครวันๆก็คุยแต่กะคนไม่กี่คนผมว่าแค่คุยกะเมียหรือผัวตัวเองก็เหนื่อยแล้วว่ามั้ยยิ่งมีหลายเมียยิ่งเหนื่อยใหญ่  แหมเวลาบ่นทีนี่มึนลูกเดียวดีมั้ยอึนๆมึนๆงงๆเดี๋ยวก็เลิกบ่นไปเอง  

มาเข้าเรื่องเราดีกว่า  ชีวิตโดยปกติของผมก่อนนอนจะไม่พลาดให้ท่านพ่อกล่อมทุกคืน  ผมฟังทุกคืนไม่ว่าเรื่องไหนฟังหมด  กลางวันขับรถก็ฟัง  มีอยู่เรื่องนะท่านพูดเรื่องการฝึกมโนมยิทธิ  อันนี้จงจำกันให้ดี  การที่เราจะสอนหรือฝึกให้คนอื่นนั้น  ผู้ที่เป็นคนแนะนำควรจะได้เจโตปริยญานเสียก่อน  หากครูฝึกยังไม่ได้เจโตนี่จะไปสอนเขาได้ยังไง  สงสารคนมาฝึก เพราะอะไร ก็เพราะถ้าครูฝึกไม่ได้เจโตจะรู้ได้ยังไงว่าผู้มาฝึกติดตรงไหนถึงไปไม่ได้    หรือรู้ได้ยังไงว่าโดนหลอกอยู่     แน่มั้ยมาฝึกยังจะมาหลอกครูฝึก     ไอ้ครูก็เสียท่ามั้ยล่ะ      เป็นครูเขาแต่โดนเขาโกหกใส่เสียหนิ  อายเขาอีกแน่ะ  ก็ถ้าจะฝึกให้คนอื่น เราต้องพร้อมนะ  อย่าใช้กำลังตัวเอง  ขอบารมีพระไว้   ความจริงดีนะสอนไปเถอะแนะคนอื่นไปน่ะดีแล้ว      ให้เขาเข้าถึงพระศาสนา  เกาะพระไว้      ทรงอารมณ์ฌานไว้     พูดถึงเกาะพระเนี้ย  บางทีไปคุยกับสายขึ้นเขาจะหาว่าติดรูป   ยึดติด  หรือจะว่าอะไรก็ช่างเขา  เรายึดพระเป็นที่เกาะ  หลวงพ่อท่านสร้างพระไว้เต็มวัดเลยเห็นมั้ย     แม้เพียงพุทธานุสติก็ทำให้เราไปสวรรค์ได้โดยง่าย  เกาะไว้เถอะ  ผมนี่ไม่เคยห่างพระ  แม้ไม่ได้แขวนแต่ไม่มีวันไหนที่ไม่เห็นพระรูปพระโฉมของพระพุทธเจ้า  เห็นแล้วใจแช่มชื่นเบิกบาน    

พูดถึงแขวนพระแหมวันก่อนไปบ้านสบายใจไปกราบหลวงพี่  ท่านถามเอาพระไปบูชาได้มั้ย  น่ะไม่พลาดเอาสิครับผมก็รีบตอบเลยว่าได้ครับ  ท่านเมตตาให้พระคำข้าวรุ่นแรกมา  ผมนี่ตื้นตันใจในความเมตตาของท่านที่มีต่อผม  การฟังธรรมจากท่านหลายๆครั้งผมว่าฟังแล้วเข้าใจง่าย  ท่านอธิบายได้ละเอียดฟังง่าย  คนอื่นง่ายมั้ยไม่รู้  ก็เลยไปบ่อยหน่อย  ก็อยากจะให้หลายๆท่านหากมีเวลาก็ลองไปดูซักครั้งนะ  รับรองว่าได้อะไรกลับมามากเลยเชียว

เดิมทีผมหมายใจไว้ว่าวันที่ 24 สิงหานี้จะขึ้นไปเชียงใหม่ไปถวายหลวงพ่อ  กับไปงานวัดโขงขาว  แต่ก็ดันมาติดภารกิจที่ จ.ขอนแก่นกับจ.เลย  ก็คงจะยังไม่ได้ไป  แต่คิดว่าไม่พ้นกันยาแน่  ไว้จะส่งข่าวให้ทราบก็แล้วกันนะ  ส่วนใครจะเดินทางไปพร้อมผมขอเช็คก่อนนะครับ. ผมมันประเภทปุบปับไปเลยมักไม่มีแผนการเดินทางไว้เสร็จภารกิจที่จ.เลยจะแจ้งอีกที มาเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นกันบ้างดีกว่า

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาบาสมันมาถามว่าจะได้งานที่ขอนแก่นมั้ยผมดูให้ก็เห็นว่าคู่แข่งมีแถมยังมีคอนเนคชั่นกับเจ้าของโครงการอีก  ทำไงล่ะก็ต้องบนกันล่ะทีนี้  จุดธูปบนเสร็จเสือกปักไปที่สนามหญ้าข้างที่จอดรถ  เป็นไงล่ะ พ่อเห็นล่ะซิ  แค่นั้นยังไม่พอดันมาเจอพระในรถอีก ทีนี้งานเข้าล่ะสิ  วันนั้นบาสโดนเรียกคุย แหมพ่อถามธูปใคร  มันเสือกตอบว่าไม่รู้ พอตอบไม่รู้ก็มีกูคนเดียวละสิ  งานนี้ไม่ค่อยจะกล้าอยู่บ้าน แต่ถ้าอยู่ก็จะอยู่แต่ในห้อง ยังๆถามต่ออีกว่าเดี๋ยวนี้ไปนับถือพระกันแล้วหรอ นั่นเอาเข้าแล้วเจอเจาะประเด็น  งานนี้มันไม่ตอบแต่ก็บอกว่าพระในรถเป็นของพ่อไก่โต้งหุ้นส่วนมัน  กาลนี้ผมว่าเหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะให้พ่อได้รู้  ผมเคยปรึกษาพระหลายรูปนะและล่าสุดปรึกษาหลวงพี่สมปอง ท่านแนะว่าให้บอกอ้อมๆและให้ผมทำบุญให้เทวดารักษาพ่อและขอบารมีพระ ให้โน้มน้าวเทวดาก่อน  ก็ไว้ผมจะลองไปคุยกับเทวดาองค์นั้นดู  ใจผมนี่อยากบอกตรงๆแต่ก็เกรงว่าจะหนักเกินรับได้  ก็อาจต้องขอบารมีพระแล้วลองคุยอ้อมๆแบบลัดๆตรงประเด็น เป็นไงก็ค่อยว่าอีกที  ช่วงนี้เลยทำให้สถานการณ์ที่บ้านตึงเครียด

ผมว่านะบางทีมันอาจไม่เลวร้ายมากเท่าไหร่แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมอิสลามเข้าแล้วออกไม่ได้ทั้งๆที่ผมก็ไม่เคยเข้านะเพียงแต่มันเข้ามาตั้งแต่เกิด อีตอนนั้นก็พูดไม่ได้ใช่มั้ย มันเลยไม่ได้เถียงว่าไม่เอาๆกูไม่อยากโดนขลิบ แหมใครไม่เคยแม่งไม่รู้ว่ามันสุดปวดร้าวระทมระบมแค่ไหนกะการโดนขลิบ เขาเรียกว่าสุหนัด  พูดเรื่องนี้แหมจำได้ยันทุกวันนี้ ตอนนั้นอยู่ประมาณป.2  จำความเจ็บปวดได้เป็นอย่างดี มี2ตอน ตอนแรกก็อีตอนหมอสุหนัดมันจับฉีดยาที่บอลน้อยขอบอกว่าสุดๆ เจ็บยิ่งกว่ารูดซิปหนีบอีก ผู้ชายคงเข้าใจคิดว่าคงเคยโดนซิปหนีบกันมาบ้าง เสียวสุดก็ตอนโดนตัดสยองสุดก็ตอนเย็บแผล ทุกข์ทรมานสุดก็ตอนยาชาหมดฤทธิ์ แล้วต้องนอนแผ่หราอ้าขาตากพัดลมปะพรมไปได้เบตาดีนกะผงอะไรซักอย่างและแช่ด่างทับทิม  สยองสุดแล้ว ดีนะตอนนั้นยังเด็ก ลองคิดดูดิว่าไอ้ที่โตๆกันแล้วมีเมียแขกนี่มันจะทรมานแค่ไหนหากต้องไปขลิบ แหมคงไปทำงานทำการไม่ได้หลายวัน แล้วตอนเช้านี่ไม่อยากคิดตอนเช้าๆคงปวดร้าวมากมาย เออคงพอเห็นภาพ. ความจริงเราควรมีสิทธิ์เลือกว่าจะศรัทธาหรือไม่ศรัทธาอะไรว่ามั้ย

ไม่ใช่ว่าไม่ดีครับถามว่าดีมั้ยก็ต้องบอกว่าดี ดียังไง ก็ดีตรงที่มีการละหมาด5เวลาเป็นการเจริญสติ ถือศีลอดเป็นการฝึกความอดทนและรับรู้ถึงความยากลำบากและหิวโหยของผู้ยากไร้ ความจริงคงมีมากกว่านี้ แต่ที่แน่ๆวันนี้ศีลผมปกติ  สมาธิผมยังพอใช้ได้ ปัญญาก็พอมีเหลือๆอยู่บ้างบางเวลา  ผมก็ว่าผมพอใจในระดับนึงแล้ว ก็คงทำให้อยู่ร่วมกับพ่อได้ในบ้านเดียวกันมั้ง  นี่บาสมันก็เตรียมทำห้องพระซะแล้ว  เออมันก็คิดได้นะเนี้ย  แต่ไม่ว่าจะอย่างไรผมก็มองว่าวันนึงพ่อผมในชาติปัจจุบันจะเข้าถึงพระพุทธศาสนาโดยผมนี่แหละจะใช้ทั้งกำลังสติปัญญาและบารมีพระบารมีท่านพ่อเป็นแรงผลักดันให้พระศาสนาเข้าถึงใจพ่อผมได้. พระพุทธศาสนามีหลักเหตุและผล มีแง่คิด คำสอนพระพุทธองค์สามารถพิสูจน์ได้   ตอนนี้ก็ได้น้องผมอีกคนชื่อนิว  ไอ้นี่ก็เริ่มละ นิวเป็นลูกของอาผม พ่อมันไม่มีแม่มันก็ไม่มี มีแต่ป๊ะกับม๊ะ จำได้ว่างานวันพ่อหรือวันแม่มันจะมีปัญหากับการหาพ่อหรือแม่มัน เดี๋ยวนี้มันโตละ มีเมียมีลูกก่อนผมอีก  เก่งจริงๆ ไอ้เจ้านี่มันก็มาทำงานกับบาส  โดนล้างสมองซะแล้ว  เดี๋ยวนี้เริ่มห้อยพระ แต่ยังไม่กราบพระ ที่ห้อยเพราะไอ้นี่กลัวผีแต่ไม่รอดครับ  วันนึงอีกไม่นานจากนี้นิวจะกราบพระแบบสนิทใจ  ผมเคยดูไว้ว่าหากวันใดนิวได้เข้าเหยียบเมืองพิษณุโลกสองแคว  วันนั้นจะเป็นวันที่นิวได้กลับมากราบพระพุทธชินราชอีกครั้งและจะเป็นจุดเรื่มต้นในการเปิดใจยอมรับคำสอนของพระพุทธเจ้า  ทุกวันนี้นิวมีความเคารพในหลวงปู่ปาน  แหมผมว่านะนี่ถ้าญาติๆรู้ต้องกล่าวโทษผมเป็นแน่ที่ทำให้น้องๆหันมาไหว้พระกัน. ไอ้เราก็พี่ใหญ่สุดในบรรดาโคตรเหง้าเสียด้วย  แต่มันก็ตัวใครตัวมัน  เราไปบังคับให้ใครศรัทธาหรือไม่ศรัทธาไม่ได้  มุสลิมจะมองว่าไหว้ทำไม อิฐ หิน ปูน ทราย ทองเหลือง ทองคำ เรซิน ก็ต้องขอบอกว่าพวกผมกราบความดีพระ  ความดีมีอะไร ก็ต้องขอบอกให้เห็นภาพว่า พระพุทธเจ้าท่านสอนให้หลุดจากการเกิด เลิกยึดขันธ์5 ทุกอย่างในขันธ์5ล้วนไม่จริง  เพียงแค่เรื่องเดียวนี้ก็ไม่สามารถตอบแทนสิ่งใดคืนพระองค์ได้แล้ว  มุสลิมยังต้องมาเกิดอีก. ยังมีการพูดถึงโลกหน้า จริงๆพุทธก็มีนะแต่มีโลกเดียวนี่แหละเพียงแต่เวียนเกิดเวียนตาย  

มุสลิมที่มาอ่านจะว่าผมเป็นพวกผิดคำกาลีเมาะหรือคำปฏิญานว่าจะไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลเลาะห์  ก็ว่าผมไปเถอะครับ ไม่ผมไม่รู้สึกรู้สาอะไรเพราะผมเกิดมาไม่เคยปฏิญานอะไรกะใคร. เกิดมาก็เป็นมุสลิม  ตอนนี้บัตรประชาชนผมก็ยังอิสลาม  ผมไม่รู้ว่ามีพระเจ้ามั้ย แต่ผมรู้ว่ามีพระพุทธเจ้า และไม่ได้มีองค์เดียว และผมไปเห็นมาแล้ว  และถ้าไม่เชื่อลองนั่งสมาธิให้ถึงระดับที่สามารถยกจิตหรือถอดจิตไปข้างบนได้พวกท่านจะเข้าใจ  วันนี้ผมบอกได้ว่าพระพุทธเจ้ามีจริง และมีเยอะไม่ได้มีองค์เดียว เทพ เทวดามีจริง และมีเยอะ ผีมีจริง ถ้าไม่เชื่อลองนั่งสมาธิดูนะ จะได้รู้ได้เห็น  แต่ว่ามั้ยบางคนไม่ได้นั่งสมาธิยังเห็นผีได้เพราะอะไร ก็เพราะผีต้องการให้เห็น ไม่ต้องเข้าฌาน

ช่วงนี้มีภารกิจแถวๆขอนแก่นก็มาค้างแรมย่านนี้อยู่หลายคืน มีโอกาสได้พบกับหมอดู เค้าลือว่าชื่อดัง น้องมันชวนไปดูก็ไปกะมัน ไปกันสามเกลอ มีบาส ไก่โต้งและก็ผม แหมไปไหนไปกัน ไปถึงสำนักอาจารย์ท่านนี้  ผมบอกตรงๆว่าไม่ได้คิดอะไรเลย. ไม่มีอคติไม่ได้อะไรแค่ไปกะน้องเพราะมันชวน  อาจารย์ท่านนี้เป็นผู้ชายครับ แกก็บอกว่าเดี๋ยววันนี้แกจะดูแบบเจาะลึกกันไปเลย. ให้คิดคำถามไว้ในใจ  นั่นมั้ยล่ะไอ้เราก็คิดเลยว่าสงสัยให้ถามในใจแล้วจะรู้คำถามเราได้โดยไม่ต้องพูด  สนุกอีกแล้วกู  ผมคิดเลยว่าถ้าอาจารย์เจ๋งจริงต้องรู้ว่าผมคิดอะไร แกก็เริ่มจากดูดวงไก่โต้งก่อนเลย. แล้วต่อด้วยบาส  มีการบอกด้วยนะว่าเนี้ยเทวดามาบอกอย่างนู้นอย่างนี้ อีตอนนี้ผมก็เออเจ๋งว่ะ  คุยกะเทวดาได้ด้วย ไหนดูดิเทวดาองค์ไหน  ไอ้เราก็เข้าฌานเต็มกำลังแล้วถอยมาทรงไว้ที่อุปจารสมาธิ ให้ความเป็นทิพย์เกิด  ไหนวะเทวดาไม่เห็น  แกก็ว่าไปเรื่อยบอกบาสเนี้ยกินเหล้าเที่ยวดื่ม  แกว่าของแกไปเรื่อย จนหมดเรื่องพูด ก็ถามบาสว่าอยากถามอะไร  

น้องผมว่าไงรู้มั้ย  มันบอกไม่มีอะไรจะถามแต่จะบอกว่ามันไม่ดื่นไม่เที่ยวมา5ปีแล้ว. แหมอาจารย์ท่านนี้เก่งว่ะไหลต่อไปเลยว่านี่ไงอานิสงของการถือศีล. กูล่ะงง เมื่อกี้มึงยังบอกว่าดื่มเที่ยวอยู่เลย. ปล่อยเค้าไหลไปเรื่อย  ทีนี้มาถึงตาผมละดิ. แกถามชื่อผมครับแล้วก็บอกว่าเนี้ยผมเป็นน้องของบาสหรอ ให้ดูพี่เป็นตัวอย่าง พี่เขาเข้าทางธรรม นั้นไงเล่นกูซะแล้ว. ผมยิ้มอย่างเดียว จนบาสบอกว่านี่พี่ชายผม  ไอ้ที่ยิ้มคือถูกใจน่ะ กูหน้าเด็กกว่าน้อง แหมถูกใจๆ มาต่อ แกก็บอกต่อว่าเนี้ยจะเอาเรื่องไม่ดีหรือเรื่องดีก่อน  ผมบอกจัดมาได้เลยครับอาจารย์. แหมลุ้นๆแกว่าจิตผมฟุ้งซ่านไม่มีสมาธิ สู้น้องผมไม่ได้จิตนิ่งสมาธิดี มีตัวรู้ นั้นมั้ยล่ะ  เอ้าๆจัดต่อ  แกก็พูดไปเรื่อยอธิบายเรื่องมรรคผล  จิต ตัวรู้ ญาน ผมก็ฟังไปเรื่อย  แกมาตายตอนอธิบายเรื่องฌาน4  จบๆที่พูดมาทั้งหมดพังหมด ยังๆมีวกเข้าเรื่องนิพพาน  พูดว่าไม่อยากเกิดอีก แหมเข้าทางคุยเรื่องนี้คุยกับผมได้ทั้งวัน. แกบอกจะไปนิพพานต้องอาศัยตัวรู้อาการ32 มรรค8 ละ รัก โบภ โกรธ หลง  แหมฟังไปฟังมาชักแปล่งๆ งงๆกะมัน เออเอาวะ สงสัยเห็นผมทำหน้างงๆ. ถามผมว่าสงสัยอะไรถามได้. ผมก็ถามว่าไม่กลับมาเกิดทำยังไง  แกบอกต้องมีตัวรู้ รู้ทัน รู้เท่าทัน ฟังก็งง ผมก็ถามว่ารู้ยังไง  อาจารย์แกก็เอื้อมมือมาหยิกผม แล้วบอกว่าเจ็บมั้ย ผมบอกเจ็บ แกก็ว่านี่ไงรู้ว่าเจ็บ เรารู้ใช่มั้ย อ้าวมึงหยิกกูหนิ  ทีนี้กูงงใหญ่  แกใส่ต่อเลยครับว่าพอรู้แล้วว่ามันเจ็บ ตอนนี้หายเจ็บแล้ว เห็นมั้ย กฏไตรลักษณ์ เกิด ตั้งอยู่ ดับไป แหมเอาไปเอามาชักไปกันใหญ่ 

ผมก็ถามต่อว่าแล้วต้องทำยังไงล่ะครับถ้าไม่อยากเกิด. แกก็ถามผมว่าอยากไปนิพพานมั้ย ผมตอบว่าอยาก แกก็ว่านี่ไงกิเลส  ดูใจตัวเองซิว่าเห็นมั้ยว่าอยากมีสภาพอย่างไร. ผมตอบว่าไม่เห็น. ป้าดๆๆนั่นไงตัวรู้  อีตอนนี้ผมชักเมากะมันงั้นชกหน้าแม่งทีนึงแล้วลองถามมันบ้างว่าตัวรู้มึงเป็นไงมั่งเจ็บมั้ย แป๊บนะเดี๋ยวตัวรู้มึกก็จะดับไปในเหตุแห่งทุกข์. กูชักจะงงกะคำสอนมันละ  ผมยังๆไม่จบถามต่อว่าแล้วจะละ รัก โลภ โกรธ หลงได้ยังไง. แกตอบว่าก็ใช้ตัวรู้ไง พอรู้ว่ารักเราก็ละ รู้ว่าโลภเราก็ละ ผมจี้ต่อว่าจะละยังไง แกบอกก็ละไงไม่ต้องสนใจ ใช้สมาธิจิตละ ก็จะเป็นพระอรหันต์  พอตายแล้วเป็นพระธาตุ เพราะละร่างกาย ผมว่าไม่ไหวละชักแย่เพราะแกล่อซะเกือบ3ชั่วโมง  

รวมความว่าไม่ได้เรื่องได้ราวสุดท้ายผมบอก อาจารย์ครับ ทำใจสบายๆเปิดใจให้กว้าง แกมองหน้าผมว่ะ แต่ก็ทำตาม ก่อนหน้านี้ผมส่องแกซะหมด  แล้วผมก็เริ่มอธิบายเรื่องสมาธิให้แกฟัง แหมใจแกไม่ดีแล้วครับแกใจเต้นแรง อารมณ์ไม่พอใจเกิด  แต่สีหน้ายังนิ่งอยู่  เออเจโตผมยังใช้ได้ดีอยู่ รู้ละว่าแกไม่พอใจ เดิมทีจะไม่พูดแต่ถ้าไม่พูดแกก็จะพูดส่งเดชผิดๆแบบนี้ไปอีกนาน คนฟังนี่ก็ฟังไปแบบไม่รู้เรื่อง อธิบายไปๆมาๆแกก็บอกว่าผมอ่านพระไตรปิฏกมากไปแล้วมันไม่ใช่อ่านตำราแล้วเอามาพูด. นั้นมั้ยเริ่มมีอารมณ์ แกชักอารมณ์ขึ้น ผมเลยใส่เบรคให้แกครับ  บอกแกว่าอาจารย์ครับพระไตรปิฏกผมไม่เคยอ่านครับ. ผมเป็นมุสลิมครับ เท่านั้นแหละเงียบกริป  บาสเสริมต่อว่าผมเป็นอิสลามครับ. แกไหลต่ออีกแน่ะบอกว่าเนี้ยเคยไปคุยกับอัลเลาะห์กับพระเยซู. เออเอากูไปดีกว่าชักไปกันใหญ่  ก่อนกลับแกบอกไว้วันหลังเรามาสนธนาธรรมกันดูซิว่าใครต้องกราบใคร แน่ะท้าดวลอีกเออไปกันใหญ่  ผมเลยชิงกราบแกก่อนเลย

ผมว่าครั้งนี้ผมควบคุมอารมณ์ได้ดีไม่มีอาการหงุดหงิด. ไม่โมโห  มีอารมณ์ใจเรียบเฉยเป็นปกติ  กับการคุยกับคนประเภทที่มีทิฐิ มานะสูงๆ  เหนื่อยใจนี่ก็ไปรู้ว่าจะมีคนเข้าไปงงแบบผมอีกกี่คน  เพราะน้องผมกับไก่โต้งไม่รู้เรื่องเลยครับฟังอย่างเดียว แบบนี้แย่หน่อย มันเหมือนการเอาคนไม่รู้มาเล่าเรื่องที่ตัวเองก็ไม่รู้  อันนี้ไม่ไหวจริงๆ พูดส่งเดชไปเรื่อยเปื่อย อันนี้มาเล่าให้อ่านกันเพื่อให้เรามีสติเวลาไปรับฟังหรือมีคนมาเล่าหรือมาสอนอะไรสำคัญที่สุดคือ เราควรเป็นผู้ฟังที่ดี ให้เขาพูดมาให้หมดแล้วเราค่อยพูด  ฟังแล้วก็คิดถึงหลักเหตุผล  ผมได้ข้อคิดอย่างหนึ่งซึ่งค้ดว่านำมาใช้ได้คือ เวลาเราจะฝึกฝนอะไรให้เราเอาชีวิตเข้าแลกเอาให้ถึงที่สุดก่อน ไม่ใช่จับฉ่ายสักแต่ว่าฝึกไปเรื่อยหลายๆอย่างพร้อมๆกันมันก็ไม่ได้เรื่องซักอย่างเหมือนคนที่ผมเล่าให้อ่านครับ. วันนี้ก็ขอจบเรื่องเล่าไว้แต่เพียงเท่านี้…สวัสดี

by admin admin ไม่มีความเห็น

ตอนที่ 51

ตายดาบหน้า

สวัสดีทุกท่านวันนี้วันที่ 12 สิงหาคม 2556 เวลา 23.23 น. ก็ตรงกับวันแม่แห่งชาติเป็นวันมหามงคลของชาวไทย  ผมก็ไปเลยครับไปวัด ทำบุญถวายแม่ของแผ่นดินแล้วก็แม่ผม  แต่ไปคนเดียวเนี้ยสิแม่ไม่ได้ไป  เพราะไม่ได้ชวน  ที่ไม่ได้ชวนก็เกรงว่าจะเบื่อเพราะผมไปฟังเทศน์ด้วย  เอาง่ายๆคือไปอยู่ทั้งวันก็ไม่ชวนดีกว่า  เดี๋ยวร้องกลับแล้วจะงานเข้า  ช่วงที่ผ่านมาไม่ได้เข้ามาเล่าเรื่องราวความเป็นไปในชีวิตผม ว่าแต่ท่านผู้อ่านก็แปลกผู้เขียนก็แปลกเขียนอะไรก็อ่านไปเรื่อย  พอไม่เล่าก็บ่น  เอ้าต่อ  แม้แต่ในเฟซบุ๊คก็แทบไม่ได้เข้า  งานรัดตัวไปนู้นนี่นั่นตลอด  ขึ้นเหนือล่องใต้ไปอีสาน แหมไปทั่วจริงๆเหมือนจะน่ารวยว่ามั้ย  เงินได้มาแทนที่จะใช้หนี้ใช้สินหรือเป็นทุนทำงานดันมาซ่อมรถซะหนิ  จนโดดแซวว่าชอบซ่อมรถ  มันเป็นความซวยครับ แม่อายสะอื้น  คุ้นๆมั้ยแหมได้งานแม่อายมาแสนกว่าบาทไป3ครั้งรถพัง3ครั้ง  เออซวยแท้  ไปยื่นซองเทอร์โบรั่ว ไปเซนต์สัญญาเกียร์พัง ไปส่งงานเครื่องพัง อ่วมจริงๆแม่อายเล่นซะกูอาย   ความจริงผมเป็นคนประเภทอะไรจะเกิดช่างแม่งขอไปตายเอาดาบหน้า  เรื่องของเรื่องมันอย่างนี้ คือหม้อน้ำรั่วครับตั้งแต่อยู่อยุธยา  ผมมันบ้าทุรังขับไปเพื่อยื่นซองที่กำแพงเพชรขับไปจอดเติมน้ำไป  สุดท้ายไปไม่ทันแหมเซ็ง  

วันนั้นไปกะเจ๊ดาว  ผมกับเจ๊ดาวนี่จะประเภทฉิบหายไม่ว่าขอบ้าไว้ก่อน รู้ว่ารถต้องพังก็ยังทุรังไป ผมกะว่าเออ  นอนกำแพงเพชรซักคืน  เช้าค่อยซ่อมรถ  เลยปรึกษากะเจ๊  เจ๊แกจะเรียกผมว่า ผู้จัดการ  เจ๊บอก ผู้จัดการพี่ว่าไปต่อเลยดีกว่าไปเรื่อยๆค่อยๆไป  แหมผมคิดในใจปกติไม่เห็นมันจะให้ไปเรื่อยๆเลย  ยุยงส่งเสริมให้ผมแข่งกับคันอื่นเรื่อย  ประเภทใครขับจี้ตูดเจ๊ยอมไม่ได้จะยุให้ซิ่ง  เราต้องเป็นผู้นำเสมอห้ามใครแซงซะงั้น  ไอ้ผมก็บ้ายุ มันยุก็สงเคราะห์สนองความมันส์เวลาเหยียบแล้วคันหลังหายไปเลยก็จะเป็นที่พอใจของเราทั้งคู่  แอบจิตหน่อยๆนะเนี้ย  บางทีต่อให้เขาก่อนซัก2ตำบล  จากนั้นก็กวดไปแซง เออบ้าพอกัน วันนั้นเลยเลือกไปตายเอาดาบหน้า  หาได้กลัวเสียตังค์ไม่  สุดท้ายโดนสไลด์จากแม่พริกไปเชียงใหม่  กระเป๋าฉีกกระจุย  วัวก็ลากไม่ไป  เที่ยวนี้วัวลากได้กูทิ้งรถโกยแน่  เพราะอะไรรึ ก็เพราะล่อซะควันขึ้นสตาร์ทไม่ติด  แหมนะล่อให้พังไม่พังไม่จอด  

การมาเชียงใหม่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มาแล้วรถเสียระหว่างทาง  จะเรียกว่าครั้งแรกในชีวิตก็ว่าได้ที่รถเสีย  ก็ไม่เป็นไรเงินทองของนอกกายเสียไปก็หาใหม่ได้  ครั้งนี้ผมก็มีโอกาสไปพักบ้านพี่นัน  ณ หางดง   แกชวนนอนหลายครั้งก็ไม่ได้ไปนอนซักที พี่นันเป็นผู้ร่วมรบในสงครามช้างเผือกรุ่น 2  สมัยที่คุยกับผมแรกๆแกก็คุยไปร้องไห้ไป  ทำไมน่ะรึ  ก็ไม่ขอเล่าก็แล้วกัน  เที่ยวนี้เลยจัดให้  บ้านพี่นัน  บ้านแกนี่มีผีมาก  ผมมาทีไรผีมาเยี่ยมทุกที  ผีแต่งองค์ทรงเครื่องสวยงามมาก  มาทีไรก็จะมาทักทายผมทุกที  ช่วงที่พักอยู่บ้านแก  แหมก็ต้องขอบอกว่าแกดูแลผมอย่างดี  ของกินไม่ขาด ดูแลผมเป็นอย่างดีจริงๆ  มีอยู่วันนึงก็ออกมาทานข้าวนอกบ้านกัน  เป็นร้านอาหารแห่งนึงแถวๆนั้น  วันนั้นเป็นอีกครั้งที่ผมดีใจเป็นที่สุด  วันนั้นกินข้าวไปคุยไป  คุยมาคุยไปแกก็ถามเรื่องการปฏิบัติ  ผมจำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร  แต่พอผมจะตอบ  ท่านพ่อก็มายืนอยู่ข้างหลังแก  ท่านมาในชุดพระสงฆ์  ผมถามพี่นันว่า พี่มีอะไรจะคุยกับหลวงพ่อมั้ย   พี่นันแกถามว่าเมื่อไหร่แกจะปฏิบัติได้ซะที  เวลานี้ผมมองหน้าท่านพ่อ  ผมเห็นท่านมองพี่นันสายตาที่ท่านมองพี่นัน  ผมแทบจะปล่อยโฮ  ออกมาตรงนั้น ท่านมองด้วยความเมตตาแบบที่ผมไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ว่ามองยังไง  แค่เห็นสายตาท่านมองผมก็แทบจะขาดใจตาย   ท่านพ่อท่านลูบหัวพี่นันแล้วพูดว่าลูกมันดื้อรู้เนี้ยรู้ทุกอย่างแต่ไม่ทำ  จากนั้นท่านแสดงภาพให้ผมเห็น  ภาพที่ท่านให้ดูคือภาพพี่นันไปกราบท่านในขณะที่ท่านมีชีวิตอยู่  มีอยู่ภาพนึงที่ท่านพ่อจ้องมองตาพี่นันอยู่นาน  ผมถามพี่นันว่าพี่เคยจ้องตากับหลวงพ่อมั้ย  แก่ตอบว่าเคย  ผมเล่าให้แกฟังว่าทุกครั้งที่พี่ไปกราบท่าน ท่านสนใจพี่ทุกครั้ง  ท่านจำพี่ได้ทุกครั้งเพราะพี่เป็นลูกที่ดื้อ  สิ่งนึงที่ท่านพูดแล้วทำให้ผมกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว  ท่านบอกว่าลูกรัก หากลูกปฏิบัติตามที่พ่อบอกไว้ลูกจะไม่พลาดจากพระนิพพานในชาตินี้

 ผมไม่ไหวจริงๆครับมันจุกลำคอ แน่นพูดไม่ออก  นี่ครับท่านผู้อ่านความรักความเมตตาที่ท่านมีให้ลูกหลานท่านมันมากล้นจริงๆ  ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่ผมพบท่านพ่อ  ผมเสียน้ำตาทุกครั้งไปมันตื้นตันในความเมตตาของท่าน  ความรักที่ท่านมีให้ลูกหลานมันหาประมาณมิได้  ความเมตตาที่ท่านมีความต้องการให้ลูกหลานเข้านิพพาน พ้นจากการเกิดพ้นจากทุกข์  แต่ลูกหลานอย่างผมก็ยังโง่ยังเลวยังไม่เอาไหน  ยังหาความดีไม่พบ ต้องให้ท่านพ่อเหนื่อย  แต่ท่านพ่อจะไม่เหนื่อยเปล่า  ลูกหลานท่านพ่อจะไม่ยอมแพ้  แม้วันนี้ยังล่อแล่ๆอยู่ปากอบายภูมิ    จงภูมิใจว่าครั้งนึงเราเคยเกิดเป็นลูกเป็นหลานท่าน ทำให้ได้ไปให้ถึง  หลายครั้งผมกังวลใจ ทุกข์ใจในเรื่องทางโลก สิ่งเดียวที่ทำให้ผมสู้ต่อไปได้คือคำสอนของพ่อที่ว่าด้วย กฏธรรมดา ไม่ว่าผมจะทุกข์เรื่องอะไรก็แล้วแต่ ต้นเหตุแห่งทุกข์มันมาจากผมเองทั้งสิ้น  มันมาจากการต้องการลงมาเกิด สุดท้ายเราต้องบอกจิตเราบอกใจเราว่าไม่เอาแล้วไม่เกิด คิดแบบนี้บ่อยๆทุกวันให้มันชิน แค่คิดอย่างเดียวไม่พอต้องทำด้วย ทำอย่างไรไม่ขอบอกเพราะบอกไปเยอะแล้ว 

ดราม่าพอและมาต่อเรื่องไม่เป็นเรื่องหรือเป็นเรื่องกันดีมั้ย  ช่วงเข้าพรรษาก็ปลื้มใจที่พ่อจา คุณครูแห่งหลังสวนชวนบรรดาลูกศิษย์มาพบมากันเป็นฝูง  มาแล้วก็ไม่ให้เสียเที่ยวจัดหนักกันไป   ได้ไปกราบพระกราบท่านปู่กันถ้วนหน้า ลงมายิ้มแย้มแจ่มใสใจสว่างกันไป  ไว้มีโอกาสคงได้เจอกันใหม่วันนั้นเวลาน้อยยังไม่ได้คุยนู้นนี่นั่นกันเท่าที่ควร  อีกทั้งผมก็อดหลับอดนอนเลยหมดสภาพ  กลับมากรุงเทพก็ต้องไปขอนแก่นต่ออีก  พูดถึงขอนแก่นก็ขอเล่าเรื่องแมวให้อ่าน  ที่ให้อ่านไม่ได้จะบอกว่าผู้เล่าเป็นคนดีหรือจะอวดความดี  แต่เล่าเพื่อเป็นตัวอย่างในการให้ความเมตตา กรุณาต่อสัตว์ร่วมโลกและไม่ปล่อยปะละเลยต่อชีวิตของสัตว์  อย่ามองว่าเป็นกรรมของมัน ช่างมัน. วันนั้นผมขับรถออกจากที่พักเข้าถนนมิตรภาพ  ก็มีรถกระบะวิ่งอยู่ข้างหน้าประมาณ50เมตร จู่ๆลูกแมวก็ตกลงมาจากรถกระบะคันหน้าผม  ผมมองมันแล้วลุ้นสุดตัวกลัวมันจะวิ่งไปโดนรถทับแต่ชะตามันยังไม่ถึงคราว  มันวิ่งเข้าข้างทางไป  ขณะนั้นผมมองมันใจนึงอยากจอดรถลงไปดูเพราะอายุมันไม่น่าเกิน2เดือน  อีกใจเกรงว่าเอามันมาจะเป็นภาระ  ต้องหาที่อยู่หรือต้องเลี้ยงมันไว้  ผมตัดสินใจขับเลยไปแต่ใจยังติดอยู่กับมันตลอดทาง  ผมคิดตลอดว่ามันอาจบาดเจ็บอาจไม่รอด  พอมาถึงบ้านน้องก็เล่าเหตุการณ์นี้ให้น้องฟัง  บาสเลยแนะว่าเอามาเลยหาคนเลี้ยงได้  ผมเลยตัดสินใจกลับไปดูที่เกิดเหตุอีกครั้ง  ใจคิดว่าขอให้เจอเถอะ  

ผมเดินหาขับรถวนไปวนมาอยู่3รอบ  รอบสุดท้ายใช้ความรู้สึกแรก  ก็มีความรู้สึกว่ามันต้องอยู่บริเวณนี้  ผมเดินหาจนเจอมันเกาะโคนต้นไม้ข้างทางอาการมันตกใจหวาดกลัว   แหมค่อยโล่งใจเลยพาไปหาหมอตรวจเช็คจนเป็นที่พอใจ  แล้วเอาไปฝากบาสไว้ให้ดูแล  ผมมองดูแมวตัวนั้นแล้วนึกถึงตัวผมเองว่าหากผมเป็นมันผมก็ต้องการคนช่วยเหลือเช่นกัน  ผมคงตกใจและหวาดกลัวไม่น้อยไปกว่ามัน  วันนั้นก็เสียเงินค่าตรวจค่ากรงค่ายาไป สี่ร้อยกว่าบาท  กับชีวิตแมวตัวนึง  ก็ผ่านไปกับเรื่องแมว  ท่านผู้อ่านทุกท่านหากเราเอาใจเขามาใส่ใจเรา  ไม่ปล่อยเลยตามเลย  ไม่อ้างกรรมส่งเดช  เราก็สามารถช่วยชีวิตได้ทั้งคนและสัตว์   

มีท่านผู้อ่านหลายคนมักถามผมในเรื่องต่างๆที่เป็นความทุกข์ใจ  ไม่สบายใจต้องการให้ผมช่วยเหลือ  ต้องการให้ผมใช้ญานดูอะไรต่างๆให้  ผมเข้าใจดีครับนั้นแหละความทุกข์  ผมเจอทุกข์มามากจริงๆมากจนชาชินไปหมด  จิตใจผมมีความแข็งแกร่งขึ้นมากจนมองปัญหาพวกท่านเป็นปัญหาเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่ผมผ่านมา  ให้คิดแบบนี้นะ  ทุกอย่างมีเกิดขึ้น  ตั้งอยู่แล้วดับไป  เหมือนดวงอาทิตย์ตอนเช้าก็ส่องแสงสว่างกำลังพอดีให้เรามองเห็นอะไรได้  กลางวันก็แรงหน่อยอาจจะร้อนไปบ้าง แต่เราก็รู้ว่ามันจะร้อนไม่นาน  ตอนค่ำก็เย็นสบายแต่อาจกังวลกับความมืดไปบ้างและเราก็รู้ว่าไม่ว่าจะอย่างไรพระอาทิตย์ก็ยังจะต้องขึ้น  มันจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ  ทีนี้เราก็รู้แล้วว่ายังไงมันก็จะมีความมืดมาเยือนเราอีกแล้วมันก็จะสว่างขึ้นเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น  ความกังวลมันก็จะคลายตัวเพราะเราคุ้นเคยกับมันแล้วอยู่ร่วมกับมันมาตลอด  

บางคนทุกข์ใจเรื่องแฟน  ต้องพลัดพรากจากกัน  เลิกรากันไป  อาจจะเพราะไปกันไม่รอดหรืออาจนอกใจไปมีคนอื่น  มีหลายคนครับถามผมเยอะมากว่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมมั้ย  เค้ารักเราจริงมั้ย ที่สำคัญคือมันจะต้องถามเหมือนกันหมดว่าจะมีคนใหม่มาเมื่อไหร่  นี่ถ้าคนถามมันอยู่ใกล้ๆก็ต้องขอตบกะโหลกให้สมองไหล  เมื่อกี้มึงยังทุกข์ใจโดนแฟนทิ้งจะเป็นจะตายไม่ถึงนาทีมึงถามว่าคนใหม่จะมาเมื่อไหร่  เออเอากะมันไอ้เราก็งง มันรักกันแบบไหนวะ  คนพวกนี้รักกันแบบไหน  เอาง่ายๆนะผมว่ามันรักตัวเองมากกว่า  กลัวตัวเองจะทุกข์ แต่ถ้าเรารักจริงๆเนี้ย  ถ้าคนที่เรารักเขาทิ้งเราไปแล้วเขาไปเจอคนที่ดูแลดีกว่าเรา  แล้วคนที่เรารักเขามีความสุขก็ปล่อยเขาไปเถอะครับ  ควรจะยินดีเสียด้วยซ้ำ  ในเมื่อใจเขาไม่ได้อยู่กับเรา  มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร  พูดเหมือนง่ายครับ  ผมรู้ว่าไม่ง่ายแต่ผมเคยทำได้แล้วและผ่านเรื่องแบบนั้นมาแล้ว  ท่านก็จะทำได้อย่างผมแล้วผ่านมันไปได้อย่างผม  เมื่อผ่านมาแล้วมองย้อนกลับไป  เราจะเข้าใจโลก  เข้าใจอะไรต่างๆมากขึ้น   

บางคนป่วยเป็นโรคประจำตัวอะไรต่างๆ  ก็ทุกข์อันนี้เป็นปกติของคนป่วย  ร่างกายป่วยก็เป็นเรื่องของร่างกายไป  อย่าให้ใจทุกข์  กายทุกข์ใจสุขทำได้มั้ย  ยากใช่มั้ย  ความจริงไม่ยากหากเรายอมรับมัน  อยู่ร่วมกับมัน  คุยกันสิ เอางี้นะวันนี้มึงทำกูเจ็บนิดๆหน่อยๆพอ  พรุ่งนี้มึงทำให้มันเจ็บจนชาเลยได้มั้ย  หรือวันนี้กูเบื่อๆมึงมาทำให้กูความดันต่ำหน่อย  วันนี้กูอยากถอดกายในมึงช่วยทำให้กูเวียนหัวคลื้นไส้ได้มั้ย  กูจะได้เบื่อร่างกายตัดร่างกายไปเต็มกำลังได้  อย่างผมหัวใจเต็นอ่อนก็บอกมันว่าวันนี้มึงหยุดเต้นได้มั้ยกูเห็นมึงไม่เคยพักเลย  พักซักวันมั้ย  แน่ะมันไม่ฟังเราเห็นมั้ย  เวลาเราไม่ต้องการมัน  มันมักต้องการเรา  พอเราต้องการมัน  มันหยิ่งไม่สนใจเรา  เราก็เอาคืนนะ  วันไหนมันสนใจเรา  เราก็ไม่สนใจมัน  ลองดูว่าใครมันจะหยิ่งกว่ากัน  

บางท่านตกงานไม่มีงานทำ  ผมก็เคยไม่มีงาน  ทำไงรู้มั้ย  ผมมองดูหมา ดูแมว แล้วก็คิดว่าดีเนอะพวกมึง  เกิดมาไม่ต้องทำงาน  แต่มันก็อยู่กันได้  มีชีวิตอยู่ได้  แม้ไม่มีเงิน  แหมเกิดเป็นหมานี่สบายไม่ต้องทำงาน  ไม่ต้องหาเงิน  ขี้ที่ไหนก็ได้  ฉี่ที่ไหนก็ได้  เกิดเป็นหมานี่สบายจริงๆ  อย่างหมาผม  นอนก็นอนห้องแอร์  หิวก็เดินมาเอาตีนเขี่ยๆมองหน้าแลบลิ้น  ก็ต้องหาอะไรให้มันกิน  วันๆไม่ทำอะไร ตื่นเช้ามาวิ่งเล่นกลางวันนอน มีเห่าบ้างเวลาคนผ่านไปผ่านมา เย็นๆไปเดินเล่น ค่ำๆนอนดูทีวีอ้าขาให้ลูบไข่  เออสบายมั้ยล่ะ  มองมันแล้วมองดูตัวเราก็คิดว่า  ทำไมกูไม่มาเกิดเป็นหมาบ้าง   ผมคิดแบบนี้มันก็เบาใจ  เออหมาอยู่ได้กูก็อยู่ได้  บางครั้งเราก็หลงไปกับสิ่งต่างๆรอบตัวเรา  เมื่อก่อนไม่มีเฟซบุ๊คก็อยู่กันได้  เดี๋ยวนี้ไม่ได้เข้าไปเล่นวันนึงมันหงุดหงิดเหมือนชีวิตขาดอะไร  แปลกมั้ยล่ะ  มันแปลกนะเดี๋ยวนี้ผมเอาเวลาว่างไปเปิดเสียงท่านพ่อ  นึกขึ้นได้ก็ว่า สัมปจิตฉามิ  บางทีก็ปราโมทย์ๆ  บ้างก็จับภาพพระแล้วว่าปราโมทย์ๆ  บ้างก็ เข้ารู้  ออกรู้  จับลมรู้ลม  ดีกว่าไปเสือกเรื่องชาวบ้าน  คนนั้นเป็นผัวคนนี้  คนนี้แย่งผัวคนนั้น  คนโน้นเป็นอย่างนี้  คนนี้เป็นอย่างนั้น  รู้เรื่องชาวบ้านไปซะหมดทุกเรื่องยกเว้นเรื่องเดียวที่ไม่รู้คือ เรื่องตัวเอง  ประเภทนี้ก็น่าหนักใจ   บางคนก็พูดเรื่องการเมือง ด่าคนนั้น ว่าคนนี้  แต่ไม่มองตัวเองว่าทำอะไรเพื่อส่วนรวม  เพื่อสังคม  เพื่อชาติบ้าง  

พวกเราทุกคนที่ต้องการไม่เกิด  เรื่องพวกนี้ไม่เหมาะกับเรา  อย่าประมาท  มองทุกอย่างเป็นเรื่องธรรมดา  ภาระหน้าที่หนักๆของเรามันหมดแล้ว  หากชาตินี้จะเป็นชาติสุดท้ายก็หมั่นรักษาความดีในศีลให้ทรงตัว  พรหมวิหารให้ชิน  ยอมรับกฏแห่งกรรม  กฏธรรมดา  นักปฏิบัติจริงๆเขาไม่ยุ่งหรอกนะเรื่องชาวบ้าน  เขายุ่งแต่เรื่องตัวเอง  ว่าตัวเราต้องขัดเกลาอะไรบ้าง  ใจเรายังมีโลภ โกรธ หลง มากมั้ย  ศีลข้อไหนเราคิดว่ายังยากบ้าง  ความจริงมันไม่มีอะไรยาก  หากเราเอาจริง  ที่บ่นว่ายากคือเรายังไม่เอาจริง  วันนี้ลองคิดทบทวนย้อนกลับไปนะว่า  เรานึกถึงความตายครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่  เราผิดศีลครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่  เราสวดมนต์ไหว้พระครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่   นึกออกกันมั้ยล่ะ  

เผลอแป๊บเดียวจะครบปีแล้วสำหรับเวปมโนมยิทธิ  ผมดีใจที่มีผู้สนใจเข้ามาอ่านมากมาย  ดีใจที่ผมเป็นส่วนนึงที่ทำให้ผู้อ่านเข้าถึงคำสอนพระพุทธเจ้า  ได้ประโยชน์บ้างไม่มากก็โคตรมาก  ผมสุขใจที่ทำให้หลายคนไปฝึกกรรมฐาน  ไม่ว่าจะอยากทำได้อย่างผม หรืออยากไปนิพพาน  หรืออยากลองดู  มันก็เป็นสิ่งดีทั้งสิ้น   มุสลิมหลายคนไปกราบพระก็เพราะมีผมเป็นตัวอย่าง  เอออ่านแล้วดูแปลกๆ  มุสลิมหลายคนอ่านแล้วไปฝึกกรรมฐาน  อันนี้อ่านแล้วแปลกใหญ่  ดีใจครับที่ผมเป็นตัวอย่างในการปฏิบัติ  อะไรดีก็ลอกไป  ไม่ดีก็อย่าเอาไป  ผมไม่สนว่าใครจะชม  จะด่าผม  ช่างแม่งเรื่องของคนด่า  คนชมก็ช่างมันเรื่องของคนชม  แต่ไม่แน่ใจว่าช่างแม่งได้จริงๆมั้ยถ้าด่าต่อหน้า  อาจโดนตบบ้องหูก็เป็นได้  หรือชมต่อหน้าอาจโดดหอมแก้มเข้าให้  เอ๊ยังไง  นี่ยังไม่อยากจบนะเที่ยวนี้หายไปนานก็ว่าจะร่ายยาวๆ  อ่านกันให้ตาแฉะดีมั้ยรึไม่ดี   มีคนเขาบอกว่าเขาเป็นแฟนคลับ  ตามอ่านตลอด  ที่ว่าตามอ่านตลอดนี่ได้ทำตามบ้างมั้ยไม่รู้   หรืออ่านอย่างเดียวเพลินๆ  ช่างเถอะเรื่องของท่าน  ส่วนผมมีหน้าที่เล่าก็เล่าไป   ไว้ว่างๆอารมณ์ดีๆก็จะมาเล่าให้อ่าน  ช่วงนี้อารมณ์ขึ้นๆลงๆ เหวี่ยงๆหงุดหงิดง่าย  คล้ายจะวัยทองมองอะไรขวางหูขวางตาไปหมด  ผมว่าหลายท่านอาจเป็นอย่างผม  หงุดหงิดง่ายนี่เป็นบ่อยเพราะอะไรก็เพราะเหนื่อยง่าย  หายใจสั้น  วิธีแก้ทำไงรู้มั้ย  ก็หงุดหงิดเสียให้เหนื่อยเดี๋ยวหายเอง  เออดีมั้ยเรื่องหงุดหงิดก็พักไว้ เล่าไปก็ไม่เกิดประโยชน์  แก้ง่ายนิดเดียว  พอรู้ว่าไม่พอใจหงุดหงิดก็ให้คิดว่าเราเลวขึ้นแล้ว  ตลกดีนะตอนนี้ผมนี่โคตรเลวเลยเพราะหงุดหงิดบ่อย  

เกือบลืมมีควันหลงเรื่องวัวธนูมาส่งท้ายเรื่องเล่าในตอนนี้ครับ  อีตอนก่อนเข้าพรรษาพี่สาวผมได้บูชาวัวธนูไป  แหมแกถามผมซะเยอะเลยว่าต้องให้หญ้าทุกวันมั้ย  น้ำล่ะ  ไว้ห้องพระได้มั้ย  ใส่กระเป๋าได้มั้ย  ความจริงเนี้ยได้หมดครับ  ไอ้วัวนี่มันก็ไม่ได้ไปนอนในกระเป๋าเรานะ  เรื่องมีอยู่ว่าพอแกบูชาไป  วันรุ่งขึ้นแกก็ไปใต้กับครอบครัวพร้อมลูกๆ   พี่สาวผมก็เอาวัวติดไปด้วย แหมลูกแกนี่สิอยู่ๆพูดขึ้นมาว่า วัวๆๆๆ  อ้าวแม่มันก็งง  ไหนลูกไหน  ลูกชี้มือไปหน้ารถบอก วัวๆๆๆ  พี่ผมนึกขึ้นได้ว่ามีวัวธนูในกระเป๋าก็หลอนกันไป  ลูกเห็นแม่ไม่เห็น  ถ้าแม่อยากเห็นต้องฝึกทิพจักขุญานเห็นแน่นอน   แหมอีตอนรถผมเสียนี่มันมายืนอย่างกะกวางซานต้ารอลากรถ    เอ้าวันนี้ชักจะยาวก็ขอจบเรื่องเล่าไว้แต่เพียงเท่านี้สวัสดี…..

by admin admin ไม่มีความเห็น

ตอนที่ 50

วัวธนู

สวัสดีท่านผู้อ่านวันนี้วันที่ 25 มิถุนายน  2556  วันนี้มาเล่าตอนตีหนึ่ง    ไม่ใช่นอนไม่หลับแต่เพิ่งกินนู้นนี่นั้นไปเลยต้องมาหาอะไรทำ  มานั่งเล่าเรื่องบ้าๆบอๆ พอขำ สนุกๆ  ความจริงเรื่องนี้ไม่อยากเล่าครับมันจะเกินความเป็นจริงไปซักหน่อย  แต่ไม่เล่าเป็นสาธารณะคนที่เขาฟังแบบไม่สาธารณะเขาก็อยากให้เล่าเป็นสาธารณะ    เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาผมว่าเป็นช่วงเวลาที่ซวยที่สุดในปีนี้  แหมจะว่าซวยมันก็ไม่ทั้งหมด  มันก็มีดีอยู่บ้าง  เดือนนี้ได้งานมามาก  แต่ก็เสียเงินมาก  ไอ้เรื่องเสียเงินนี่ส่วนมากเสียไปกับรถ  เดือนนี้เจอค่าซ่อมรถตั้งแต่ต้นเดือนจนปลายเดือนก็เกือบแสนบาท  แหมอ่านแล้วจะอ๊วกมั้ย  พิมพ์เองอ่านเองยังจะอ๊วก  เจอทั้งเทอร์โบเสีย  เกียร์พัง หม้อน้ำแตก  แอร์แบคพัง  เหนื่อยๆๆ  

ก่อนเล่าเรื่องบ้าๆบอๆก็ขอแนะนำวิธีการทำให้ทิพจักขุญานแจ่มๆซะหน่อยดีมะ  อืม ว่าแต่จริงๆก็แนะไปหลายครั้งแล้วใช่มั้ย  ตกลงเป็นไงล่ะพระใสบ้างมั้ย  ไม่ใส  เออทำไง เอางี้ไปซื้อพระใสมาจ้องเลยดีมั้ย  ต้องเรียกบูชา  ก็บูชานะ ไปบูชาพระแก้วใสมานั่งมอง  นั่งจ้องซะนะ  จ้องให้จำได้  หลับตาเห็นพระ  ลืมตาเห็นพระ  แต่อย่าลืมนะแค่นี้ยังใช้ไม่ได้ใจต้องปราศจากนิวรณ์ด้วย  ทำไงล่ะก็มีหลายวิธีนะ เช่นใครที่ได้มโนมยิทธิอยู่แล้วก็ขึ้นไปข้างบน  ใครยังไม่ได้ก็จับลมแทน  จับลมหายใจพร้อมกับภาพพระแก้วใสนะ  เอาให้คล่อง  แต่อย่าลืมนะว่าเราไม่ใช่พระอรหันต์มันก็ต้องมีผิดบ้างถูกบ้าง    บางทีผมก็ผิดๆถูกๆ  บางคนคิดว่าตัวเองถูกๆไม่ผิด  อันนี้มีมาก  มีเยอะประเภทนิวรณ์กินใจ  เลยไม่แม่น  แหมพอไม่แม่นทำไงล่ะแต่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ อันนี้หนัก  พอหนักๆเข้าก็เสียความมั่นใจ  บางคนก็ไม่เสียนะความมั่นใจน่ะแต่กลับคิดว่าตนยังถูกอยู่ก็ยังดูไปส่งเดช  ส่งลม  แหมบางทียังมีหน้ามาดูผมอีก  ดูผิดๆถูกๆ  เออสรุปผิดหรือถูกไม่รู้แต่จะโดนกูบ้องซะทีดีมั้ย  แหมเอาให้ยานลงจอด  เออนอกเรื่องไปเรื่อย  อันนี้ไม่ได้ด่าใครนะ  แต่นึกขึ้นได้มาเคยมีคนเขาใช้ญานหรือยานอันนี้ไม่ทราบ  ดูผมส่งเดช เจอนี่ต้องเจอเดชส่งเสียบ้าง  เอ้ามาเข้าเรื่องต่อ  

เมื่อเราได้ทิพจักขุญานแล้วนะญานอีก7ตัวก็เป็นเรื่องกล้วยๆ  อย่างที่หลวงพ่อบอกครับ  มันกล้วยจริงๆ  ไม่อย่างนั้นผมคงประมูลงานไม่ได้มากขนาดนี้  ก็ต้องขอขอบคุณหลายๆท่านในเฟซบุค  ที่ต้องขอบคุณก็เพราะพวกท่านเมตตา กรุณา ให้ผมใช้ญานอยู่เรื่อยๆ  อันนี้ไม่ได้เสียดสีนะ  พูดจริงบ่องตง  ถ้าท่านทั้งหลายไม่ถามนู้นถามนี่ผมเรื่อยๆ  ผมก็คงไม่ค่อยได้ใช้ญาน  นานๆใช้ทีมันก็ไม่คล่องตัว  มั่วไปเรื่อยๆ  แต่มั่วแล้วตรงคำตอบถูกมันก็ดีไป  แต่ก็ขอยืนยันกับทุกท่านที่ถามผมครับว่า  ทุกคำถามที่ท่านถามผมนั้นผมตั้งใจดูให้  นอกเสียจากขับรถอยู่  หรือติดงานก็จะบอกท่านก่อน  ความจริงผมคุยทุกคนนะ  ไม่ได้เลือกคุยครับ  ทั้งผู้หญิงผู้ชาย  อย่าคิดว่าผมคุยแต่กับสาวๆนะ  ไอ้พวกนี้ญานไม่แม่น  ชอบคิดว่าผมเลือกคุยแต่กับสาว  ก็ขอบอกว่าไม่ว่าใครมาถามวิธีปฏิบัติ  ข้อสงสัยอะไรต่างๆ  ผมคุยด้วยหมด  ไม่ต้องเกรงใจ  แต่เกรงใจหน่อยก็ดี  ดีมะ  เออดีๆ  อยากให้ผมส่องก็เอา    มีหลายคนถามผมว่าผมทำยังไงทำไมเห็นภาพชัดเจน  ผมรู้ในเรื่องที่ไม่น่ารู้ได้ยังไง  ก็ขอบอกว่า  ญานเขาแปลว่ารู้  ต้องการจะรู้เรื่องอะไรก็จะรู้ได้  ถูกไม่ถูกอีกเรื่องนะ  อยู่ที่จิตเราวันนั้นผ่องใสมั้ย  ก็ขอยกตัวอย่างเรื่องนี้ซักนิดนะ  น้องผมและคณะมักจะให้ผมดูนู้นดูนี่ให้  เอาพระมาให้จับ  เอาวัตถุมงคลต่างๆมาให้ดู   บางวันจิตผมผ่องใสก็ดูได้ลึก  บางวันไม่ผ่องใสก็ดูได้ไม่ลึก    อันนี้ความจริงทุกท่านสามารถทำได้นะ  อาจทำได้ดีกว่าผม  หรือเจโตปริยญาน  อันนี้เหนื่อยหน่อยเพราะถ้าต้องการญานตัวนี้ท่านต้องหมั่นจับภาพพระให้ใส    ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่อยากได้ทิพจักขุญานทุกท่าน  หมั่นจับภาพพระ  เอาจิตห่างนิวรณ์ชั่วคราว ลองดูครับ

มาเข้าเรื่องเพี้ยนๆของผม  อาทิตย์ที่ผ่านมาผมเห็นเขาเอารูปวัตถุมงคลที่เรียกว่า วัวธนู มาให้บูชา  ไอ้เราตอนแรกเฉยๆ  แต่นี่ดิเจ้าอุย ณ หนองหอย สาธยายสรรพคุณให้ฟัง  ก็ชักสนใจแต่ผมมันประเภทใช้เทวดาได้  แหมฟังดูเท่ห์  ความจริงเทวดาท่านสงเคราะห์  ผมก็วอขึ้น  เลยขอให้สงเคราะห์บ่อยๆ  นานๆเข้าก็ให้สงเคราะห์จนชิน  ชินจนฌานเสียแล้ว  ภาษาโลกเรียกใช้  เออใช้เรื่อยเลย  ฟังอุยมันเล่าไอ้เราชักอยากลอง  เอาซะหน่อย  ผมก็ไปเลยครับ  ไปบูชามาจากวัดไปถึงก็ดู ดูไปดูมา เออดี ดียังไงรึ ที่ว่าดีก็เพราะมีความรู้สึกว่าแรงดี  ว่าแต่ถ้ามีวัวเดินไปเดินมานี่เราจะคุยรู้เรื่องมั้ย  อันนี้คิดเองคนเดียวนะ  จะถามพระที่นำมาให้ดูก็คงมองว่าไอ้หมอนี่ท่าจะหนัก  ตรงนี้ไม่ยากนะ  ทุกท่านที่ชอบวัตถุมงคลคงอยากจะสัมผัสพลังพระเครื่อง  สัมผัสพุทธคุณด้านต่างๆของเครื่องราง  หรือพระเครื่อง  เพียงแค่ท่านกำหนดจิตจับภาพพระให้ใสจนเป็นแก้วประกายพฤกแพรวพราวนะ  ทรงภาพนั้นไว้ ย่อ ขยาย หมุนซ้ายขวา  จนทรงตัว น้อมจิตใช้กายในกราบ  ขอบารมีพระท่านสวมครอบกายในเราจนใจเบา  จากนั้นขอบารมีพระขอทราบพุทธคุณวัตถุมงคลต่างๆ  เพียงเท่านี้ท่านก็จะทราบตามต้องการ  ส่วนผมนี่บางทีก็ถามพระบ้าง ดูเองบ้าง  ดูบ่อยๆเข้าเลยโดนใช้เรื่อย  ก็ระวังนะครับอย่าไปพูดพระองค์นั้นแรงองค์นี้ไม่แรง  องค์นี้เป็นอย่างนั้น องค์นั้นเป็นอย่างนี้  จะกลายเป็นหาเรื่องลงนรกเสีย  ออนี่นะล่าสุด  น้องชวนไปเลี่ยมพระที่ดิโอสยาม  ไอ้เราก็นั่งดูนี่นู้นนั้น ไปเรื่อย  ระหว่างรอมีผู้ชายคนหนึ่งเดิมมาดูกรอบพระ  ท่าทางดูไม่ใช่ผู้ชาย แกคงอยากเป็นผู้หญิงมากกว่านะ  ไอ้ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรแกเดินมาซื้อนู้นนี่  เสียงดังแล้วก็หายไปไหนไม่รู้  ซักพักเอาวัตถุมงคลฝากผู้หญิงคนนึงเอามาให้น้องผม  เออนะมากัน4คนมันให้คนเดียว  ไอ้น้องผมมันก็เอาเลยหยิบผ้ายันต์เดินมาหาผมบอกพี่บอลดูให้หน่อย  แล้วยัดผ้าใส่มือ  ผมก็ไม่ได้ดูนะ  กำผ้าหลับตา  

แหมเอาเข้านั้นดันมาโผล่ที่   วิมานท่านแม่เสียแล้ว  ผมก็กราบท่าน  ยังไม่ทันถาม  ท่านพูดชื่อผู้ชายคนนั้น  (ตรงนี้ผมไม่ขอเอ่ยนามนะครับมารู้ตอนหลังว่าท่านเป็นคนมีชื่อเสียงเกรงว่าจะงานเข้า)   ท่านบอกว่าคนนี้เป็นร่างทรง  และเคยมีสัญญาเก่ากันมาเรื่องสร้างบารมีพระโพธิสัตว์   ก็คุยกับท่านพักนึงครับแล้วลงมา  ลืมตาปุ๊บบาสถามปั๊ม  เป็นไงบ้างพี่บอล   ผมยังไม่ตอบนะแต่ถามกลับไปว่าของ….หรอ(ผมเรียกชื่ออาจารย์ท่านนั้น)  เออเท่านั้นแหละ น้องและคณะรวมทั้งเจ้าของร้านทอง ก็พากันงง ที่งงนี่เพราะผมพูดชื่ออาจารย์ท่านนั้นถูก  เออกูฟลุ๊ค  แหมนะ ทำให้แต่ละคนตื่นเต้นกัน  ยิ่งเจ้าของร้านทองนี่ลุงแกออกอาการอยากรู้  ผมก็พล่ามต่อว่า  คนๆนี้เนี่ยมีมานะ  ถือตัวถือตน คิดว่าตนดี   ตนเก่ง ความจริงควรจะสอนให้ห่างกิเลสไม่ใช่อะไรก็รวย  ทำให้รวยโคตรรวย  แก้กรรม   อะไรต่างๆ  มันไม่ใช่วิถีของพุทธศาสนา  นั่นปากพาซวยไม่รู้ตาลุงร้านทองแกไปเป็นลูกศิษย์อาจารย์คนนี้มั้ย  ไม่รู้ละกูพูดซะยาวเลย  ปรากฎว่าถูกใจพ่อค้าร้านทอง  แกบอกไอ้ที่ผมพูดน่ะใช่ทุกอย่างเลย  เห็นมั้ยวิชาพระพุทธเจ้า  วิชาหลวงพ่อ สามารถพิสูจน์ได้  เรื่องแบบนี้เมื่อก่อนผมก็ไม่ค่อยกล้าดูนะ  พอดูแล้วตรงแล้วถูกมันก็มีกำลังใจ  พอมีกำลังใจมันก็มั่นใจ  ก็เลยใช้บ่อย  พอใช้บ่อยก็เลยคล่อง  พอคล่องมันก็เลยกล้วยๆ  ท่านทั้งหลายลองทำดูนะ  อันนี้ไม่ยากนะ  

มาเรื่องวัวกันต่อถึงไหนแล้วเนี้ย    วันนั้นเลยบูชามาฝูงนึง    แจกคนอื่นด้วยกับฝากคนอื่นด้วยกลับมานี่ผมยังไม่สนใจมันด้วยซ้ำ  วันรุ่งขึ้นผมต้องไปแม่อายไปเซ็นต์สัญญา    มันก็ต้องไปทางแม่ริม ผ่านแม่แตง เข้าเชียงดาว ออกไชยปราการ ไปฝาง พอใกล้ๆฝางทางมันก็เป็นเขานะครับ    ด้วยความที่รถผมมันเกียร์ไม่ค่อยจะดีอีตอนลงเขาก็เชนเกียร์ช่วยเบรค  แหมดังปั้งเสียงดังบริเวณห้องเครื่อง   แต่รถยังพอวิ่งได้  พอทำธุระเสร็จก็คิดว่าขากลับเข้าเชียงใหม่จะทำยังไง  เขาก็ชันเกียร์ก็จะพัง  ขากลับนี่ไม่รอดครับเกียร์มันลื่น  อาการลื่นนี่ก็คือเข้าDแต่รถไม่วิ่ง  พอไม่วิ่งมันจะขึ้นเขายังไงล่ะ  ทีนี้ก็คิดละว่าเอารถมายกไปซะเลยหมดเรื่อง  แต่กว่ารถจะมาก็นานเอาเรื่องอยู่  ตอนนั้นจอดรถอยู่ข้างทางครับ  นึกขึ้นได้ว่าเออกูเอาวัวลากรถซะดีมั้ยเนี้ย  อันนี้คิดเล่นๆนะ อารมณ์ประมาณว่ากูเสียตังค์อีกละ  ขอเป็นซานต้าแก้เครียด  นี่แค่คิดเล่นๆนะ  แต่ตอนนี้เอาจริงละ  ผมคิดในใจว่าถ้าไอ้วัวที่เอามามันเก่งจริงอย่างที่เขาเล่ากัน  ไหนมึงลองลากรถกูขึ้นเขาดิ  นั่นมั้ยล่ะผมลองของซะแล้ว  ไอ้ตรงนี้ท่านผู้อ่านพิจารณาดีๆนะ  อย่าเพิ่งเชื่อ เพราะผมก็ไม่เชื่อ  แต่ไอ้ไม่เชื่อเนี่ยรถมันดันขึ้นเขามาได้ทั้งๆที่เกียร์เสีย  เออเอากะมันดิ  ตอนนั้นผมบอกน้องผมว่าเกียร์พัง  มันบอกงานใหญ่  ผมบอกกำลังให้วัวแม่งลากขึ้นเขาอยู่  มันหัวเราะแล้วถามผมว่า จริงดิ  ลากจริงๆเห็นเลยหรอ  แหมเออสิวะวัวมันมาอยู่หน้ารถเป็นฝูงตะกุยลากรถกันสนุก   อย่าเพิ่งเชื่อผมนะ อย่าเพิ่งเชื่อ  แต่รถผมวิ่งมาได้ยันเชียงดาว  จากฝางถึงเชียงดาว  มาเจอรีสอร์ทเลยแวะจอดเรียกรถมายกเพราะมันจะมืดแล้ว  ยกรถเข้าอู่ช่างมันถามผมว่าพี่ขับมาได้ยังไงเกียร์มันรูดพังหมดแล้ว  ไอ้เราจะบอกว่ากูเอาวัวลากมันจะว่าบ้า  

วันรุ่งขึ้นผมแนะนำวัวให้คนใกล้ชิดสนิทกันบูชาไว้  แล้วก็บูชามาเพิ่มจำนวนนึง  มันไม่น่าเชื่อครับ  ออ เกียร์รถผมต้องทิ้งเลยซ่อมไม่ได้ซื้อใหม่ใส่  เนี้ยเรื่องแบบนี้นะใครไม่เจอกับตัวมันไม่น่าเชื่อจริงๆ  ออ บอกไว้ก่อนเดี๋ยวเขาจะหาว่าผมหากินกะวัตถุมงคล  ที่ผมนำกลับมาด้วยเนี้ยก็คิดว่าน่าจะนำมาแบ่งบูชากัน  เงินก็เข้าวัดนะครับ  ส่วนต่างที่เหลือจะนำมาเป็นค่ารถตู้ค่าน้ำมันในวันที่เราจะไปถวายพ่อกัน  ดูๆแล้วหลายเงินอยู่เพราะต้องเช่ารถ3วันน้ำมันต่างหาก  อีตอนแรกกะว่าไม่เท่าไหร่ ไปๆมาๆ  ซวยซ่อมรถไปเกือบแสนก็เลยต้องหาทุนกันหน่อย  เพราะตั้งใจไว้ว่าใครจะไปก็ฟรีค่ารถนั่นแหละ  จะได้ไปชื่นใจกัน  มีหลายคนเขาคิดว่าผมพูดเล่นเรื่องวัว  เออกูเอาเรื่องจริงมาพูดเล่น  อย่างเรื่องกุมารทองนี่ก็ใช้ได้ผลนะครับผมมีแต่ไม่ค่อยได้ใช้  มันเรื่องมากเวลาบนทีนึงเรื่องเยอะ  จะเอาแต่พิซซ่าซีฟู๊ด  ถ้ามันกินหน้าอื่นผมก็จะบนอยู่หรอกมันกินแต่ซีฟู๊ดตลอดไอ้เราก็ไม่ชอบกิน  แหมซื้อมาแก้บนทั้งทีมันก็ต้องแบ่งเรากินด้วยจริงมั้ย  นี่มันจะกินหน้าเดียวเลยไม่ค่อยใช้งาน  เรื่องมาก  บางตนก็จะเอาของเล่นที่สมัยนี้เขาไม่เล่นกันแล้ว  ผมก็หาไม่ได้ไม่รู้จะไปซื้อที่ไหน  เลยบอกเทวดาดีกว่าง่ายดีทำบุญก็ชวนท่านมาโมทนา  

สุดท้ายนี้ก็อยากจะขอฝากอีกเรื่องนะครับ   ช่วงนี้มีข่าวไม่ดีในพระพุทธศาสนา  พึงมีสติมองดูพวกเขาทั้งหลายด้วยใจที่เป็นกลาง  การบวชเข้ามาในพระศาสนาต้องเคารพพระพุทธเจ้าเป็นปฐม   เคารพศีลที่พระพึงถือ   เคารพพระธรรมวินัย  ผู้ละเมิดก็ไม่ต่างจากคนที่เอาเครื่องแบบพระมาใส่ทำตัวคล้ายพระ    หากินกับเงินชาวบ้าน  พวกนี้นี่อย่าไปว่าเขานะ. เพราะอะไรรึ ก็เพราะวันนึงต้องตายใช่มั้ย    ตายเมื่อไหร่ก็ไปขุมใหญ่เมื่อนั้น    บวชก็สักแต่ว่าบวช ดีนะผมบวชไม่ได้ ไม่แน่อาจลงขุมไหนซักขุม  พระนี่โทษหนักกว่าฆราวาสนะ  ลงนรกง่าย    ศีลสองร้อยเศษนี่ทำไม่ได้ก็ไม่มีความหมาย    อันนี้ไม่ได้ว่าใครนะ  เวปผมพระอ่านมาก  ทำตนให้คนเขาเห็น  เครื่องแบบพระโกนหัวโกนคิ้ว  มันไม่ได้แสดงว่าเป็นพระนะ  พระนี่เขาดูกันที่จิตไม่ใช่เครื่องแบบ จิตที่ใส จิตที่ขัดเกลาแล้ว  พระทั้งหลายดูหลวงพ่อเป็นหลักนะดูปฏิปฏาท่าน  แล้วย้อนมองดูตัวเอง  ว่าตัวเองเป็นพระหรือเป็นคนที่หากินกับเครื่องแบบพระ  ผมเคารพพระพุทธเจ้า  หลวงพ่อพระราชพรหมญาน  สุดหัวใจ บางทีเห็นคนแต่งพระหากินมันก็อดไม่ได้  แหมน่าจับกุดหัวเสียให้สิ้น  แผ่นดินพระพุทธศาสนาจะได้เจริญรุ่งเรือง  เออพอดีกว่า  เดี๋ยวเขาจะหาว่าแขกเสือก  เอหรือไงดี แขกเสือกได้มั้ยล่ะ  หรือผมไม่ใช่แขก เออนะชักงงๆกับตัวเอง  ใกล้ถือศีลอดแล้ว คงต้องทำหน้าที่ลูกให้พ่อเห็นบ้าง  กินเช้ามืดแล้วอดทั้งวันถึงเย็น  แทนที่จะผอมมันอ้วนทุกที  นี่ท่านผู้อ่านที่เคารพ หากให้เกียรติผม ที่มานั่งเล่าให้อ่านก็ช่วยมาทักทายกันหน่อยนะ  มันจะได้มีอะไรคุยกันบ้าง  เดี๋ยวมีทริปแล้วจะไม่เร้าใจ  วันนี้ก็ขอจบเรื่องเล่าแต่เพียงเท่านี้  สวัสดี

by admin admin ไม่มีความเห็น

ตอนที่ 49

นครพิงค์

สวัสดีท่านผู้อ่าน วันนี้วันที่ 15 มิถุนายน 2556 วันนี้เป็นอีกวันที่ผมไปวัดท่าซุง ไปทำไมรึ ความจริงไม่ได้ตั้งใจ ตื่นมาแต่เช้า ว่างก็ว่าจะไปดูรถที่สระบุรี  เขาขายถูกเลยจะไปดู ขับไปขับมาแหมจะดูทำไมวะดูก็ไม่ซื้อ เกือบ2ล้าน ไม่ไปละแต่ออกมาแล้วไปไหนดีล่ะจะได้ไม่เสียเที่ยว  งั้นไปวัดท่าซุงดีกว่าจะลองรถด้วยว่าวิ่งถึง260มั้ย  ขับไปขับมา ทางไม่พอซะงั้น  แหมก็ไมล์รถมันให้มาตั้ง260เราก็เหยียบไม่ถึงมันก็ออกจะขาดทุนใช่มั้ย  ขับมาจนใกล้อ่างทองใช้เวลาไม่ถึง30นาทีจากรังสิต  คิดได้ว่าควรไปกราบพระนอนพูดได้ที่วัดป่าโมกข์ อ่างทอง  ทำไมพูดได้ลองไปหาประวัติอ่านดูนะ  ระหว่างกราบพระในโบสถ์ก็เห็นชายแต่งกายคล้ายพระกวักมือเรียกไปพรมน้ำมนต์  ไอ้เราก็เข้าไปรับ แหมพรมเสร็จบอกเอาตังหยอดตู้ด้วย  เออนะเรียกกูไปแท้ๆแหมน่ามั้ยเนี้ย ผมก็บอกไม่ๆ  ชายคนนั้นก็เรียกโยมๆแล้วเอามือเคาะตู้บริจาค  คนพวกนี้นี่บวชเอาอะไรกัน  พอๆหาเรื่องแล้วกู  เอาเป็นว่าผมไม่เรียกคนประเภทนี้ว่าพระก็แล้วกัน   เมื่ออาทิตย์ก่อนผมไปเชียงใหม่ก็มีกิจหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นก็เรื่องถวายหลวงพ่อในโครงการหนึ่งอำเภอเจอหลวงพ่อ  

ครั้งนี้ถวายที่วิหารเจดีย์หลวงซะเลย แขกไปใครมาจะได้กราบความดีหลวงพ่อ ว่าแต่แขกนี่ต้องระยำด้วยนะแขกไม่ระยำนี่เขาไม่กราบพระ  เอาเป็นว่าใครเข้าไปกราบพระก็ได้กราบหลวงพ่อด้วย  วันนั้นก็มีเจ๊ดาวกับพี่นัน ณ หางดง ไปด้วย  ก่อนเข้าไปก็ตั้งท่าเกี่ยงกัน เอาใครคุยดีไอ้เราก็กลัวจะพูดผิดๆถูกๆ  สุดท้ายก็คุยเองซะคนเดียว  แหมพระคุณเจ้าท่านว่า ฤาษีลิงดำนะรึ รู้จักๆ อ่านตำราท่าน ท่านเก่ง พาคนไปสวรรค์  นั่นมั้ยเอาซะแล้ว  เท่านั้นแหละผมก็ยาวเลย  แหมไปสามคนคุยคนเดียวซะหนิ  ก็เอาอย่างนี้ละกันไหนๆก็ต้องมาเชียงใหม่  ก็เป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมหลวงพ่อวัดโขงขาวเสียด้วยเลย  ไปแล้วเอาให้คุ้ม  เที่ยวนี้ผมได้ขึ้นไปทำบุญหล่อพระกับหลวงตาม้าด้วย  แถมพี่นัน ณ หางดงยังเมตตาให้พระสุดรักสุดหวงผม  นะจะว่าให้หรือว่าไถดีล่ะ  ก็ดันไปลองใจแก  แหมนี่แหละที่เขาเรียกว่าไม่ยึดวัตถุ ขอก็ให้ ประเดี๋ยวขอบ้านกะรถเสียด้วยเลย   มาเที่ยวนี้ได้งานมาอีกงาน  ไปยันแม่อาย ได้งานมาเพิ่ม  อะไรจะโชคดีขนาด  อีตอนแรกว่าจะไม่ไปครับ  จะถามเทวดาก็ไม่เอาดีกว่าพักนี้ไม่ค่อยถาม  ไม่รู้เป็นไง  

สมัยก่อนผมคิดนะว่าถ้าผมคุยกับผีกับเทวดาได้ก็คงได้งานทุกงาน  ให้เทวดาช่วย  แต่พอคุยได้มันกลับกลายเป็นว่าชีวิตไม่มีรสชาติ   ได้มันทุกงานมันก็เบื่อ  เอาแบบได้บ้างไม่ได้บ้างมันยังจะมีอารมณ์ ดีใจบ้างผิดหวังบ้าง  ถ้ามันได้ตลอดก็ดีใจ  พอดีใจบ่อยเข้ามันก็ชิน พอชินมันก็ชาแล้วก็เฉยๆ  แหมเรียกว่าดีใจในฌาน4  เออเข้าท่าว่ะ  ก็เลยปล่อยไปตามดวง  ตามโชค ตามเวรตามกรรม  ได้ก็ดีไม่ได้ก็ช่างมัน   เมื่อก่อนนี้ผมจะโลภมากเอามันทุกงานเคยได้งานมารวมกันทุกงานเดือนเดียว30ล้านแต่กำไรเหลือไม่เท่าไหร่ เพราะโลภก็กดราคาต่ำกำไรก็น้อยแต่ก็เหนื่อยมากมาย  เดี๋ยวนี้ทำชิวๆเล่นๆพอมีเงินใช้จ่ายบ้างเลี้ยงพ่อแม่และสาวๆบ้างพอละ  โควต้าเขาให้4คนก็นะมันก็เหนื่อยกว่าปกติหน่อย  แหมหาเรื่องซะมั้ยล่ะนั่น  ก็เพราะไอ้พูดเล่นเนี้ยบางคนเขาก็คิดเป็นจริงเป็นจัง นินทา ด่าผมลับหลังกันซะมาก  อย่าคิดว่าไม่รู้  ผมรู้  ไม่ใช่เก่งแต่เขามาเล่าให้ฟัง  คนประเภทนี้น่าสงสาร  ตรงไหนรู้มั้ยก็ตรงที่ฟังเขามาอีกทีไม่รู้ว่าจริงไม่จริงยังไง  เขาว่าไงก็ฟังเขามาแล้วก็พูดต่อๆกันไป  เรื่องพวกนี้ผมชินนะ  ชินมาตั้งแต่ยังเรียนหนังสือ  มักมีคนนั้นคนนี้แอบอ้างเป็นแฟนผมบ้างแหละ  ผมเป็นเกย์บ้างแหละ  ผมอย่างนั้นผมอย่างนี้  อันนี้ปกติชิน  แล้วคนประเภทนี้แปลกนะมักไม่มาคุยต่อหน้าแต่ไปคุยลับหลัง  เจอนี่ต้องตบให้ขี้หูไหลซะบ้าง  หรือว่าต้องตบให้ขี้หูเข้าไปล่ะมันจะได้หนักๆ  อ้าวนอกเรื่องไปไกล  ว่ากันเรื่องนครพิงค์  เมื่อก่อนนี้มาบ่อยครับหลายปีก่อนมาออกแบบระบบปรับอากาศ ไนท์ซาฟารี มาซะหลายรอบ  งานถ้ามีที่นี่ไม่ว่าจะกี่ตัว  งานเล็กๆก็มาครับมันชอบ  แหมมารู้ตอนหลังว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นเจ้าเมืองอยู่แถวๆนี้  ยิ่งมาตอนนี้ก็จะมาอยู่เสียเลย  มาขายนู้นนี่นั้นซะหมดเรื่อง  ก็มาครั้งนี้ก็ได้สมใจครับคงได้มาช่วงสิงหานี้  ใครอยู่เชียงใหม่ก็แวะเวียนมาเยียมเยือนกันได้  

สถานที่อีกที่นึงที่ต้องการจะถวายหลวงพ่อคืออยากจะอันเชิญท่านไปที่ดอยสุเทพ  ไปเล็งๆไว้แล้วเหลือแต่ไปคุยกับผู้ดูแล  ก็ไว้ว่ากันอีกที  พูดถึงเรื่องการทำบุญก็ต้องขอบอกว่า  ผมยังไม่เคยเจอสถานที่ไหนปฏิเสธ  บางสถานที่หลายท่านไปก็โดนปฏิเสธก็มี  วันก่อนมีโอกาสเข้าพบหลวงพี่สมปอง  ท่านก็พูดเรื่องนี้ครับ  บางทีก็ต้องขอพระท่านช่วยท่านว่าตรงนี้เป็นการดูกำลังใจ  ผมก็คิดนะว่าถ้าไปบางที่แล้วผุ้ดูแลเขาไม่ต้อนรับ  ไม่เอาด้วยนี่เราจะทำยังไง  คงไม่เอาปืนไปจ่อหัวเขาเป็นแน่  ไว้ถ้าเจอแบบนั้นบ้างก็จะมาเล่าให้อ่านกันนะ  ว่าไปล่อเขายังไงหรือใช้วาจากล่อม  อันนั้นยังไม่เกิดก็ยังไม่คิด  

มาแนะเรื่องปฏิบัติกันซักนิดละกันนะ  หลังๆนี่ไม่ค่อยแนะใครเน้นช่างแม่ง  สอนก็สอนแล้ว  บอกก็บอกแล้วแนะก็แนะแล้วแต่ถ้าไม่ทำไม่เอาทิ้งเสียก็ช่างแม่ง  คนประเภทนี้ก็ต้องขอบอกว่าอย่ามาพูดใกล้ผมว่าจะไปพระนิพพานน่ะ  ได้ล่อกันแน่  การปฏิบัติตนเพื่อพระนิพพานมันต้องทำอะไรบ้างล่ะ แล้วได้ทำบ้างมั้ย แค่ขึ้นไปกราบพระตอนเช้ายังไม่ขึ้น  ก่อนนอนก็ไม่ขึ้น  ภาพพระไม่ปรากฏ   ไม่พยายามทำจิตให้ห่างจากกิเลสหยาบ  นี่แค่กิเลสหยาบนะมันยังจะหนีไม่รอด  ยังจะมาพูดว่าจะไม่เกิด  แหมชักอารมณ์ขึ้น  ก็ต้องขอบอกว่าไม่มีใครสอนเราได้ดีไปกว่าเราสอนตัวเอง   หากเราไม่ขัดเกลาจิตใจเราให้เข้าถึงพระโสดาบันเพียงใด  เราจะยังไม่พ้นอบายภูมิฉะนั้นลืมได้เลยเรื่องนิพพาน  ยิ่งคนที่ได้มโนมยิทธิแล้วยังทิ้งนี่  ก็ต้องบอกว่าพวกนี้เนรคุณครู  หาได้มีใจใฝ่พระนิพพานไม่  ผมจะบอกให้รู้ไว้นะว่าตัวผมเองกลัวที่สุดคือการไม่ได้ไปกอดหลวงพ่อบนนิพพานหากตายจากชาตินี้ไปแล้ว  แม้แต่จะแขวนพระผมยังทำไม่ได้  ฟังเทศน์ต้องฟังตอนที่พ่อไม่อยู่บ้าน  ทำบุญได้พระมาก็ต้องซ่อน  หนังสือคำสอนต่างๆก็แอบไว้เอามาอ่านก็ต้องระวัง  พวกคุณมีโอกาสมากกว่าผมหลายก้าว  อย่าให้โอกาสมันหายไปเหมือนลมหายใจที่หายทิ้งไปวันๆ  อันนี้ขอแรงหน่อยนะ  ยิ่งไอ้พวกอโยธยา 9ทัพ ช้างเผือกขอจัดหนักหน่อย หากทิ้งวิชาหลวงพ่อนี่เราก็ขาดกัน  ไม่คบไม่ยุ่งเรื่องของพวกท่าน  ผมบอกได้เลยว่าไม่มีใครจะมาจ้ำจี้จ้ำไชสอนกันหามรุ่งหามค่ำ  ล่อกันทุกทางเข็มข้นอย่างที่ผมทำ  ถ้ามันจะทิ้งวิชาหลวงพ่อ  ก็อย่าไปพูดให้อายเขาเลยว่าจะไม่เกิดอีก   อีตอนเริ่มฝึกก็นะตั้งใจเอาจริงอย่างนั้นอย่างนี้  มาตอนนี้ดูตัวเองซิมันเลวน้อยลงมั้ย  บารมี10ประการพร่องตัวไหนบ้างมั้ย  เอาจริงกันหรือเปล่า  ทำประโยชน์อะไรให้พระศาสนาบ้าง  ไม่ใช่ดีแต่ปากพูดไปเรื่อยจะไม่มาเกิดอีก  เบื่อการเกิด  ลองดูตัวเองนะไม่ต้องดูคนอื่น  เบื่อการเกิดเนี้ยเบื่อจริงมั้ย  วันนี้คิดหรือยังว่าเกิดแล้วต้องตาย  อันนี้ต้องทบทวน  บางคนบอกว่าไว้ก่อนยังอีกนานกว่าจะตาย  ไว้แก่ๆค่อยปฏิบัติ  ประเภทอย่างนี้เขาเรียกประมาท  

แหมวันนี้ชักจะดุไปหน่อยเอาอีกนิดนะจัดหนักกับชาวอโยธยา  ไอ้พวกประเภทที่เขาชวนทำบุญแล้วตัวเองไปกด Like หรือไปอนุโมทนา  จำไว้นะว่าเขาบอกบุญเขาไม่ได้ให้มึงกด Like บอกบุญเนี้ยมันต้องใช้เงินเป็นปัจจัยให้บุญนั้นสำเร็จ ไม่งั้นเขาจะบอกทำไมถ้าไม่คิดจะทำกับเขาจะไปกดทำไมไม่เข้าใจ  ได้ประโยชน์อะไร  อนุโมทนาอีก  ถ้าเรามีปัญญาซื้อคอมพิวเตอร์ มือถือหรือจ่ายค่าอินเตอร์เน็ต เงิน100บาทคงไม่ใช่เรื่องใหญ่ถ้าคิดจะทำบุญโอนไปง่ายๆเขาลงเลขบัญชีไว้ให้เสร็จ  ออแล้วทำบุญน่ะไม่ต้องโชว์ว่าทำไปเท่านั้นเท่านี้ไม่ต้องให้ชาวบ้านเขามาโมทนาแต่ชวนเขามาทำบุญ    เราทำไปแล้วเห็นคนอื่นทำเราก็โมทนาไป  นี่เอะอะโมทนาอย่างเดียว  เจริญจริงๆไม่รู้เอาอะไรคิดแล้วกิจนั้นๆจะเสร็จได้ยังไงกัน  เออชักเหนื่อยบ่นมาก  มันมีมั้ยกด Like ได้ไปสวรรค์ แหมนะ กด Like ไปนิพพาน  มันไม่มีหรอก เวลาเล่นเน็ตจิตมันก็ล่องลอยไปไหนต่อไปเรื่อยเปื่อย  จิตหมกมุ่นอยู่กับเรื่องชาวบ้าน  ลืมลมหายใจตัวเอง ลิมว่าตัวเองหายใจอยู่  ก็ขอบ่นเรื่องพวกนี้ไว้แค่นี้ดีกว่า  เดี๋ยวคนที่เขามาใหม่เขาจะงง  ทำไมผมดุจัง  ผมดุกับคนประเภทห่าเหวเท่านั้นครับ  ห่าเหวมาให้สอนให้ฝึกแทนที่จะเลวน้อยดันห่าเหวเหมือนเดิม  มันจะหาความดีได้ยังไง  ความจริงบ่นๆไปก็เท่านั้นถ้ามันช่างแม่ง  เออนั่นดิบ่นไปก็เท่านั้น  งั้นเลิกบ่นดีกว่า  

โดยปกติทุกวันผมจะไม่ลืมที่จะจับลมหายใจ  ทรงอาโลกสิณในฌาน   ทรงอารมณ์ฌานจนเจอสิ่งที่หลวงพ่อบอกว่าฌานนั้นมันจะทำให้ห่างจากกิเลส  บางทีพระทรงฌานก็เข้าใจผิดคิดว่าตนเป็นพระอรหันต์แล้ว  ผมเข้าใจตรงนี้แล้วครับ  อารมณ์ใจมันไม่อยากอะไร  มันเฉยๆไม่มีอารมณ์ใดๆนอกจากใจที่เบาสบาย  ความต้องการใดๆไม่มี  อันนี้เจอแล้วมันเกิดจากฌาน จะขับรถ นั่งขี้ กินข้าว ดูหนังดูละครนี่ทำได้หมดนะครับ  ลองดูให้เป็นกรรมฐานซิ  ไอ้คุณชายอะไรทั้งหลายนั่นน่ะ  มันต้องตายมั้ย  ตัวนักแสดงมันทุกข์มั้ย  ตัวละครมันสุขหรือมันทุกข์  แล้วมันจะฉายตลอดกาลมั้ย  แต่พวกเราจะไม่คิดตรงสิ่งนี้  ลองทำดูนะ  เข้าฌาน4 แล้วถอยมาทรงไว้ตรงอุปจารสมาธิ  ดูไปพิจารณาไป  ว่าทั้งหมดในจอนั้นน่ะมี รัก โลภ โกรธ หลง มั้ย  มันมีความสุขหรือมีความทุกข์  มันต้องตายมั้ย  มีเรื่องไหนมั้ยที่ตัวละครไม่ตาย  เห็นมันก็ตายตลอด  มีแต่พระเอกกับนางเอกนั่นแหละตายช้าหน่อย  ไม่เหมือนโกโบริ  ดูซิโกโบริมันทุกข์มั้ย  ดูคุณชายทั้งหลายซิทุกข์มั้ย  ความทุกข์แห่งการเกิดมันอยู่รอบตัวเรา  ความตายอยู่รอบตัวเรา  มองเห็นกันบ้างมั้ยมันอยู่แค่ปลายจมูกเองนะ  หากขาดลมเมื่อไหร่ก็ตายเมื่อนั้น  คิดให้ได้ทุกวันจะดีมาก  

สำหรับท่านที่เพิ่งเริ่มฝึกใหม่ก็ขอให้ย้อนไปอ่านบทความในตอนแรกๆนะครับ  ท่านอ่านไปอย่าเพิ่งเชื่อ  เพราะอะไร ก็เพราะถ้าอ่านแล้วเชื่อนั่นก็หมายถึงท่านขาดการพิจารณา  ไตร่ตรอง ใคร่ครวญดูเสียก่อน  หากท่านอ่านอย่างเดียวแล้วไม่ปฏิบัติก็อ่านเอาสนุกเอามันส์  เออไอ้นี่มันเพี้ยนหนัก  แต่หากท่านยั้งคิดนิดนึงว่าไอ้ที่มันโม้ไว้ว่ามันไปสวรรค์ ไปพรหม ไปนิพพานได้นี่มันไปได้จริงมั้ย  ก็ต้องขอบอกว่าให้ท่านลองพิสูจน์ด้วยการฝึกครับ  บางคนอยากได้แต่ไม่อยากฝึก  บางคนอยากฝึกแต่กลัว  บางคนกลัวว่าจะฝึกไม่ได้  ตรงนี้วันนี้ผมก็ขอยืนยันว่าหากท่านได้อ่านเรื่องของผมมาจนถึงตอนปัจจุบัน  แล้วยังไม่ได้ไปฝึก  จากนี้ไปท่านต้องฝึกได้แล้ว  ไปพิสูจน์ให้เห็นว่ามันจริงมั้ย  เสียเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง  ลองดูซักตั้งนะ  ตอนนี้น้องผมที่เป็นมุสลิมก็เริ่มแขวนพระ  ไหว้พระแล้วไปด้วยกันครับหลวงพ่อปูทางไว้แล้ว

ผมหวังว่าการที่ผมเล่าเรื่องบ้าๆบอๆต่างมาหลายๆเรื่องคงจะทำให้พวกท่านมีกำลังใจไม่มากก็น้อย   วันนี้ใจผมไม่เคยห่างพระและหลวงพ่อ  ผมไม่แขวนพระ  เพราะพระอยู่เต็มหัวใจผม  สิ่งใดที่จะทำให้พวกท่านเข้ามาฝึกฝนเพื่อกลับบ้าน  ผมยังจะทำต่อไป  เริ่มต้นใหม่ไม่สายเกินไป  ทำให้เขาเห็นว่าเราทำได้และทำได้ดีด้วย  หน้าที่ผมผมทำเต็มที่  ความจริงผมก็ไม่ได้อยากจะเล่านู้นเล่านี่ครับ  แต่หน้าที่ผมมี  ผมยังต้องเอาคนของผมกลับบ้าน  อย่าอยากทำได้อย่างผมครับ  ชีวิตผมผ่านเรื่องทุกข์มาเยอะ  ถึงขนาดแม่ผมบอกว่าเป็นแม่เจอแบบบอลคงตายไปแล้ว  พวกท่านอาจไม่ทุกข์เหมือนผม  แต่ก็ทุกข์ในแบบของท่าน  ผมถึงได้ช่างมันได้ง่ายๆ  ง่ายแบบที่หลายท่านทำไม่ได้  อย่าเรื่องผมว่าครู  อาจารย์ อะไรแบบนี้เลยครับ  ท่านเรียกผมแบบนี้เขาก็ด่าผม  เรียกผมบอลง่ายสุด  จะไอ้บอล  พี่บอล น้องบอล เหี้ยบอล เรียกไปเถอะอย่าเรียกครู  อาจารย์เลย  ผมไม่ต้องการเป็นครูบาอาจารย์ใคร  แค่มาเล่าเรื่องตัวเอง  แนะนำคนอื่น  ฝึกให้คนอื่นในแบบของผมก็แค่นั้น  ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าสอนใครไปบ้างจำไม่ได้  หลายคนเจอผมยกมือไหว้ผมบอกตรงๆนะจำไม่ได้หรอก  ถ้าสวยๆนี่ไม่แน่   ผมยินดีที่ทุกท่านยิ้มแย้มแจ่มใสทักทายผม  โดยปกติผมเป็นคนไม่ค่อยคุยกับใคร  เก็บตัว  เงียบๆ  ไม่ยุ่งกับใครนอกจากคนกันเอง  เออยังไงคนกันเอง  

สุดท้ายนี้ก็ขอเชิญชวนท่านผู้อ่านหากท่านว่างวันที่ 6 กรกฏาคมนี้ ร่วมถวายรูปหล่อหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่วัดเจดีย์หลวงกันครับ  ส่วนตอนค่ำก็เป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมหลวงพ่อบุญรัตน์วัดโขงขาวกัน  ตอนดึกฝึกมโนมยิทธิแบบเข้มข้นร่วมกันครับ  ส่วนใครที่ไปไม่ได้จะร่วมทำบุญก็ยินดีครับ  วันนี้ก็ขอจบเรื่องบ่นไว้แต่เพียงเท่านี้ สวัสดี….

by admin admin ไม่มีความเห็น

ตอนที่ 48

ดาวทำได้

สวัสดีท่านผู้อ่าน วันนี้วันที่ 1 มิถุนายน  2556  ที่ต้องบอกวันที่ก็ไม่ได้เรียนแบบหลวงพ่อนะครับ แต่เวลาผมย้อนกลับมาอ่านก็จะจำได้ว่าช่วงเวลาในขณะนั้นผมเป็นอย่างไร  มีอะไรเกิดขึ้นในชีวิตผมบ้าง วันนี้มีหลายเรื่องมาเล่าแต่เอาเรื่องเด็ดก่อน  มันจะเด็ดไม่เด็ดกับคนอื่นไม่รู้แต่ผมมีความสุขจริงๆ ที่มีความสุขก็เพราะผมพาลูกน้องคู่บุญไปเห็นพระนิพพานได้แล้ว  ออผมไม่ได้สอนนะแต่พาไปฝึกที่วัดท่าซุง อีกเรื่องที่ทำให้มีความสุขก็คือ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา มีโอกาสได้พบหลวงพี่นัน(เจ้าอาวาสวัดท่าซุง) วันนั้นผมมีงานที่จ.ตาก ขากลับก็มาแวะกราบหลวงพ่อ ผมว่าผมนี่บางทีมันก็เยอะ ที่ว่าเยอะก็เพราะมันผ่านไม่ได้ถ้าผ่านเป็นต้องแวะ ไม่แวะมันกระวนกระวายใจเหมือนผ่านบ้านพ่อแล้วไม่เข้าไปไหว้พ่อ เออมันเยอะเกินหรือเปล่าอันนี้ไม่ทราบ  มีอยู่ครั้งต้องไปยื่นซองที่กำแพงเพชรแล้วต้องไปแม่ฮ่องสอนต่อ ผมก็รีบตื่นแต่เช้าซิ่งสายฟ้าไปกำแพงเพชร  แหมใกล้ๆแยกมโนรมณ์มันอดไม่ได้ เหยียบมาเกือบ200เบรคตัวโก่งแวะขึ้นเรือซะนี่  ถึงวัดก็เอาวะช่างแม่งไปยื่นไม่ทันก็ช่างมัน  เนี้ยมันเป็นอีแบบนี้หลายครั้ง  ขากลับจากเหนือถ้าผ่านแล้ววิหารไม่ปิดเป็นต้องมากราบสังขารท่าน  หลายคนคงคิดว่าไปกราบข้างบนก็ได้ทำไมไม่ไป  ก็ขอบอกให้ทราบไว้ว่าที่ไปกราบสังขารท่านก็เพราะว่า  ท่านเป็นพระอรหันต์  ท่านยังต้องตาย  แล้วผมล่ะไม่เหลือแน่  จะอยู่ให้เกินร้อยปีก็คงยาก  ท่านทำบุญสร้างวัดวาอาราม  วิหาร  โรงเรียน อะไรอีกมากมาย  บุญมากแค่ไหนสุดท้ายหลวงพ่อก็ต้องตาย  แล้วผมล่ะ  ตายแน่ๆตายแน่นอน  ไปกราบแล้วก็สุขใจหลวงพ่อตายแล้ว  วันนึงผมก็ต้องตาย ตายแล้วไปไหนล่ะ  ก็ไปอยู่กับท่านไง  แน่รึว่าจะไปได้  เออนั่นดิไม่รู้  รู้แต่ว่าท่านจะสอนให้คิดแบบนี้  กำหนดจิตไว้แบบนี้ ตอนนี้ไม่รู้ไปได้ไม่ได้แต่ถ้าตายแล้วจะมาบอกดีมั้ย  มากราบหลวงพ่อ ต่อด้วยสังฆทาน  ตามด้วยขอขมาพระรัตนไตร และหยอดเงินทำบุญ เสร็จก็กลับ  เป็นแบบนี้แทบทุกครั้ง

อ้าวมาๆต่อ  ก็เจอหลวงพี่นัน  ผมจะเรียกหลวงพ่อก็แปลกๆเรียกหลวงพี่ก็แปลกๆ ก็เอาเป็นว่าเรียกหลวงพี่ก็แล้วกัน  วันนั้นได้ทำสังฆทานกับท่าน  ไอ้เราก็ได้โอกาสนานๆคนจะน้อยก็เอาวะจะเริ่มคุยกับท่านยังไงดี  อย่าลืมนะผมเป็นมุสลิม  ต้องตั้งหลักทุกครั้งเวลาจะคุยกับพระ ที่ต้องตั้งหลักก็เพราะผมจะล่อราชาศัพย์ตลอด  แปลกกะตัวเองคุยกับพระไม่ว่าใครผมจะพูดเป็นราชาศัพย์  ขืนพูดออกไปนี่ได้ถวายบังคมลาแน่  ท่านคงจะงงไอ้นี่ดูลิเกมากไปแหงๆ  ตั้งสติอยู่พักนึงก็เข้าไปกราบขออนุญาตท่านนำข้อมูล  บทความ คำสอน เสียง ทุกสิ่งอย่างของหลวงพ่อไปลงในเวปผม   ท่านก็บอกว่าให้ทำหนังสือมานะ   ผมก็คุยต่อไปเรื่อยเปื่อย   คุยไปๆมาๆ  ท่านก็ให้มานั่งข้างๆ ทีนี้ยาวเลยครับ ท่านว่าหลวงพ่อท่านเคยบอกว่า   อีก20ปีข้างหน้าลูกหลานบริวารท่านจะลงมาเกิดกันมาก   เธอนี่ก็ถูกดึงมา ดึงหนักเลยนะพลิกเลย เมื่อก่อนเรา(ท่านเรียกแทนตัวเอง)ก็ด่าพระ ไม่ชอบพระเลย ผมก็เสริมเลยว่าเมื่อก่อนแม่ผมได้รับพระมาจากลูกน้องหรือนายให้  ผมนี่แหละโยนทิ้งป่าบ้าง  ลงบ่อบ้าง  ท่านว่าหลวงพ่อสอนเข้าใจง่าย   ยิ่งเป็นคนของท่านยิ่งฟังยิ่งเข้าใจ   เราตามกันมาเพื่อจะไม่เกิดกันอีก ทิ้งร่างกายไม่เอาแล้ว ผมคุยกับท่านราว20นาทีเห็นจะได้รายละเอียดไม่ขอเล่านะ    อยู่ๆท่านบอกไม่ต้องทำหนังสือนะ เราอนุญาตเลย ไม่ต้องทำหนังสือ เราอนุญาตด้วยวาจานะ   ทำได้เลยช่วยกันเผยแพร่คำสอนหลวงพ่อ  พรุ่งนี้มีงานไหว้ครูนะนอนวัดมั้ย  แหมไม่เหลือครับยังไงต้องอยู่แน่ๆ   จากนั้นผมก็กราบลาท่าน  ท่านทิ้งท้ายว่าไว้มาคุยกันใหม่นะ   แหมผมล่ะปีติ ท่านเมตตามากจริงๆครับ แววตา ท่านมองด้วยความเมตตาจนสัมผัสได้เป็นอย่างดี คราวนี้ก็จะได้นำคำสอนต่างๆ รูป เสียง ลงในบ้านเรากันด้วยความสบายใจครับ   จำได้ว่าวันนั้นมีความสุขมาก

กลับมาต่อเรื่องเจ๊ดาวสาวม่ายเลขาคู่บุญผม  เจ็ดาวนี่มันเป็นม่ายก็เพราะผม  อีตอนนั้นได้งานที่หาดใหญ่  สามีมันเป็นช่างแอร์ลูกน้องผม  ไอ้ผมก็ส่งตาแมวแฟนมันไปทำงานที่นู้น  ไปๆมาๆดันไปได้เมียใหม่ทิ้งเจ๊ดาวกะผมซะนี่   เออซวยกูอีกทำครอบครัวเขาแตกแยกแบบไม่เจตนา  ก็เลยเลื่อนขั้นกับเพิ่มเงินเดือนให้อีก  เจ๊ดาวอยู่กับผมมาเป็นสิบปีแล้ว  จากเด็กจบป.6  กดเครื่องคิดเลขไม่เป็น  เดี๋ยวนี้ทำทุกอย่างแทนผมได้  แตกฉานในงานที่ทำ  เรียกว่าเก่ง  ซื่อสัตย์  เงินบาทนึงก็ไม่กระเด็น  ผมเคยส่งไปเก็บตังค์เป็นเงินสดเกือบล้าน  เจ๊แกถือเงินสดขึ้นรถเมล์  ผมโทรเช็คหัวใจหล่นเลยตาตุ่มลงไปใต้ดิน  ด่ามันซะทำไมไม่ขึ้นแท๊กซี่  เจ๊ตอบผู้จัดการถ้าขึ้นรถเมล์ไม่มีใครรู้หรอกว่ามีเงินในกระเป๋า  ถ้าขึ้นแท๊กซี่อันตรายกว่า  นั่นเห็นมั้ยเจ๊แกไม่ธรรมดา  ด่าไม่ออกเลย จริงของมัน    งานหลักของเจ๊ก็คือประสานงานกับลูกค้าแทนผมเพราะผมคุยกับลูกค้าไม่ค่อยได้  คุยๆไปเดี๋ยวงานเข้า  แทนที่จะได้เงินกลับจะเสียค่าปรับแทน  เจ๊เลยกำหนดนโยบายไม่ให้ผมคุยกับลูกค้า  เพราะอะไรรึ  ก็เพราะผมปากไวใจร้อน  ก็รวมความว่า  ผู้จัดการๆพี่ว่าเดี๋ยวพี่คุยเองดีกว่า  เออดีผมคุยทีไรบรรลัยทุกงาน  

เจ๊ดาวนี่จะสนิทกับครอบครัวผมมากเข้านอกออกใน  รู้จักชีวิตผมเป็นอย่างดี  รู้ว่าเมียมีหลายคน  ช่วยโกหกคนนั้น  ปิดบังคนนี้  มีอยู่ทีไม่ได้เตี้ยมกันงานเข้าทั้งผู้จัดการและบริวาร  ทั้งเตารีด  โทรศัพท์  เครื่องปริ๊น  นะบรรลัย  จากคู่บุญเป็นคู่กรรม  เจ๊แกจะรู้จักเมียผมทุกคน  จนบางครั้งแม่กับพ่อต้องถามเจ๊ว่าบอลมันมีแฟนใหม่อีกแล้วหรอ  แน่ะเห็นมั้ยพ่อแม่ผมยังต้องถามเจ๊  เจ๊ดาวนี่อยู่กับผมมาตั้งแต่ยุคร่ำรวยจนถึงยุครวยหนี้  ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานาน และนั้นเป็นเหตุผลหลักที่ผมต้องเอาเจ๊ไปพระนิพพานในชาตินี้ด้วย  เมื่อหลายปีก่อนผมเคยพาไปฝึกมารอบนึงแต่ตอนนั้นไม่ได้   เจ๊แกประเภททำกรรมกับสัตว์มามาก มากซะจนบางทีฟังเจ๊แกเล่าเราก็เออมันน่าตบกาโหลกจริงๆ ยิงนก ถลกหนังคางคกเล่น ตีแมว กระทืบหมา  ช๊อตปลา โอยเยอะมันเล่าทีนี่แทบจะไม่อยากเชื่อว่ามันทำกับสัตว์มานักต่อนัก  เวลานั่งสมาธิก็จะโดนขวาง ไปทำบุญก็โดนขวาง   เมื่อปีก่อนผมก็งานการไม่ค่อยจะทำเจ๊ก็ว่าง   ก็เริ่มนั่งสมาธิ เข้าวัด ทำบุญ ทำได้ร่วมปี

วันนี้ผมมีกิจที่นครสวรรค์ ก็ไปกะเจ๊ ขับรถไปจะถึงบางปะอิน ก็ถามเจ็ๆ เอาตรายางมาป่าว มันบอกป่าว แหมแทบตบกะโหลกให้หนังหัวกลับ มาทำงานไม่เอาตรายางมา บอกว่านึกว่าผมมี นั่นดูมันนึกเอา ทีหลังก็นึกเอาว่าได้เงินเดือนแล้วก็คงดี เรื่องงานนี่ผมจะดุมาก มันเป็นสันดาน ดุจริงครับทำไม่ได้เรื่องนี่เละ  เล่นซะน้ำตาเล็ด  ไม่แค่เฉพาะเจ๊ดาวนะ แฟน เมีย กิ๊ก โดนหมดถ้าเรื่องงาน หรืออะไรที่เป็นงานเป็นการ

ก็วนกลับมาครับมาเอาตรายางที่รังสิต   ตอนนั้น9โมงกว่าแล้วก็กลัวจะไปวัดไม่ทันวิหารปิด   ผมก็ซัดซะหมดเหยียบหมด แหมซวยละเจอด่านตำรวจจับความเร็ว โดนชัวร์ เลยต้องใช้วิชาบังตากันหน่อย  จับภาพพระจนใสเป็นประกายพฤก แล้วถอยกำลังมา จากนั้นว่า นะบังตา โมบังตา พุทบังตา ธาบังตา ยะบังตา บังตามันด้วยนะโมพุทธายะ ลองดูนะใช้ได้จริง พอถึงด่าน ตำรวจดันมองไปทางอื่นทุกคน ผมใช้หลายครั้งแล้วมันฟลุ๊คทุกครั้ง จากนั้นก็เหยียบต่อ เจ๊ดาวบอกไม่เข็ดๆ จนได้ เจออีกด่านแถวสิงห์บุรี ด่านนี้ไม่รอดชัวร์ ล่อซะเกือบหมดไมล์ เห็นพี่เขายืนเต็มถนนไม่รอดแน่ๆ ผมก็เล่นคาถาบทเดิมท่องไปท่องมาเห็นท่าไม่ดี  เจ๊เตรียมแบงค์ให้ทีกะโดนแน่ 

เอาวะเอาใหม่ท่องให้มันนิ่งๆแถมเป่าด้วยอีตอนเป่านี่เป่าใส่กระจกหน้าส่งเดชไป   เออได้ผลว่ะแต่ละคนหันกันไปคนละทิศคนละทาง  รอดว่ะ เลยแวะกินต้มเลือดแพะกะซี่โครงแพะซะเลย    กินเสร็จบึ่งต่อก็มาไม่ทันครับ   แต่โชคดีว่าเขาเปิดให้ เลยส่งเจ็ดาวเข้าห้องฝึก ส่วนผมก็ไปนั่งฝึกกับหลวงน้าหมอ ท่านเห็นหน้าก็อ้าวหายไปนานเลยมาๆ เรียกผมไปนั่งหน้าสุดเลย ความจริงผมมาแต่ท่านไม่เห็นผม    หนุกละ มโนกะป้องกะแป๊งของผมจะไหวมั้ยเนี้ย  มานั่งนึกๆดูเออศีลผมโอนะยิ่งข้อ3ตอนนี้โคตรบริสุทธิ เออจริง  จะโดนฟัดหลายครั้งรอดมาได้ทุกครั้งข้อ5ก็โอ4ก็โอแต่ข้อ4นี่บางทีก็พูดไม่หมดบางบทก็เล่นคำเช่น ไอ้อ้วนอยู่ไหน อยู่บ้าน(แต่บ้านคนอื่น) ไอ้อ้วนไมไม่รับโทรศัพท์ ไม่ได้ยิน(แต่ปิดเสียงไว้) ไอ้อ้วนอยู่กะใคร คนเดียว(แต่ตอนรับนั่งขี้อยู่) อีแบบนี้ก็คงโอมั้ง ข้อ2โอ ข้อ1โอ   รวมความว่าจะโอไม่โอแต่ตอนนี้นับจากวินาทีนี้โอแน่ วันนี้ผมก็ฝึกสนุกครับตอบตลอด   ท่านชอบให้ตอบ   มาเรื่องเจ๊ดีกว่า   เจ๊แกออกมาผมก็ถามเป็นไงไปได้มั้ย ไปได้ค่ะ แหมผมแทบกระโดดกอด ลูบหัวบอกดีมากๆ เป็นไงล่ะ เจ๊บอกเกาะจีวรหลวงพ่อขึ้นไปหลวงพ่อมารับ  สวยมากเห็นชัดสว่างมากสวยมาก จากนั้นเจ๊แกเล่าไม่หยุด  มันบอกเมื่อก่อนคิดว่าผู้จัดการบ้า  อกหักแล้วเพี้ยนๆ เชื่อแล้วของจริง ตอนนี้บ้าพอกันแล้ว แหมผมละดีใจสุดๆ ดีใจแบบคนบ้า ทำไงล่ะ ก็ไปแวะโรงหล่อสั่งรูปหล่อหลวงพ่อเสียเลย  ได้เดือนมิถุนา เดี๋ยวจะลองไปวัดเจดีย์หลวงดูนะ ถ้าไม่ติดอะไรก็ไว้ไปถวายกัน 

เดี๋ยวมาต่อ

by admin admin ไม่มีความเห็น

ตอนที่ 47

ผมมันดื้อ

สวัสดีท่านผู้อ่านวันนี้ตรงกับวันที่ 25 เมษายน  2556  เวลา 21.37 น.  เดิมทีนี่พิมพ์เล่าในเฟสบุคแต่ดันกดผิดไปปิดซะ  เลยเซ็งไปเล่าในนี้ก็ได้  เวลานี้ผมมาทำงานที่เชียงใหม่อีกวาระหนึ่ง  ปีนี้มาเสียหลายวาระ  ที่มานี่ไม่ได้มาแรดมาทำงานจริงๆเดือนที่แล้วดันได้งานที่นี่เดือนนี้ต้องมาส่งของพร้อมกับเสนองานใหม่ไปด้วย      ความจริงผมไม่ต้องมาก็ได้ให้ไอ้อุย ณ หนองหอย จัดการแทนได้  แต่ก็นะมันโทรมาบอกพี่ๆงานแอร์ที่ผมไปรับซองให้น่ะเขานัดดูสถานที่  ไอ้ผมก็กะนั่งเทียนดูขี้เกียจไป    เพราะเพิ่งกลับมาไม่ถึงอาทิตย์ต้องไปอีกแล้ว  

คืนนั้นผมก็จับภาพพระจนใสแล้วดูว่างานนี้ผมต้องไปมั้ยจะได้มั้ย  แต่ก่อนนี่ถามเทวดา  หลังๆไม่กล้าถาม  ไอ้ที่ไม่กล้าถามก็เพราะมันละอาย  เมื่อปลายปีที่แล้วผมมาเสนองานที่เชียงใหม่ งบ1,400,000 ไอ้เราก็เชิญท่านมาถาม ท่านมาก็ล่อเข้าให้ คุณงานนี้คุณไม่ได้หรอก  นั่นปากรึ  มาตั้งไกลทำกำลังใจเสียหมด  ใจผมนี่กะยื่น 800,000 มั่นใจได้งานชัวร์  แต่เออลดลงหน่อยซัก 780,000ละกัน  ท่านมองผมแล้วก็บอก  คุณนี่ถ้าคุณต้องการงานนี้ราคาต้องต่ำกว่านี้  ผมก็หันไปมองหน้าท่าน  เออก็ได้วะ เหลือ 740,000 ละกัน  ท่านก็บอกหากคุณต้องการงานนี้ต้องต่ำกว่านี้  ผมถามเอาได้งานต้องลงราคาเท่าไหร่  ท่านว่า หกแสนเศษ  บ้าไปแล้ว  นี่งบ1,400,000 นะ ไม่เอาต่ำกว่านี้ผมไม่ทำ  เออดูเรียกท่านมาดันไปเหวี่ยงใส่ท่าน   หกแสนไม่ทำแน่ผมล่ะเซ็งแต่ก็ลงราคาที่ผมต้องการไม่เชื่อท่าน  สุดท้ายคนได้งานก็หกแสนปลายๆ  แต่ผมก็ไม่เอานะต่ำเกินเหลือกำไรไม่คุ้มค่าเหนื่อย  นั่นวาระนึง  อีกวาระนึงก็ช่วงต้นปี  ผมมายื่นซองเชียงใหม่พอดีพี่ติ๊กแกโทรมา บอลๆดูราคาให้พี่หน่อย  พี่จะยื่นซองลำปาง  เวลานั้นผมเพลียมากดูคราวๆให้แก  เห็นว่าไม่ได้งาน  เลยถามแกว่ายื่นเท่าไหร่  แกบอกล้านนึง  ผมดูต่อ  อันนี้ใช้ญานนะ  ใช้กำลังตัวเองที่มันอ่อนเพลีย  เห็นตัวเลขว่า6แสน  อีตอนนั้นบอกแกว่าคนได้งาน6แสนนะพี่ไหวมั้ย   อีกใจกลัวโดนด่าเหมื่อนที่เราเหวี่ยงเทวดา  เลยบอกแกว่าพี่ขอนอนพักแป๊บเดี๋ยวดูแบบเต็มๆตั้งใจดูให้   ผมก็นอนครับ  พักจนหายเพลียก็ขึ้นไปหาพ่อเทวดาเจ้าเก่า  ท่านบอก6แสน ถึงจะได้  เลยบอกพี่ติ๊กไป  เป็นผมก็ไม่กดต่ำเหมือนกัน  นั่นเป็นวาระที่สองและเป็นครั้งสุดท้ายที่ถามราคาเทวดา  นี่ถ้าเป็นหวยรวยตาย  เออนะรวยแล้วตายก็อดใช้ความรวย  หลังๆผมก็เลยใช้ญานตัวเองกะถามไอ้ภพ ณ หนองหอยบ้างเป็นบางครั้ง    แต่ครั้งนี้ไม่ได้ถามแต่ดูเอง

ก็ตกลงว่าไปก็ไป เชียงใหม่ใกล้ๆจากรังสิตไปก็ 5ชั่วโมงเศษ  ผมนี่เป็นคนขับรถเร็วเป็นพิเศษด้วยความที่ชอบเป็นผู้นำเลยห้ามใครแซง  ขับไปนี่ไม่มีคันไหนแซงผมได้ซักคัน  แซงมันทุกคัน  ถามว่าประมาทมั้ยผมเนี้ยไม่ประมาทนะตายเป็นตายอย่าพิการ ก็เลยเหยียบมันซะเกือบๆ200กม./ชม.  จะได้ตายไม่เหลือซาก  ขับไปนี่ฟังเสียงหลวงพ่อบ้างเพลงบ้าง หลักๆนี่ฟังหลวงพ่อซะมากกว่า  ฟังไปยิ้มไปขำไปคล้ายคนบ้า  เออบางทีท่านก็ฮาดี  บางทีท่านก็ดุ  บางที่ท่านก็เมตตา  เออพูดเรื่องนี้แทรกซะหน่อย  บางเรื่องผมฟังนะเรื่องเดิมแต่เนื้อหามันเหมือนไม่เคยฟัง  ฟังอีกครั้งจำไม่ได้ว่าฟังแล้ว แปลกดี  หรือขี้ลืม  เอ้ามาเข้าเรื่องต่อไหลไปไหนอีก  ถึงไหนแล้ว  เอางี้เล่าไปเรื่อยๆละกันดีมั้ยมั่วๆดี  ทนอ่านก็แล้วกันนะ  มาถึงเชียงใหม่ไอ้อุย ณ หนองหอย ก็นิมนต์มานอนบ้านมัน  ไอ้เราก็เห็นในน้ำใจไมตรีนอนฟรีไม่เสียตังค์ก็จัดไป   มีเด็กช้างเผือกมาเยี่ยมเยือน   ก็พากันไปกินนู้นกินนี่

วันจันทร์ผมก็ชวนไอ้อุย ณ หนองหอย  ไปดูงานแอร์กัน  มันส์ครับหลังๆไม่ค่อยออกโรงเอง  ปกติให้คนอื่นดู  บางทีก็ไม่ดูใช้เดาเอา  ครั้งนี้ดูเองก็จัดเต็มไปเปลี่ยนสเปคเขาซะหมด  พูดจนแอร์ยี่ห้อโนเนมของผมเข้าได้  กรรมการก็เออออไปกับผม  ความจริงนี่ผมใช้หลักวิชาการน่ะ  นานๆจะมีซักที  ดูจบก็คิดว่าเอองานนี้น่าทำ  ง่ายดี  งบ500,000 ยื่นเท่าไหร่ดี    คืนนั้นก็ใช้ญานครับดูเอง  ตอนแรกก็กะๆเอาซัก460,000ละกัน  แต่ก็นะมันใกล้งบเกินไปเลยตั้งกำลังใจใหม่  ตอนนั้นมีความรู้สึกว่าได้ก็ดีไม่ได้ก็ไม่เป็นไร    หวยเลยออกมา 445,000 ราคานี้ได้งาน  ผมหันไปถามไอ้อุย  เอ้ยมึงว่า445,000ได้งานมั้ย  เออแม้งนั่งเล่นเกมส์  จิตหนัก  เมามันส์กะการฆ่าตัวห่าไรซักตัวในเกมส์     หันมาตอบนิ่มๆน่าจะได้นะพี่    เออกูจะเชื่อดีมั้ยเนี้ย  อีกใจผมคิดนะว่ากดแบบได้ชัวร์ๆต้อง 420,000  น่าจะชัวร์สุด    แต่สุดท้ายเชื่อทิพจักขุญาน    ก็ยื่นไปผมได้งานครับมีทั้งหมด 3 ราย  ไอ้วันเปิดซองนี่เจ้าหน้าที่เรียกให้เข้าไปฟังผลเปิดซองด้วย  ไม่มีใครมาซักคนมีผมไปรายเดียว  คุยไปคุยมาอีตอนแรกต่อราคาผมก็ลดให้ 440,000ถ้วน  จากนั้นก็คุยไปเรื่อย   ผมคงคุยสนุกเลยให้ผมแก้ราคาเป็น 498,000 บาท  เออแปลกมั้ยล่ะ  แต่แลกกับการเพิ่มบีทียูของแอร์อีก 80,000 บีทียู  และให้อยู่ในงบ  อันนี้ทำผมกำไรเพิ่มขึ้นหลายหมื่นบาท  ก็แปลกดีมันแปลกนะครับ  ราชการนี่เขาอิงเอกสารเป็นหลัก  แต่เขาเห็นว่าเขาได้ประโยชน์กับราชการผมก็ได้ประโยชน์  win win ทั้งคู่  มาเชียงใหม่เที่ยวนี้ค่อนแฮปปี้หน่อย  อีกงานนึงที่ทำให้ผมต้องมาคือส่งรถจักรยานยนต์  

ตั้งแต่ผมขายมาเนี้ยไม่เคยมีงานไหนที่ไอ้รถยี่ห้อนี้จะส่งงานได้แบบสะดวกโยธิน   เดี๋ยวสตาร์ทไม่ติดมั่ง  เกียร์เข้าไม่ได้มั่ง  เบรคไม่อยู่มั่ง  เครื่องสั่นมั่ง  เออๆเอาๆแบบนี้ตายๆ  คนซื้อไปขี่เตรียมตายได้เลย  แต่มาพักหลังเขาก็พัฒนาขึ้นมาบ้าง   ครั้งนี้ก็เลยส่งงานราบลื่น  แถมยังซื้อเพิ่มอีก 3 คัน  ไอ้ที่ซื้อเพิ่มนี่ไม่ใช่เพราะรถสวยนะ  เขาก็ให้ยื่นซองแข่งกันใหม่นั่นแหละไอ้เราก็เอาใหม่  จับภาพพระใส่เป็นประกายพฤก  ดูราคาเลขที่ออก  เห็นเท่าไหร่ใส่ไปเท่านั้น  แบบนี้ก็ง่ายไม่ต้องสงสัย  ไม่ต้องคิดแต่ความจริงไอ้ที่ได้งานเนี้ยมันก็เป็นโชคลาภนะ  โชคลาภนี่ไม่จำเป็นต้องเล่นหวยรวยเบอร์  แทงมวยรวยบอล   โชคของผมนี่งานล้วนๆผมมันประเภทแทงพนันขันต่อนี่ไม่เอาเลย  การพนันกับผมนี่หันหลังใส่กัน  หวยก็ไม่ซื้อ  เรียงเบอร์ก็ไม่เล่น  มันน่าจะเป็นเหตุมาจากผมทำงานหาเงินมาตั้งแต่เด็กครับ  เด็กแค่ไหนรึ  เท่าที่จำได้นี่  น่าจะมัธยมต้น  คุณพ่อผมเป็นอาจารย์  ผมก็จะรู้จักอาจารย์ที่เป็นเพื่อนพ่อแทบทั้งนั้น  เมื่อก่อนเพื่อนๆพ่อเรียกผมว่า  เสียมศักดิ์  เออมันมีที่มาที่ไปนะเสียมศักดิ์เนี้ย   มันอย่างงี้นะ  เมื่อสมัยที่แม่ท้องผมเนี้ยพ่อผมหาได้ธรรมดาไม่  มักไปกินเหล้ากับเพื่อนๆอาจารย์ด้วยกัน  มีวันนึงแม่ท้องแก่ละนะ  พ่อหายจ้อยไปไหนซักที่จำไม่ได้  แม่ผมก็มือนึงจับแฮนด์จักรยาน  อีกมือถือเสียม  ปั่นจักรยานหาพ่อจนเจอ    แหมพอเจอเท่านั้นแหละเสียมนี่ไล่จ้วงๆๆๆ   เล่นเอาหนีซะแทบไม่ทัน  เพื่อนซี้พ่อก็เลยตั้งชื่อให้ว่าเสียมศักดิ์  ตอนเกิดมา   ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นลุงขุม  หรือ อ.สุขุม  เฉลยทรัพย์  ที่แกทำดุสิตโพลนั่นแหละครับ  จึงเป็นที่มาของชื่อว่าเสียมศักดิ์  นี่นอกเรื่องไปไกลนะเนี้ย  ผมโตขึ้นมาแบบแวดล้อมไปด้วยครูอาจารย์เพื่อนๆพ่อ  ก็เป็นที่รักใคร่เอ็นดูมักได้เงินกินขนมอยู่บ่อยๆ  บางท่านก็เมตตาหางานให้  มาๆบอลล้างรถให้ลุงเดี๋ยวลุงให้เงินกินขนม   แหมเป็น CAR CARE BOY ตั้งแต่เด็ก  ขอบอกนี่ไม่ธรรมดานะสมัยนั้นได้เงินตั้ง 100 บาท  

สมัยเด็กๆนี่ผมโดนแม่ตีบ่อยมาก  เรียกว่าดื้อเงียบ  แอบกวนโมโหออกจะบ่อยตอนนี้ก็ยังเป็นนะ   แต่ตอนนี้นี่หนักกว่าเดิมกวนตีนขึ้นมากจากตอนเด็ก  เวลาโดนตีนี่  ไอ้ที่โดนประจำจะเป็นไม้แขวนเสื้อ  แม่เจ้าโคตรเจ็บแสบถึงทรวง  บางทีบางเรื่องไม่น่าโดนตีก็หาเรื่องจนโดนตีน่ะ  มันต้องเจ็บตัวก่อนถึงจะหยุดกวนโมโหได้  บางทีก็ไม้กวาด  แต่ถ้าทำไรผิดๆมารู้ตัวว่าโดนแน่นี่แม่จะเตรียมก้านมะยม  ผมก็จะแกล้งอาบน้ำนอนเร็วกว่าปกติ   ไอ้ก้านมะยมนี่ถ้าโดนฟาดมันจะแสบจี๊ดปรี๊ดสมองมาก  เจ็บๆคันๆ   โตมาก็พัฒนาเลิกกวนโมโหแม่มากวนประสาทเมียแทน   จากที่เคยโดนไม้กวาดก็โดนเตารีดเขวี้ยงใส่หัว  บ้างก็โทรศัพท์เครื่องละสองสามหมื่น   แม่คุณเขวี้ยงใส่ไม่เลี้ยง   เบาหน่อยก็รีโมททีวี   บางทีก็ส้นสูง  เออแต่ละอย่างนี่นะ  เพราะปากเสียอย่างเดียว  ยั่วโมโหกวนประสาท  กวนตีน  มีครบในตัวผม   เอาง่ายๆแม่งดื้อ  มันดื้อจริงๆ  แต่ที่จะสยบความดื้อของผมได้นี่ครูครับ  ผมนี่กลัวจริงๆ  เกลียดที่สุดคือตอนให้ไปโชว์เพื่อนทำบททดสอบหน้าห้อง   มันเลยเป็นการบังคับสยบความแสบลงไปได้บ้างแต่ก็นะ  บางทีอาจารย์หันหลังผมก็ย้ายเก้าอี้หนีไปหลังๆ  ผมเป็นคนที่โชคดีอย่างนึงคือเพื่อนไม่ดีผมไม่คบเลยครับ  เลือกคบเพื่อน  มันเลยเป็นส่วนนึงที่ทำให้ผมไม่กินเหล้า  สูบบุหรี่  และเล่นการพนัน     แต่ความแสบผมยังไงก็ยังแสบ

โตมาก็เรียนมหาลัยที่พ่อสอน  ก็เรียนกับเพื่อนพ่อทั้งนั้น   ไอ้เราก็ต้องขยันเป็นพิเศษ  เกรงจะเสียชื่อมีพ่อเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์   บางวิชาก็เจออาจารย์พิเศษจากที่อื่นมาสอนบ้าง  คะแนนไม่ดีให้ตกยกห้อง  เพื่อนผมนี่ปีแรก 50 คนโดนรีไทร์ไปเหลือสิบกว่าคน  เออแล้วมันจะจบกี่คน  หลังๆเค้าก็ยุบห้องอื่นมารวมกัน  ไอ้ผมก็เล็งแล้วว่าเจอแบบนี้อีกพวกเราจะมีภัย  ใครสวนไม่รู้เรื่องแล้วขู่จะให้ตกบ้างไรบ้าง  ผมก็จะเป็นคนเจรจาครับ  อาจารย์ครับพวกผมจ้างอาจารย์มาสอนให้รู้เรื่องเพราะพวกผมไม่รู้  ถ้าอาจารย์คิดว่าไม่สามารถสอนพวกผมให้รู้เรื่องได้ก็พิจารณาตัวเองครับ   เออดูดินี่แหละผม อาจารย์ที่สอนก็มักจะเกรงใจผมเพราะผมเรียกคณะบดีว่า ลุง  รองอธิการยันอธิการไม่เรียกลุงก็อา  แบบมาเฟียบ้างบางคราว   บางวิชานี่ยากจัดเรียนทำบ้าอะไรหาความร้อนค่าความสูญเสียในสายส่งแรงสูง  กูไม่ได้อยากจะรู้   พอยากเกินก็จดครับ  จดโพยซะเหน็บไว้ใต้หัวเข็มขัดบ้าง  ใส่ในถุงเท้าบ้าง  บางวิชาเจออาจารย์เก๋าเกมส์  ตรวจโพยก่อนสอบ  ก็ต้องอาศัยเพื่อนที่มันเก่งๆ  บอกมึงไม่ส่งให้ลอกโดนตื๊บนะมึง   เห็นมั้ยแต่ละอย่างนี่แสบๆทั้งนั้นแต่เรื่องชกต่อยตบตีนี่ไม่มี   มันมีไม่ได้ต้องรักษาภาพพจน์   แหมนะลูกอาจารย์หนิ    

มาวันนี้ย้อนดูตัวเองในวันนั้น  หลายอย่างเปลี่ยนไปแต่มีอย่างนึงที่ไม่เปลี่ยนคือกวนโมโห  และดื้อ  ไม่รู้เป็นไงกวนใครไม่ได้ก็กวนคนใกล้ตัวให้มันปวดหัวเล่นอันนี้มันแก้ยากแต่ก็จะลองพยายามแก้ดู   ความจริงนี่ผมเป็นคนขี้หงุดหงิด  แต่จริงๆแล้วไม่ได้เป็นเอ้ายังไงชักงง  ที่เป็นก็เพราะมันเหนื่อยง่ายร่างกายไม่ดี

หายใจสั้น  มันก็อารมณ์ขึ้นๆลงๆใครเป็นเมียก็ต้องเข้าใจไม่ใช่ทำใจ   เค้าเรียกว่าเดี๋ยวดีเดี๋ยวบ้า  ผมว่าถ้าผมแก้อารมณ์เดี๋ยวบ้าเดี๋ยวดีได้นี่คงดีไม่น้อยความจริงนะ  คนเราไม่มีใครเกิดมาดีพร้อมร้อยเปอร์เซนต์   มันจะมีส่วนที่ดีและไม่ดีผสมปนเปกัน  เวลาเรามีแฟนมีเมียมีครอบครัว  ให้เรามองด้านที่ดีให้มากกว่าด้านที่ไม่ดี  ทะเลาะกันก็ให้นึกถึงสิ่งที่เขาทำเพื่อเราถ้านึกแล้วไม่มีเลยก็อย่าอยู่กับมันเลย    ในสังคมเราปัจจุบันนี้มีปัญหาเยอะแยะมากมาย  ยาเสพติด  นร.ตีกัน  คนทะเลาะกัน ยิงกัน  ฆ่ากัน  ปัญหาต่างๆเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเลย  ถ้าเรารักกัน  ให้อภัยกัน  ดูแลกัน  สังคมก็จะน่าอยู่มากขึ้นครับ…..วันนี้ก็ขอจบการบ่นแต่เพียงเท่านี้  สวัสดีปีใหม่ไทยครับ….

ข้าพุทธเจ้าขออ้างคุณพระรัตนตรัย  มีองค์สมเด็จพระชินศรีบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน  พระพุทธทีปังกร   ท้าวสหัมบดีพรหม   ท้าวสักกะเทวราช   ท้าวมหาราชทั้งสี่  มีหลวงพ่อฤาษีวัดท่าซุงเป็นที่สุด  ขออำนวยอวยพรให้ท่านผู้อ่านมีสุขสวัสดิ์  เจริญด้วยลาภ  มิขาดทรัพย์  ดับโรคา  มหาสงกรานต์อันเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ของขาวไทย   ร่ำรวย  มั่งมี   พร้อมด้วยอริยทรัพย์  รักษาไว้ซึ่งศีล  สมาธิ  ปัญญา   พาตนให้เข้าเส้นทางที่พระราชพรหมยานท่านวางไว้  เพื่อพวกเราเหล่าลูกหลานกลับบ้านหาท่านพ่อกันในชาตินี้  เราพูดดังๆให้ดังไปสามโลกว่าพวกเราลูกท่านพ่อจะไม่มาเกิดอีก  ไม่เอาแล้ว  ไม่มาแล้ว  สุดท้ายนี้ขอให้ท่านนึกถึงความตายไว้เสมอ  หมั่นรักษากำลังใจเพื่อพระนิพพาน  ชีวิตมนุษโลก  เทวโลก  พรหมโลกไม่เอาแล้ว พวกเราลูกหลานพระราชพรหมญานจะไม่มาเกิดอีกต่อไป

เรามีจุดเดียวคือพระนิพพานสวัสดี

by admin admin ไม่มีความเห็น

ตอนที่ 46

อีกครั้ง

วันนี้วันที่ 2 เมษายน  2556 ตอนนี้ก็5ทุ่มครึ่งครับ เกรงว่าจะจำไม่ได้เลยจะเล่าให้อ่านเสียดีกว่า ความจำเริ่มป่วยจำได้มั่งไม่ได้มั่ง นี่ผมเริ่มเข้าวัยกลางคนเอง สาวๆยังมองนี่ถือว่ายังไม่แก่  ความแก่นี่เป็นเรื่องธรรมดา  ธรรมชาติ  มันไม่หนุ่มตลอดกาลตลอดสมัยใช่มั้ย เอออันนี้มันคิดได้แบบนี้มันก็มีความสุข กายแก่แต่ใจหนุ่ม  ชักนอกเรื่องนอกราว  มาเข้าเรื่องดีกว่า  ผมมองย้อนกลับไปนี่ก็คิดนะว่าเออเรานี่มันบ้าหรือเปล่า เพี้ยนหรือเปล่า อันนี้มันคิดทุกครั้งที่มองย้อนกลับไป  

สอนคนอื่นมาก็มาก ทั้งดึง ทั้งชาร์ต สารพัดวิธีที่จะใช้เพื่อให้คนที่มาฝึกนั้นฝึกได้  ไปได้ สัมผัสได้  หลายคนไปได้แล้วก็ทิ้ง  บ้างก็ปล่อยปะละเลย  บ้างก็มุ่งมั่นเอาจริง  บ้างก็ด่าผม  นินทาลับหลัง  บ้างก็ชมเชย  ผมไม่สน ช่างแม่งมันตัวใครตัวมัน  เราก็ทำหน้าที่ของเราไป  ไม่เคยคิดเป็นบุญคุณอะไรกับใคร  แต่สิ่งนึงที่พวกเขาเหล่านั้นคิดไม่ได้คือถ้าทำอย่างผมไม่ได้ก็อย่าพูดมาก  พูดไปจะทำให้คนอื่นเขามองท่านว่าท่านเป็นคนที่ใช้ไม่ได้  ทำให้มาก  เอาจริงทำตามที่หลวงพ่อสอนมันก็ไม่ยากเกินไป  ครั้งสุดท้ายที่ผมสอนนี่น่าจะสอนคนใกล้ชิดละมั้งจำไม่ได้  การสอนทางไปแต่ละครั้งหากมองแล้วว่าสงเคราะห์ได้  ผมช่วยเต็มที่  ยอมตายใช้กำลังทั้งหมดที่มีพาไป  เมื่อไปเห็นแล้วก็ดีใจด้วยกับเขาทุกครั้ง  บางคนฝึกก็หลายครั้งไปไม่ได้พอช่วยก็ไปได้  พอไปได้ก็คิดว่าตัวเองแน่ตัวเองเก่ง  

อีแบบนี้นี่ยังเลว  เลวแบบไม่รู้ตัว  เห็นแล้วก็ปลงคงได้ไปนะนิพพาน  บางคนฝึกได้แล้วก็พาลูก เมีย ผัว พ่อ แม่ พี่ น้อง มาฝึกกันเป็นครอบครัวตัวอย่าง   ผมก็ช่วยหมดตามวาระ  ตามกำลัง  เวลานี้ก็คิดว่าพวกเขาจะยังจำวันที่ขึ้นไปสัมผัสพระนิพพานได้มั้ย  จำอารมณ์นั้นได้มั้ย  แต่ละคนดีอกดีใจ  เมื่อกลับลงมา  ผมก็ดีใจครับที่ผมเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ท่านเห็นทางกลับบ้าน  เห็นทางพ้นทุกข์  หลายคนที่มา  รักผม  หลายคนเคยรัก  หลายคนไม่ชอบ หลายคนเกลียด  แต่ผมก็เหมือนเดิม  มีความรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องของเรา  ใครจะรักเราก็เป็นสิ่งที่ดี  ใครจะเกลียดเราก็เป็นเรื่องของเขา  ออมีนะที่ไม่ชอบแต่ตอนนี้รักผม  นี่แหละใจมนุษย์ยากหยั่งถึง    

เอ้าร่ายยาวไปไหนอีกล่ะเนี้ยเดี๋ยววัยรุ่นเซ็ง   วัยรุ่นนี่สอนง่าย วัยแก่นี่  มานะเยอะสอนยากแต่ก็สอนได้   บางทีก็สอนตัวเอง  บางทีท่านพ่อก็มาสอน  ก็เพราะเจอเทศน์มหาชาติมาเมื่อวันก่อนก็ต้องกระตุ้นเหล่าบริวารท่านพ่อ พระศรี เสียหน่อย  เร่งรัดการปฏิบัติ   มันหย่อนยาน  พลังกายแรงใจหาย   พระหาย เอางี้วันนี้จะเล่าเรื่องพ่อไก่โต้งให้อ่านก็แล้วกัน  ดีมั้ย  โต้งนี่ไม่เคยฝึก  ไม่รู้เรื่องรู้ราว  ไม่รู้อะไรเลย  แบบนี้ดีเลย  แต่เจ้านี่ติดเรื่องสงสัย  ถามนู้นถามนี่เยอะไปหมด  อยากจะรู้อยากจะเห็น  เออดีเดี๋ยวไม่ได้เห็นกันพอดี  อยากนี่ไม่เห็นแน่  

ช่วงเช้าผมก็เริ่มให้พ่อไก่โต้งกะบาสจับภาพพระกับคำภาวนาให้คล่อง   มาช่วงบ่ายแก่ๆ  ผมว่าสงสัยแบบนี้ท่าจะยากอยู่เป็นแน่  พี่แกสงสัยคิดไปคิดมาตลอดพอกะบาส  ไอ้นี่อ่านมากรู้มาก  ผมก็เริ่มให้จับภาพพระให้ทรงตัว  จากนั้นชาร์ทแบตรอบแรก  ไอ้รอบแรกนี่กะไม่ค่อยจะถูกแต่กระแสมันเข้าไปง่ายมาก  สรุปผมจัดไปสามรอบ อัดเต็มที่เข้าง่ายดีก็อัดจนเบา  ผมก็ถามตลอดว่าใจสบายมั้ย  เบามั้ย เพราะกลัวว่าจะแรงเกินไป  อัดมากไปก็ไม่ดี  มันไม่ง่วง  ใจเบาสบาย  ไม่หลับไม่นอน  พ่อไก่โต้งบอกใจมันว่าง  เบาๆว่าง เอ้าได้เรื่องละสิ  เดี๋ยวได้เบาลอยกันมั่งละทีนี้  จากนั้นผมก็ปล่อยไปตอนนั้นราวๆบ่าย4ได้  กะว่าคืนนี้จัดเต็ม  ผมให้น้องเตรียมแบรนด์ไว้  ซึ่งความจริงไม่ชอบกินเลย  เพื่อว่าไปดีๆไม่ได้ต้องดึงกันมั้งล่ะ

พอถึงเวลาก็สวดมนต์  สมาทานศีล  สมาทานพระกรรมฐานจัดพานครูเรียบร้อย  จากนั้นผมเปิดคำแนะนำให้ฟังครู่นึง  จากนั้นก็เริ่มเลยการนำไปที่ต่างๆนี่ผมไม่ขอเล่าก็แล้วกัน  โต้งนี่ไปได้ดีจริงๆครับส่วนบาสนี่ไปไม่ได้  เห็นแล้วบอกถูกต้องตรงตามความเป็นจริง  มีสิ่งนึงที่ทำให้ผมแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่  ตอนไปกราบท่านย่า  ท่านย่าเมตตาโน้มตัวลงมากอดแล้วลูบหลังอย่างเอ็นดู  ในขณะฝึกนั้นผมตามขึ้นไปด้วยตลอด ที่ตามไปด้วยก็เพื่อจะดูว่าเห็นอะไร  อยู่ตรงไหน  จากนั้นก็ขอพระท่านขึ้นไปพระนิพพาน  บางครั้งมืดบางครั้งสว่าง  ก็เป็นเรื่องปกติ ขอบารมีพระก็สว่าง  มองเห็นชัดเจนแจ่มใสดีมาก  ผมมีความรู้สึกว่าถ้าทุกท่านฝึกแล้วได้แบบนี้คงดีไม่น้อยมันไม่เหนื่อยผู้สอน  ผู้ฝึกก็มีความสุขหลังจากฝึกเสร็จก็เอาเลย

ตานี่สงสัยไปหมด ไปจริงมั้ย  คิดไปเองมั้ย  สารพัด แต่ดันตอบได้นี่สิ  ก็เลยต้องอธิบายความกันตามสมควร  โต้งนี่พอลงมาแล้วจิตยังวิ่งขึ้นวิ่งลงอยู่  ตรงนี้จิตเริ่มจับพระนิพพาน  ใจสบาย เบา แหมผมก็ยินดีและดีใจไปกับเขาที่ไปได้  จากนั้นก็แผ่เมตตา  การฝึกให้โต้งครั้งนี้เป็นการฝึกแบบจริงจังครั้งแรกในรอบหลายเดือน  ผมรู้สึกว่ากำลังจิตนี่มันมีพลังมากเหมือนไม่ค่อยได้ใช้   อย่างการชาร์ทแบตนี่กำลังมากขนบริเวณคอลุกชัน ไล่ลงมาที่แขน  ลงไปที่ศรีษะของคนที่ถูกชาร์ท  หรือการชาร์ทให้ทางโทรศัพท์ หรือสไกด์ นี่ก็มีกำลังที่ทำให้อีกฝากนึงรับรู้ถึงพลังงานนี้ได้  ผมจำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่นั่งสมาธินี่เมื่อไหร่  ถึงจะไม่นั่งแต่การทรงอารมณ์นี่ผมทำทุกวัน  จับภาพพระทุกวัน พิจารณาองค์ท่านอย่างละเอียดถึงขอบของประกายพฤกมีเหลี่ยมมีมุมแพรวพราวอย่างไร  ย่อขยายจนชำนาญ รู้ลมหายใจตัวเอง  หลังๆหลายท่านในเฟซบุคก็มาฝึกให้ผมบ่อยขึ้น  ถามนู้นดูนี่  ทำนู้นนี่นั้น  มันก็ได้ใช้ได้ทบทวน  จะได้มีความแม่นยำในการใช้ญานต่างๆ  ผมจะเล่าให้อ่านว่าการฝึกของผมทำยังไงดีมั้ย  แต่อย่าทำตามล่ะมันบ้าๆเพี้ยนๆ

การใช้ญานของผมนี่ผมจะไม่คล่องการดูเหตุการณ์ปัจจุบัน  หรือปัจจุปันนังสญาณ  อันนี้ไม่คล่องก็ฝึกมากหน่อย  ส่วนที่คล่องๆก็จะมีทิพจักขุญาณ   อตีตังสญาณ  อนาคตังสญาณ  เจโตปริยญาณ   การฝึกนี่ผมจะฝึกตอนขับรถเวลาขับไปในเส้นทางที่เป็นถนนสวนเลนกัน  เวลาแซงทางโค้งบนเขา  หรือโค้งที่มองไม่เห็น  ผมจะกำหนดภาพพระแล้วถามใจตัวเองว่ามีรถมั้ย  หรือแซงได้มั้ย  คำตอบแรกมาปุ๊บผมกดคันเร่งแซงทันที  มันต้องไม่พลาด  พอมันห้ามพลาดมันก็ตั้งใจมาก  วางอารมณ์ให้ทรงตัว  ผมฝึกแบบนี้แทบทุกครั้งที่ขับรถ  มีเพียงครั้งเดียวที่ลังเล  คำตอบแรกมาแล้วไม่เชื่อ  คำตอบมาว่าอย่าแซงไอ้เราก็แซงไม่ได้จริงหรอ  คันหน้าเป็นรถพ่วง  ผมไม่มั่นใจเลยเบี่ยงออกไปดูนึดนึงแหมเอาซะจริงๆ  มีรถสวนมาด้วยความเร็ว  เล่นใจลงไปเที่ยวตาตุ่มเลยกู   เห็นมั้ยลังเลนิดเดียวมันพลาดได้เหมือนกัน  ก็ขอว่าอย่าได้พิเรนอย่างผม  ผมมันเพี้ยนๆบ้าๆ  ตายไม่กลัวแต่กลัวพิการ  บางทีก็กลัวในสิ่งที่คนอื่นเค้าไม่กลัว  ทำในสิ่งที่คนอื่นเค้าไม่ทำ   วันนี้ก็ขอจบเรื่องเล่าไว้แต่เพียงเท่านี้  โอกาสหน้ามีเรื่องอะไรก็จะมาเล่าสู่กันอ่าน  อ่านนี้อย่าอ่านเอาสนุก  เพลินนะ  หัดฝึกหัดทำไปด้วยจะมีประโยชน์มาก  หมั่นรักษากำลังใจไว้  ตั้งหมั้นไว้นะ….สวัสดี

เดี๋ยวมาต่อ

by admin admin ไม่มีความเห็น

ตอนที่ 45

ผีป่า

สวัสดีครับ วันนี้วันที่ 26 มีค 2556  ไม่ได้เล่าอะไรต่อมิอะไรมาตั้งนานก็เอาซะหน่อย  บางเรื่องที่เล่าในเฟซบุคก็ไม่ได้เอามาเล่าในนี้นะครับ ก็ขอย้อนกลับไปเสียหน่อยนะมันเชื่อมโยงกันกับเรื่องในเฟซบุคผู้ที่มาใหม่ก็จะได้รู้เรื่องรู้ราว  ก็ย้อนไปเมื่อ 15 มีค 56  เมื่อวานนี้ใช้ญานนานกว่า4ชั่วโมง สงเคราะห์ ป้า แม่ น้อง เพื่อนน้อง และสาวน้อยลูกสาวของเพื่อนน้อง เมื่อวานก่อนใช้ญานมีอารมณ์ใจหงุดหงิด แต่พอตั้งกำลังใจจับภาพพระจนถึงฌาน4 ใจสบาย อารมณ์ใจดีขึ้น หายจากอารมณ์หงุดหงิด จากนั้นก็ทรงไว้ที่อุปจารสมาธิ แล้วสงเคราะห์ มีท่านท้าวมหาราชมาหนึ่งท่าน ท่านต้องการให้สงเคราะห์คนของท่านคือป้าของผมให้เข้าใจพุทธศาสนา ป้าผมเป็นพุทธศาสนามาแต่เกิด จะทำอย่างไรให้เข้าถึงก็ต้องใช้ธรรมของสมเด็จท่าน ให้ตรงกับจริตป้า แต่ก่อนอื่นต้องทำให้ป้าเชื่อมั่นในตัวผมก่อน เมื่อก่อนแก่เห็นว่าเราเป็นอย่างไรวันนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ยังเลวอยู่ ก็ใช้ญานดูแล้วทัก จนแกเชื่อมั่นว่าเราทำได้จริง จากนั้นก็ป้อนธรรมะให้จนทำให้แกคิดจะเริ่มปฏิบัติพระกรรมฐาน จากนั้นก็จัดเต็มให้เพื่อนน้อง แต่เพื่อนน้องนี่ยังเข้ามาปฏิบัติยาก ปัญหาทางโลกเยอะ คงต้องป้อนเรื่อยๆ บางทีบางครั้งการที่เราใช้สิ่งที่เราฝึกปฏิบัติมามันก็สามารถสร้างกำลังใจให้ผู้อื่นได้ไม่มากก็น้อยแต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

ไฮไลท์จากการใช้ญานวันก่อนอยู่ที่น้องข้าวหอม ข้าวหอมนี่เป็นลูกสาวเพื่อนน้อง แรกๆผมไม่ได้สนใจ ที่ไม่สนใจก็เพราะไม่ค่อยชอบเด็กซักเท่าไหร่ ชอบตอนเริ่มสาวมากกว่า เอ้าว่าไปนั่น ข้าวหอมเดินขึ้นเดินลงบันไดอยู่หลายครั้งจนเราก็คิดว่าดีละที่กูไม่มีลูก ปวดหัวตาย ระหว่างนั้นนั่งคุยกับป้าแดงอยู่เรื่องที่ป้าแกฝันเรื่องนี้บ่อย แกบอกว่าฝันว่าไปที่ๆหนึงยอดแหลมๆสูงๆ เวลานี้ภาพปรากฏขึ้นผมรู้ทันทีว่านั่นคือเวชยันตวิมาน ไม่เอาดีกว่าปล่อยผ่านไป เอาเรื่องเด็กดีกว่า ระหว่างที่คุยกับป้าแล้วข้าวหอมเดินลงบันไดมา ภาพปรากฏเป็นนางฟ้าสวยงามมาก แหมชักสนละเห็นว่าสวยเลยสน ก็ดูต่อ เธอสวมชฏาสวยมากสีทองอร่ามกำลังเดินลงไปเล่นน้ำแต่เดินไปนี่รำไปด้วยกึ่งเดินกึ่งกระโดดกึ่งรำ เออเอากะมัน เธอดูเพลิดเพลินจนทำให้ผมหันกลับไปมองข้าวหอมที่เดินลงบันไดมาจากข้างบน ผมถามพ่อเธอว่าเธอชื่ออะไร จากนั้นผมเรียกเธอโดยมองไปในลูกตาเธอแล้วคุยกับเธอ

ผม: ข้าวหอมเรารู้จักกันมั้ย 

ข้าวหอม: หันมามองแล้วพยักหน้าบอกรู้จัก

ผม: เราเคยเจอกันที่ไหน

ข้าวหอม: บนนู้น 

ผม: ข้างบน แล้วหนูจำท่านย่าได้มั้ยลูก

ข้าวหอม: จำได้

แหมคุยกะเด็กก็สนุกเหมือนกันแฮะความจริงคุยเยอะกว่านี้แต่ก็ไม่มีอะไรสำคัญ  คุยอยู่พักนึงก็บอกทุกคนว่าเออเด็กคนนี้มองเห็นผีนะ เท่านั้นแหละครับขนลุกกันหมด ที่ขนลุกกันหมดก็เพราะเพิ่งจะเห็นผีเมื่อวันก่อนที่โรงแรมในเชียงใหม่เล่นเอาพ่อแม่มันและน้องผมหลอนกันไป เพราะคุณเธอเล่นชี้ไปที่หน้าห้องบอกผีๆใส่เสื้อสีแดงยื่นอยู่ตรงนั้น เออเห็นมั้ยบอกแล้วว่าเด็กคนนี้เห็นผีได้ ยังไม่จบผมทักต่ออีกว่าแล้วชอบจริงๆนะรำเนี้ย เวลารำจะรำไม่หยุด เท่านั้นแหละแม่ของน้องข้าวหอมเริ่มสนใจตัวผมขึ้นทันที แม่เธอบอกว่าลูกชอบมากรำเนี้ยชอบจริงๆ ผมใส่ต่อว่ายิ่งลิเกนี่ชอบใหญ่ แม่เธอหัวเราะชอบใจบอกว่าข้าวหอมชอบดูลิเกมากพากลับไม่ยอมกลับร้องจะเป็นจะตาย ทีนี้แม่เธอชักงงว่าผมรู้ได้ยังไง ผมเลยเล่าอดีตชาติข้าวหอมให้แม่เธอฟัง ว่า เด็กคนนี้เคยเป็นนายของแม่เธอและพ่อเธอมาก่อน สมัยนู้นนน ส่วนพ่อน่ะเป็นทหาร แม่เป็นนางสนองพระโอษฐ์ ลูกเป็นธิดากษัตริย์ ผมหันไปถามแม่ว่าเคยไปสุโขทัยมั้ย เธอบอกยัง ผมหันไปถามพ่อเธอว่าอยากไปมากมั้ยสุโขทัยน่ะ พ่อเธอบอกว่านี่ก่อนลงจากเชียงใหม่ก็จะแวะแต่น้องผมรีบเลยไม่ได้แวะ อยากไปมาก แล้วถามว่าผมรู้ได้ยังไงว่าเขาอยากไป

ผมก็ขำครับแล้วก็เล่าอดีตและความเกี่ยวเนื่องกับเมืองสุโขทัยให้ฟังยาว อันนี้ก็เป็นเรื่องของอดีต พ่อเธอเริ่มถามอนาคต ผมก็ดูให้ทุกอย่างที่อยากรู้ ความจริงไม่ค่อยจะดูหรอกครับแต่พักหลังๆมานี่ไม่ค่อยได้ใช้นาน เพราะไม่ค่อยได้คุยกับใครแล้วไม่ได้ดูให้ใคร เลยเอาวะกูมีคนมาให้ลองฝึกหลายคนก็เอาซะหน่อย ดูซิว่าเราคล่องขึ้นหรือแย่ลง ดูไปดูมาเลยให้ผมไปสวมจิตผู้ชายคนนึงเพราะต้องการจะรู้ว่า คนๆนี้คิดอะไรยังไงตอนนี้ ผมก็บ้าๆเอาวะ ปกติชอบสวมผู้หญิง เพราะจะบันเทิงกว่า นี่สวมผู้ชาย ก็เลยไป ผมบอกลักษณะนิสัยก่อนจากนั้น ค้นดูแล้วก็เล่าให้ฟัง ทุกคนอึ้งครับ บอกว่าผมพูดตรงตามความเป็นจริงมาก จากนั้นให้ดูหมอดูประจำตัวของผู้ชายคนนี้ซึ่งผมไม่เคยรู้จัก   ผมบอกรูปร่างลักษณะและทรงผมได้ถูกต้อง อันนี้ไม่ได้อวดว่าผมเก่งหรือแม่นนะ เพียงแต่เล่าให้อ่านเพื่อเป็นกำลังใจในการฝึกของทุกท่าน ท่านทำอย่างผมได้แต่ต้องเอาจริงเหมือนผม   ดูไปดูว่าเพื่อนน้องเลยชวนผมไปงานตั้งศาลพระพรหม กับศาลเจ้าที่ วันเสาร์นี้ ผมก็เออไปก็ได้ จะให้ผมไปเชิญพรหมลงมาอยู่บ้านใหม่ ไอ้เราก็อ่อนใจเลยเล่าให้ฟังยาวเลยเรื่องวิมานของพรหมข้างบน จริงๆท่านไม่มาอยู่หรอกแหม วิมานออกจะใหญ่จะให้มาอยู่บ้านปูนหลังเล็ก มีม้า ช้าง นางรำ ก็รวมความให้ฟังว่า มันก็คือเทวตานุสตินั่นแหละ แต่ก็จะมีเทวดารักษาเขตท่านดูแล

นี่เป็นเรื่องราวก่อนเหตุที่จะเล่าให้อ่าน ออพ่อของข้าวหอมนี่มีชื่อว่าโต้งนะครับ โต้งนี่เป็นหุ้นส่วนน้องชายผมและมีโชคอีกคน  สองคนนี้ในอดีตเป็นนักรบมาก่อน ไม่ธรรมดา  ผมมีโอกาสส่องดูอดีตและความเกี่ยวเนื่องกันมาบ้างพอสมควร  เมื่อวันที่ 22 มีค ที่ผ่านมาช่วงเช้าผมต้องไปดูงานที่โรงพยาบาลแถวสีลม ระหว่างขับรถอยู่บนทางด่วน วามก็มานั่งข้างผม วามนี่เป็นใครมาจากไหนท่านก็ย้อนไปอ่านเอาก็แล้วกัน  วามมาบอกว่า 

วาม:พี่บอลวามใกล้จะได้เวลาๆปแล้วครับ

ผม:แล้วนี่จะมาเกิดเป็นลูกบาสมั้ย

วาม:หัวเราะ วามจะมาเกิดเป็นผู้ชายน่ะ ไว้จะไปจัดเต็มกับลูกสาวบาส

ผม:อ้าวนี่ลูกบาสจะเป็นผู้หญิงหรอแล้วนี่จะมาเมื่อไหร่ล่ะ

วาม:ช่วงสงกรานต์ครับ

ผม:เดี๋ยวพี่บอกบาสให้แล้วจะทำบุญใหญ่ไปให้

วาม:วามก็ไปหาบาสบ่อยแต่คุยกันไม่ได้มันหลับไม่รู้เรื่อง

ผม:ไว้พี่จะบอกให้นะ

วาม:วามไปละพี่บอล

พอวามไปผมหยิบโทรศัพท์โทรหาบาส 

ผม:บาสเมื่อกี้วามมาหาพี่

บาส:ขนลุกเลยพี่บอลเมื่อกี้เพิ่งพูดถึงพี่วามก่อนพี่บอลโทรมาเนี้ยกำลังคิดถึงเลย

ผม:วามมาบอกว่าจะไปแล้ว

บาส:ไปเกิดหรอ

ผม:ใช่ยังไงทำบุญให้มันหน่อยนะ

บาส:ครับ

หลังจากนั้นพักใหญ่บาสมันก็โทรมาชวนให้ไปหาที่วังน้ำเขียว ผมเลยถามว่าอยากเจอวามมั้ย  เดี๋ยวจัดเต็มให้  แหมมีรึจะพลาด  บาสนี่อยากเจอจัด  ผมมีข้อแม้ว่าศีลต้องได้นะ  อย่ากินเหล้า  มันก็รับปาก  เอ้าไปก็ไป ช่วงเย็นผมก็เดินทางไป   ระหว่างทางไปรถผมดันความร้อนขึ้น  ตอนนั้นอยู่แถวปราจีนบุรีผมก็แวะปั๊มดูก็หนักใจ  งานนี้กูกินข้าวลิงแถวนี้แน่ แหมนะเอาไงดีว่าแล้วก็วางใจเบาๆเข้าฌาน4  แล้วมาทรงไว้ที่อุปจารสมาธิ  ผมก็เรียกหาเจ้าเก่า ท่านจันทรเทวา  เอ้าไม่มา เอาไงล่ะเนี้ย ทีนี้ชักใจไม่ดี เวลานั้นราวๆทุ่มนึงได้  ก็เอาใหม่ท่านจันทรไม่มาก็ท่านไหนดีล่ะ เออแล้วเทวดาจะช่วยได้หรอวะไอ้ความร้อนขึ้นเนี้ย  ลองละกันผมกำหนดเชิญเทวดารักษาเขตแถวๆนั้นมา ก็มีมาองค์นึง ผมก็ขอท่านช่วยหน่อย  ท่านถามว่าจะให้ท่านตามช่างรึ  นั่นเอาแล้วองค์นี่หนินะ  ผมก็บอกท่านว่าผมจะไปวังน้ำเขียวแต่พอดีรถเสียความร้อนขึ้นเกือบสุดเกย์ครับ  ท่านก็พยักหน้ารับ  ผมก็ขับต่อเลย แปลกครับความร้อนมันกลับมาอยู่ตรงกลางไม่ฮีท  แปลกมากครับแรกๆผมก็ขับช้าๆประคองรถไปขับๆไปเออแปลกจริงความร้อนมันไม่ขึ้น  ทีนี้เหยียบกระจายซัดไม่มีต่ำกว่าร้อยหก  แน่ะดูซิเทวดาจะเก่งจริงมั้ย  คิดแค่นี้เองพักเดียวท่านมาเลย อีตอนนี้เริ่มคิดได้ว่าเรานี่มันเลวจริงๆท่านช่วยยังจะเยอะอีกกู  ก็เลยคุยกะท่านซะเลย  ท่านก็บอกว่าท่านมีชื่อว่าท้าวหิงสา คราวก่อนท่านเคยช่วยผมไว้วาระนึงแล้ว  ตอนนั้นผมหลับในเป็นครั้งแรกในชีวิต  เมื่อปี54 ผมมาเที่ยววังน้ำเขียว  ดูคอนเสิร์ตยาวจนตีสี่กว่าได้  ก็ขับรถกลับที่พักดันหลับซะหนิ ได้ยินเสียงคนเรียกเลยตื่น แหมไม่ตื่นละต้นไม้ข้างหน้าชัวร์   แหมอีตอนนั้นก็ไม่เห็นหรอกว่าใครช่วยรู้แต่ว่าโชคดีมาก  มารู้ก็นี่แหละเจอละ  คุยกับท่านพักนึงท่านก็ไปครับ  ผมขับมายันถึงวังน้ำเขียวเจอน้องจอดรออยู่ริมถนน  อีตอนนี้ความร้อนขึ้นไปสุดเกย์อีกละ  ดูสิบอกท่านว่าเอาให้ถึงมันยังไม่ถึงที่พักซะหน่อย  เกือบไม่รอด  ผมก็ขับมันทั้งอย่างงั้นเลยจนถึงที่พัก  

มาถึงราว2ทุ่มเศษแหมทั้งเจ้าบาสเจ้าโต้งพร้อมใจไม่กินเบียร์กันแต่วันนี้ผมก็ได้แนะนำเบื้องต้นให้บ้าง  ราวๆ5ทุ่ม โชค หุ้นส่วนของน้องอีกคนมาถึง  ก็เลยนั่งคุยกันยาว  ช่วงที่นั่งคุยนี่นั่งนอกบ้าน  ผมเห็นเทวดาผู้ชายมายืนมองอยู่ก็เลยแผ่เมตตาให้  ผมก็เล่าต่อว่านี่ไม่รู้พ่อคุณเค้าจะมาหลอกหรือเปล่า  ผมก็เริ่มเล่าให้คนอื่นฟังด้วย  เท่านั้นแหละบาสบอกพี่บอลวันก่อนข้าวหอมชี้มาตรงนี้แล้วบอกผีๆๆ  เล่นเอาหลอนกันไป  ผมบอกไม่ใช่ผีหรอกท่านเป็นเทวดา  ซักพักเดียวมีเสียงคล้ายนกหรืออะไรบางอย่างร้องกันระงมดังไปทั่วบริเวณ  ผมเห็นท่าไม่ดีเลยเดินเข้าไปหยิบมีดหมออาราธนาบารมีพระ หลวงพ่อและท้าวมหาราช  พอเดินออกมาจากบ้านเสียงเงียบกริบทันที  อีตอนแรกนี่น้องไม่เชื่อครับคิดว่าบังเอิญเดี๋ยวนกมันก็ร้องอีก  ผมก็แปลกใจพอกัน เออมันเงียบจริงๆว่ะ แปลกดีครับเงียบทันทีที่ผมเดินออกมาจากบ้าน  แต่มีดหมอนี่ผมใส่กระเป๋าไว้นะยังไม่ได้หยิบออกมา  เวลานั้นเห็นเทวดาท่านมา 2องค์ ถ้าเห็นไม่ผิดนะท่านยืนอยู่ด้วยกันมองมาทางผม  ไอ้ผมก็เล่นตัวเสียหนิไม่สนใจจะคุยกะเทวดา  แหมนะเชิญท้าวมหาราชท่านไม่มาท่านคงไม่ว่างเลยส่งบริวารมาแทนละมั้ง  แค่ท่านมายืนผีนี่กระเจิงหายเรียบ  ผมกลับมานั่งคุยต่อตอนนี้ทุกคนสงสัยว่าทำไมเงียบจัง  ด้วยความที่ผมสงสัยต้องการจะรู้ล่ะนะว่ามันเสียงอะไรเลยเข้าไปที่อุปจารสมาธิ  แล้วดู  ภาพที่ปรากฏนี่มันเป็นตัวอะไรบางอย่างคล้ายลิงแต่ตัวใหญ่กว่าดูไปดูมาก็คล้ายคน เออชักสับสนเอาเป็นว่าลูกครึ่งคนปนลิงก็แล้วกันตาโปนแดง  ไม่เดินนะมันกระโดดย้องแย้งๆ ไปรอบๆบริเวณ  อันนี้ใช้ญานถอยกลับไปดูนะ  พอรู้แล้วก็เออช่างมันแต่กูขอเอามีดหมอออกจากกระเป๋ามาวางบนโต๊ะก็แล้วกัน

ก็คุยกันต่อครับช่วงนี้ผมก็เล่าอดีตชาติของแต่ละคนให้ฟังและกรรมดีกรรมไม่ดีต่างๆของแต่ละคนที่ทำให้ต้องมาพบเจอกันและทำงานร่วมกันในปัจจุบัน  คุยได้พักเดียวมีความรู้สึกว่าไอ้ตัวนั้นน่ะมันมายืนอยู่ข้างหลังบาสที่นั่งอยู่ข้างๆผม  ไอ้ตัวนี่มันทำท่าทางเหมือนจะกระโจนเข้าข้างหลังครับ  เวลานี้น้องผมสัมผัสได้ ผมหันไปถาม

ผม:รู้สึกอะไรมั้ย

บาส:รู้สึกๆเย็นวาบๆที่หลังและขนหัวลุก

ผม:นั่นแหละมันมายืนอยู่ข้างหลัง

บาส:รู้สึกเย็นขนหัวลุก

ผม:มันทำท่าเหมือนจะโดดเข้าใส่จากข้างหลัง

บาส:ตอนนี้มันอยู่ตรงไหน

ผม:มันวิ่งไปรอบๆที่เรานั่ง

เวลานี้บาสมันก็หยิบมีดหมอไปถือไว้ครับ  เทวดาท่านยังยืนอยู่ ผมคงต้องสนใจท่านแล้วสินะ  ผมก็ถามท่านครับว่าไอ้ตัวนั้นมันตัวอะไร ท่านบอกว่ามันเป็นผีที่อยู่ในป่าบริเวณนี้แหละ ผมยังสงสัยครับว่าทำไมมันมีลักษณะอย่างนั้น ยังไม่ทันได้ถามต่อ ท่านบอกต่อว่าตอนที่ผมแผ่เมตตาให้เทวดากับบริวารบริเวณนั้นน่ะมันเกิดแสงสว่างสีขาวนวลสว่างไปทั่วบริเวณ  พวกผีป่า วิญญาณแถวนั้นมันก็วิ่่งเข้าหาต้นตอ  นั่นไงผมไม่แปลกใจละแผ่เมตตาทีไรแห่มาเพียบทุกที  ทีนี้ผมเอาอีกครับแผ่ให้ผีพวกนั้นอีกรอบคิดว่าผมรักผีพวกนั้นเท่ากับผมรักตัวผมเองแล้วขอบารมีพระและหลวงพ่อแผ่ไปเต็มกำลัง  ก็ไม่รู้ว่ามันรับได้กันมั้ยอันนี้ก็เป็นเรื่องของพวกมัน  แต่วันรุ่งขึ้นนี่ไม่มีใครมา เงียบกริบ  คนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็งงๆกันไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้วสินะ  ก็รวมความว่าผีป่า สัตว์ป่า หรือสัมภเวสีพวกนี้นี่เราควรใช้ความเมตตาให้มาก  โอกาสที่จะเปลี่ยนภพภูมินี่น่าหนักใจ กว่ามันจะได้เป็นมนุษย์หนักพอตัว กว่าจะเข้าวัดทำบุญก็อีกแสนนาน  ต่างกับเราผู้เข้าถึงไตรสรณคม เมื่อเราเข้าถึงแล้วทำตนให้เป็นผู้มีสติครองตนให้สมกับการเกิดเป็นมนุษย์  บุญใครอยากได้ต้องทำเองทำแทนกันไม่ได้  แต่โมทนาได้  น้อมจิตร่วมยินดีกับบุญที่ผู้อื่นทำอานิสงก็เหมือนเราทำเองนะ  ตั้งใจเริ่มต้นใหม่ได้ทุกวันครับ  ชีวิตเราเกิดมาไม่มีใครดีร้อยเปอร์เซนต์  หรือเลวร้อยเปอร์เซนต์  มองดูตัวเองว่าเรายังเลวเรื่องไหนก็แก้ไขเสียทีละเล็กละน้อยค่อยๆทำไป  ผมนี่ก็ยังเลวอยู่มากแต่ก็ค่อยๆแก้ไขให้เลวน้อยลง  ยกตัวอย่างได้หลายๆคนที่เข้ามาฝึกมโนมยิทธิ  หลายคนเลวน้อยลงไปมาก  ผมมองได้จากคนที่ผมฝึกมโนมยิทธิให้  นี่ล่าสุดหลังจากไม่ได้สอนใครมานานกว่า10เดือนจนมาสอนพ่อโต้ง พ่อของข้าวหอม หุ้นส่วนน้องชายผม  ไว้จะมาเล่าในโอกาสต่อไป  วันนี้ก็ขอจบเรื่องเล่าไว้แต่เพียงเท่านี้…สวัสดี

Top