เรื่องเล่าของครู

by admin admin ไม่มีความเห็น

ตอนที่ 44

มโนมยิทธิเต็มกำลังของผม

สวัสดีพี่น้องชาวอโยธยาศรีรามเทพนครทุกท่าน  วันนี้วันดี 9/12/2555 เออนะมันต้องวันดีค่อยมาเล่า  ความจริงขี้เกียจเสียมากกว่า  เรื่องเล่ามันมีมากแต่เล่าไปก็เท่านั้น  นานๆเล่าทีก็ดีเหมือนกัน  มาเข้าเรื่องก็เลย  เมื่อวันที่ 8ธันวาคม เป็นอีกครั้งที่ผมไปฝึกมโนมยิทธิ  จริงๆมันแปลกว่ามั้ยเพราะปกติสอนชาวบ้านแต่วันนี้มาฝึกเอง  ที่มาฝึกก็เพราะผมเคยมาฝึกเมื่อปลายปี53 แต่ตอนนั้นไม่ได้เรื่องได้ราว  มีแต่เสียงคนแหกปากร้องโหยหวน  จบกัน  มันก็ไม่ได้ละซิ  

ส่วนปีที่แล้วน้ำท่วมผมเลยไม่ได้มา  กาลนี้ผมไปล่วงหน้าหนึ่งวัน ไปปรับตัวปรับใจ  ฟังพ่อเทศน์ตลอดทั้งคืน  จับลม ไอ้ลมนี่จะจับคงไม่ได้เดี๋ยวคนไม่รู้จะงง  จับลมก็หมายถึงจับลมหายใจ  ว่าเวลานี้หายใจเข้าหรือหายใจออก  รวมความว่าคืนวันก่อนฝึกนอนซะเกือบตีหนึ่ง  ตื่นมา 7โมง ก็เปิดเสียงพ่อต่อ  หลายท่านคงอยากรู้ว่าผมฟังเรื่องไหน  ผมฟังการฝึกมโนมยิทธิเต็มกำลัง  ฟังซ้ำไปซ้ำมา  จับใจความสำคัญแล้วจำ

เช้านี้ผมมากราบหลวงพ่อที่วิหาร  กราบพระทำสังฆทาน  วันนี้ผมตั้งใจจะไปนั่งหน้าๆเพราะคราวก่อนนั้งด้านหลังรู้สึกไกลพระ  น่ะว่าไปนั่น เออมันจะนั่งหน้านั่งหลังความจริงหาสำคัญไม่  แต่ผมมันประเภทชอบข้างหน้า  เลยล่อเสียหน้าสุด  ระหว่ารอเวลาด้วยความที่คราวก่อนนั้นผมฝึกไม่ได้เพราะเสียงกรีดร้องของชาวบ้าน   คราวนี้ผมจึงเอาหูฟังยัดใส่หูเปิดเสียงพ่อไปด้วย  มองดูไปรอบๆ  เห็นเค้าว่าที่นี่เทวดาแยะ  แหมจริงๆนะเยอะแยะ  เต็มศาลา    ระหว่างรอหลวงพี่อาจิน ท่านก็อธิบายความไปเรื่อยไอ้ผมก็ฟังพ่อด้วยฟังหลวงพี่ด้วย  นะมันเอาจริงเห็มมั้ย  

พอได้เวลาหลวงพี่นัน ท่านก็จุดธูปเทียนบูชาพระ ตามด้วยชุมนุมเทวดา  ต่อด้วยสมาทานศีล และสมาทานพระกรรมฐาน  จากนั้นก็เปิดเสียงหลวงพ่ออธิบายความการฝึกมโนมยิทธิแบบเต็มกำลัง  แหมเป็นเทปม้วนเดียวกับที่ผมฟังอยู่ก่อนหน้านี้  ผมเลยปิดของผม  แล้วตั้งใจฟังเสียงท่านทางลำโพงวัด  ฟังไปจำไปตั้งใจสุดๆ  แต่ก็คิดเหมือนกันว่าอีกชั่วโมงข้างหน้าก็จะรู้แล้วว่าเราฝึกได้หรือไม่ได้  ผมว่าคนจัญไรประเภทผมนี่คงมีแต่ผมคนเดียว  ระหว่างฟังพ่อเทศน์ก็ฟุ้งซ่านคิดเรื่อยเปื่อยไป ถ้าหากอยู่ๆผมลุกขึ้นยืนแล้วตะโกนโหวกเหวก  ทำเป็นตีอกชกลมนี่จะมีใครลากผมออกไปมั้ย  เออกรรมจริงๆคิดได้

จากนั้นก็เริ่มนำแผ่นชื่อพระพุทธเจ้า5พระองค์มาปิดหน้าแล้วเริ่มภาวนาก็ว่าไปครับ นะมะพะทะ  ภาวนาไปก็จับภาพพระไป ได้ซักพักเดียวก็เริ่มมีเสียงกรีดร้องโวยวายแหกปากดังหลายจุด  เวลานี้จิตผมยังสบายมีแว็ปไปฟังเสียงบ้างกลับมาภาวนาบ้าง  ผ่านไปราว10 นาที  ก็ได้กลิ่นธูปหอม  กลิ่นธูปนี้เกิดจากครูฝึกท่านเดินถือไปรอบๆพร้อมไฟฉาย  ผมได้กลิ่มรอบแรกก็เออ  หอมดี  แล้วภาวนาต่อจากนั้นนึกถึงคำพ่อที่ว่าคนที่ได้แล้วไม่ต้องรอแสง  ให้จับพระรูปพระโฉมพระพุทธเจ้าให้แจ่มใส  ผมก็จัดไปจนองค์ท่านใสเป็นประกายพฤกระยิบระยับสวยงาม  ไม่กี่อึดใจกลิ่นธูปแตะจมูกอีกรอบครับคราวนี้ตัวผมสั่นแสงมาผมก็พุ่งไปตามแสง  แหมอีคราวนี้ไปได้ซะทีรอมานานและ  กายในผมไปโผล่ที่ลานหน้าพระจุฬามณี  มีพระสงฆ์ยืนอยู่เบื้องหน้าครับ  ผมก้มลงกราบแล้วมองท่าน  ผมเห็นท่านแล้วปีติมากมายครับ  กราบท่านมองท่านแล้วท่านถามผมว่าจะไปไหนดีล่ะ  นั่นสิไปไหนดีก็บอกท่านครับว่าไปในพระจุฬามณีก่อน  ท่านเดินนำผมเข้าไปครับเข้ามาข้างในผมก็กราบพระกราบพระเขี้ยวแก้วและมวยผม  และกราบเหล่าท่านทั้งหลายที่อยู่ในพระจุฬามณี ได้ยินเสียงคนคุยกันว่าเอกะมาๆ  ไอ้เราก็คิดว่าเออรู้จักกันด้วยรึ  แต่ไม่เห็นมีใครเข้ามาหา   มันไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับว่าชัดจริงๆผมว่าชัดเจนมากภาพสว่างโพลงเห็นไกลขึ้น  จากนั้นผมไปที่แท่นบัณฑุกัมพล  พบท่านปู่ท่านย่า  พอเจอท่านปู่เท่านั้นแหละร้องไห้จะเป็นจะตาย  ปกติไม่เป็น  มองหน้าท่านกอดขาท่านแน่นจากนั้นก็หันไปกราบท่านย่า  มองหน้าท่านแล้วโวยวาย  นั่นผมเอาเข้าแล้ว  ไอ้กายในผมมันบ่นกับท่านย่าว่าท่านย่าไม่รักผมๆ  แหมนะท่าจะเพี้ยนไอ้นี่  ท่านย่ามองตาผมแล้วโอบเข้ากอดพร้อมบอกว่ารักซิลูกทำไมจะไม่รัก  เวลานี้กายในผมกอดเอวท่านย่าแน่นท่านลูบหัวผมก็พูดซ้ำคำเดิมครับแหมร้องไห้เป็นเด็กเลย  มันแปลกจริงๆครับปกติไม่ร้องไห้แต่คราวนี้ร้องไห้เมื่อพบท่านปู่ท่านย่า   ภาพที่เห็นนี่ชัดเจนแจ่มใสมาก  เห็นแม้กระทั่งเทวดาเดินไปเดินมาบริเวณรอบๆ  กราบท่านปู่ท่านย่าเสร็จผมก็เชิญท่านผู้มีพระคุณมาแล้วกราบท่าน  ช่วงเวลานี้จิตมันสุขมันปีติจริงๆ

กราบทุกท่านเรียบร้อยผมก็ทูลขอพระจะขึ้นไปกราบสมเด็จองค์ปัจจุบัน  ท่านยิ้มน้อยๆแล้วก็มาโผล่ที่หน้าวิมานพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน  ผมยังอยู่ในท่านั่งคุกเข่าพนมมือ พระท่านยืนข้างๆ  มองเห็นรั้วหน้าวิมานเป็นแก้วใสสูงประมาณเอวได้วิมานพระท่านใหญ่โตสวยงามมาก  ผมลูกขึ้นแล้วเดินตามพระไปข้างใน  เห็นพระองค์ทรงประทับนั่งอยู่วันนี้คนมาหาท่านเยอะผมคลานเข้าไปกราบท่านเห็นท่านสนทนากันอยู่เจอพระอานนท์ พระโมกคลา ท่านนั่งอยู่ผมก็เข้าไปกราบท่านพระพุทธเจ้าท่านมองผมแล้วแย้มพระโอษฐ์ถามผมว่าจะรีบไปไหน  แหนะผมยังไม่ทันกราบลาเลยท่านรู้ว่าผมจะรีบไป  ความจริงก็จะรีบไปนั่นแหละเพราะคนเยอะแล้วเกรงๆ  พอท่านท่านก็เลยต้องอยุดนั่งอยู่ก่อนฟังท่านพูด  ซักพักผมก็กราบลาท่านบอกท่านว่าจะไปกราบท่านพ่อซักหน่อย  ท่านพยักหน้ารับผมก็ไปโผล่ที่หน้าวิมานท่านพ่อ  เจอท่านพ่อก็โผลงก้มกราบท่าน ท่านจับไหล่ผมให้ลุกขึ้นยืนแล้วกอดผม  ท่านบอกเดี๋ยวนี้มาไม่นานแป๊บๆจะไปยังไม่ทันได้คุย มันเป็นยังไงฮึ  นั่นเอาแล้วโดนเข้าแล้วหันมาทางขวาเจอท่านแม่  ท่านมาทั้งสามเลยกราบเรียบ คุยกับท่านพักนึงก็ขอไปวิมานตัวเอง  ผมมาโผล่หน้าวิมานก็เดินข้ามสระน้ำเหลือบไปมองริมสระด้านซ้ายเห็นเจดีย์ใหญ่อยู่สามหลังยอดสูงสวยงามมาก  ผมเข้ามานั่งข้างในพระท่านมาด้วยท่านนั่งทางขวามือท่านมีแทนของท่านแต่พระที่มาไม่ใช่พระรูปเดิมพระรูปนี้ท่านเป็นพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน  ท่านมาสอนหลายเรื่อง แต่เรื่องที่ท่านสอนแล้วทำทันทีคือเรื่องแผ่เมตตา  ผมถามท่านว่าเวลานี้มีญาติพี่น้องผมอยู่ในนรกมีมั้ยท่านบอกอันนี้ต้องไปถามท่านพยายมราช  ท่านตรัสจบก็มาโผล่ที่สำนักท่านพยายมราช   แหมปกติท่านลุงไม่ใส่ชฏาวันนี้ท่านล่อเสียเต็มยศ  สวยงามหนุ่มหล่อเชียว  ยังไม่ทันถามท่านลุงท่านก็ตอบว่าญาติเธอน่ะมีในนรกแต่เธอช่วยอะไรพวกเขาไม่ได้จนกว่าจะถึงวาระที่หมดโทษ  ผมเลยถามท่านว่าถ้าอย่างนั้นผมฝากบุญไว้ให้โมทนาได้มั้ย ท่านพยักหน้ารับ  ผมหันไปมองพระท่านก็แย้มพระโอษฐ์ ก็เลยจัดไป  ผมอาราธนาบารมีพระ และบุญกุศลที่ผมได้บำเพ็ญมาแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและผลบุญที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต จงมารวมกัน เมื่อใดที่ญาตพี่น้องของผมถึงวาระขอให้ท่านพยายมราชจงแจ้งให้เขาโมทนาบุญนี้ด้วยเทอญ เวลานั้นมีแสงสีขาวนวลมารวมกันเป็นก้อนมากมายสีสันสวยงามมาก  ผมฝากท่านลุงไว้จากนั้นก็มาโผล่ที่วิมานพระท่านตรัสถามผมว่าเธอเคยเห็นเขตของพระนิพพานหรือยัง  ผมตอบท่านว่าผมเคยเห็นแต่ไม่ชัดเจน  ท่านเลยพาชมครับ  เวลานั้นกายในลอยออกมานอกวิมานผมเห็นคนอื่นเดินไปเดินมาเต็มไปหมดแต่ละคนมีพระมาด้วย  คงจะเป็นคนที่มาฝึกด้วยกันวันนี้  

พอขึ้นมาสูงผมก็มองดูขอบเขตพระนิพพาน  แหมมองไม่สุดครับ พระท่านว่าที่นี่ไม่มีที่สิ้นสุด สวยงามระยิบระยับครับเพชรแพรวพราวสว่างทั่วบริเวณจริงๆจากนั้นก็กลับลงมา  ด้วยความที่ผมอยากรู้ว่าปู่ทวดกับปู่ผมเวลานี้อยู่ที่ไหนก็เลยขออนุญาติพระเชิญท่านมา  ปู่ทวดมาก่อนท่านบอกว่าท่านอยู่ดุสิต  จากนั้นปู่ผมตามมา  ท่านบอกท่านอยู่จาตุ แหมทั้งสองท่านมาก็คลานมากราบพระเสียสวยงามเลย  ผมนี่นั่งยิ้มนี่ทั้งคู่เป็นมุสลิมนะเนี้ย จากนั้นก็ยายกับตาผม  ยายท่านอยู่พรหม เครื่องแต่งกายสวยมาก ส่วนตาท่านอยู่จาตุ ก็พูคุยกันอยู่พักนึง นึกขึ้นได้ว่ามีเพื่อนอีกองค์ท่านชื่อท่านจันทรเทวา  แหมนึกปุ๊บมาเลยท่านสว่างมายกายสวยผ่องมากไอ้ผมก็เตรียมก้มลงกราบ  เจอท่านทักเข้าให้ว่า เอปกติท่านไม่เคยกราบผมนะ นั่นไงเอาแล้ว แหมก็ไอ้เวลาปกติมันไม่ได้เห็นชัดขนาดนี้ ทักซะแบบนี้ไม่กราบก็ได้ท่านก็ยิ้มใหญ่

ผมมองท่านด้วยความรู้สึกที่คุ้นเคย ท่านดูเมตตามาก ผมก็นึกขึ้นได้ว่ทเคยขอให้ท่านช่วยเรื่องนึงแต่ไม่สำเร็จ ก็ถามท่านว่านี่่ท่านวันก่อนผมขอให้ท่านช่วยเรื่องนั้นทำไมท่านช่วยไม่ได้  แหมเล่มถามต่อหน้าพระกันเลยเชียว ท่านว่าคุณสิ่งที่คุณขอนั้นมันเต็มไปด้วยกิเลส  ผมจึงไม่ให้แต่ถ้าคุณขอด้วยใจอันปราศจากความอยากและมีความจำเป็นผมก็จะช่วย นั่นดูเทวดาตอบนี่ผมแทบแทรกพื้นพระนิพพานหนี  ท่านก็ยังมองผมด้วยความเมตตา แหมเจอเทวดาสอนก็น้อมรับครับ จากนั้นผมก็กราบพระแล้วกลับลงมา แต่อีตอนลงมานี่ลืมตาเร็วไปหน่อยยังลงมาไม่หมดเลยทำให้เวียนหัวเบลอๆนิดหน่อย. วันนี้เจอชาว9ทัพมากันมากมายรวมทั้งช้างเผือกก็ยินดีกับทุกคนด้วยที่มาทำความดีกันบางคนไปได้บางคนไปไม่ได้  วันนี้หลังจากไปได้ผมก็ยิ้มปีติสบายใจมาไม่เสียเที่ยวครับ.  

สำหรับวันที่ 2นั้น วันนี้ความวิตกกังวลหายไปผมวางอารมณ์ใจสบายๆคิดว่าวันนี้ไปได้ก็ดีไม่ได้ก็ไม่เป็นไร  แค่เมื่อวานก็คุ้มแล้ววันนี้เลยมีความรู้สึกไม่ตั้งใจเท่าไหร่  พอได้เวลาผมก็นั่งภาวนาเหมือนวันแรกครับแต่ที่ต่างคืออารมณ์ที่ปราศจากพรหมวิหาร4 ที่ว่าปราศจากนี่มันบังเอิญว่าอีคนที่แหกปากร้องโวยวายดันอยู่ด้านหลังใกล้ผม  แหมพ่อเจ้าประคุณเล่นแหกปากตะโกนร้องเสียงดังจนผมรำคาญ. ใจคิดเดี๋ยวกูลุกไปเตะแม่งซักป๊าบสองป๊าบเอาให้มันเงียบ

ซักพักเสียงอีสาวไหนอีกกรีดร้องดังลั่นศาลามันน่าเตะให้หลับเสียจริง. นั่นเห็นมั้ยจิตมันห่างพรหมวิหารไปมาก. ซักพักก็ตัดสินใจว่าเอาวะไหนๆมานั่งแล้วได้ไม่ได้ชั่งมัน.  เวลานี้ก็จับภาพพระเต็มอัตราจนใสเป็นประกายแพรวพราว. มาและกลิ่นธูป. พอกลิ่นธูปแตะจมูกจิตมันถูกดึงขึ้นไปทันทีครับ.  วันนี้ไม่ชัดเหมือนเมื่อวานคงเป็นเพราะอยากไปทำให้เสียงเงียบมั้ง. ขึ้นมาก็ไปกราบทุกท่านแต่ละที่. จากนั้นก็ไปนั่งที่พระนิพพานคุยกับพระ.วันนี้ไม่อยากไปไหนก็เลยดูว่าสัตว์เลี้ยงแต่ละตัวตายแล้วไปไหน. เชิญพ่อที่เป็นพรหมมาพบคุยกับท่านพักนึง. ไปกราบท่านสหัมบดีพรหม. วันนี้หลักก็คุยกับพระ. มีความรู้สึกว่าวันนี้นี่ความแจ่มใสสู้เมื่อวานไม่ได้เลย.  แต่ช่างมันครับผมว่าผมพอใจกับสิ่งที่ได้แล้วเวลานี้อยากเหาะได้หายตัวได้คงดีไม่น้อยจริงมั้ย. ไปทำงานก็นะหายตัวไปเออคงทำได้ซักวันไม่รู้เมื่อไหร่ 

สำหรับท่านที่ฝึกใหม่ก็อย่าไปท้อถอยครับพยายามต่อไปเพราะอะไรก็เพราะมันไม่ใช่ของง่ายแล้วก็ไม่ยาก. ผมทำได้ท่านก็ทำได้ไม่ยากครับ. หลายคนเล่าให้ผมฟังว่าทำไมไปไม่ได้แบบเต็มกำลัง. อย่าลืมนะเต็มกำลังนี่ไปด้วยกำลังของฌาน4 การที่ผมจับภาพพระใสเป็นประกายพฤกนั่นแหละกำลังของฌาน4ในอาโลกสิณ. ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านมุ่งมั่นต่อไปเอาวิชาพระพุทธเจ้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด. ออมีเรื่องอยากบอกอีกนิดอันนี้อยากบอกไปอย่างงั้นแหละไม่ได้อวดหรือโชว์. คือผมไม่ดื่มเหล้ามาจะครบ2ปีแล้วครับ55555555.   วันนี้ก็ขอจบเรื่องเล่าไว้แต่เพียงเท่านี้สุดท้ายนี้ขออ้างคุณพระรัตนตรัยและเหล่าเทวดาพรหม จงอวยชัยให้พรแด่ท่านผู้อ่านให้พบความทุกข์น้อยลงเจริญด้วยอริยทรัพย์. เงินทองไหลมาเทมา เจริญในหน้าที่การงาน สุขภาพแข็งแรง มีความสุขกายสุขใจตลอดปีใหม่นี้ด้วยเทอญ…สวัสดีปีใหม่ครับ

by admin admin ไม่มีความเห็น

ตอน 43

สวัสดีครับ…เชื่อว่าหลายๆท่านลาพุทธภูมิกันแล้วคงจะเบื่อๆเซ็งๆชีวิตกันไม่มากก็น้อย

เป็นเรื่องปกติครับอาการเบื่อๆโลกเนี้ย. ผมนี่เบื่อๆๆๆๆอยากตายยังไงไม่รู้มีความรู้สึกว่าชีวิตจากนี้ไปจะมีเพียงพวกท่านทั้งหลาย บริวารทั้งหมดทั้งสิ้น. ผมรอพวกท่านอยู่ ไม่อยากทำธุรกิจทุกวันนี้แทบไม่ไปทำงานให้เลขาทำแทนทุกอย่าง ยกเว้นเซนต์เอกสารสำคัญ มันเบื่อครับผมว่าลูกน้องมันก็คงเบื่อผมเช่นกัน

เดือนนึงเจอหน้า2วัน ที่เหลือโทรคุย ยังมีภารกิจอีกหลายอย่างในการสร้างเพื่อพระพุทธศาสนา เพื่อพ่อ มีความรู้สึกว่าจากนี้สืบไปเมื่อหน้า. ผมจะมีเพียงพวกท่าน เหลือเพียงพวกท่านหนึ่งใน37สายของหลวงพ่อ

วันนี้ขอกระตุ้นต่อมพวกท่านอีกสักรอบ รีบมาก่อนผมเบื่อจนไม่อยากเจอหน้ามนุษย์ 

พวกเจ้าทุกตัวคนอย่าช้าที. ทั้งหลายทั้งหมดทั้งสิ้นในชมพูทวีป หากชาตินี้เกิดเป็นมนุษย์ มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน บริบูรณ์ไปด้วยบารมีที่พึงมีสะสม. ไม่นิยมเกิดมาขี้เหม็นอีก. หากพวกเจ้าได้อ่านบทความแห่งเรา. หากพวกเจ้าได้รับการชักชวน. หากพวกเจ้าเห็นหน้าเราแล้วคุ้นเคยคล้ายรู้จักกันมาแสนนาน. เรา บุตรท่านสัพพเกษี. ขอประกาศให้พวกเจ้าทุกตัวคนที่เป็นบริวารแห่งท่านพ่อ. บริวารแห่งพระศรีอริยเมตไตร. บริวารแห่งเอกะเทวราชกุมาร หากพวกเจ้าได้รับรู้คำประกาศแห่งเราแล้วไซร์. ขอให้พวกเจ้าอดรนทนมิได้. ไม่ว่าพวกเจ้าจะอยู่แห่งใดบนโลก. ขอให้พวกเจ้าดิ้นรนมาพบเรา. ไม่ว่าด้วยทางใด เราจักคอยเจ้าทั้งหมดทั้งสิ้น. พวกเจ้าทุกตัวคนอย่าช้าที มีเวลาไม่มากแล้ว. ชาตินี้จะเป็นชาติสุดท้ายของพวกเรา. เราประสงค์ตามท่านสัพพเกษีเข้าเมืองแก้ว. เราท่านจักไม่กลับมาเกิดอีก. ให้พวกเจ้าเร่งตัดสินใจเพียงไม่ต้องการมาเกิดอีก. เราขอให้คำมั่นอีกครั้ง ว่าเราจะพาเจ้าเข้าสัมผัสกระแสะพระนิพพานด้วยข้า. ไม่ว่าพวกเจ้าอยู่ที่ใดหากเจ้าทั้งหลายเกี่ยวเนื่องกับเราจงไม่รีรอที่จะมาเจอเรา. ข้าพเจ้าขอเทวดา พรหมทั้งหมดทั้งสิ้น หากผู้ใดเกี่ยวเนื่องไม่ว่าด้วยท่านใด ขอเหล่าเทวดา พรหม ดลจิตดลใจให้มาอย่าช้าที…

9-03-2012, 04:51 P.222

น่าปลื้มใจครับไม่ว่าจะเป็นรุ่น4หรือ อโยธยาครั้งที่หนึ่ง มีหลายท่านมาเพื่อกาลนี้โดยเฉพาะขอบคุณในความตั้งใจ ความดีของท่านมีอยู่มาก. หลายประเทศครับ หลายคนถามมามากทำไมต้องเรียก9ทัพ. ทำไมต้องเรียกอโยธยา อโยธยานี่คิดว่่าจากนี้ไปจะจัดปีละ1ครั้ง ส่วน9ทัพเดิมทีตั้งใจไว้9รุ่นแล้วเปลี่ยนชื่อ แหมท่านมาบอกเอาชื่อนี้ดีแล้วก็ตามนั้น

ผมปรารถนาให้ท่านที่มาได้หลายอย่างกลับไปไม่ใช่มาเพื่อลองมาดูว่าเค้าทำอะไรกันผมมั่นใจครับว่่าท่านจะได้กลับไปไม่มากก็น้อย. อีกอย่างที่อยากบอก ผมยังเลวอยู่มาก ไม่ใช่ผู้ปราศจากกิเลส ไม่ใช่ผู้วิเศษ การสอนในแบบของผมต่างจากชาวบ้าน. มันเป็นจริตของผมเองหลายท่านที่ยังไม่เคยมาก็ไตร่ตรองก่อน ผมหามีความสำรวมไม่.บ้าๆบอๆ มาแล้วท่านอาจงงๆ และหนีกลับเหมือนรุ่น3 ที่ขาดการอ่านเรื่องราวความเป็นมาของผม เข้าใจว่าไม่ตรงจริต ถูกชักชวนมา พวกอยากสงบ นั่งเพื่อสงบ อย่ามาเพราะท่านจะไม่สงบ. มันมีแต่สนุก เพลิดเพลิน. แต่ได้สัมผัสของจริงที่เรียกว่าพระนิพพาน. พวกที่มาก็มาแล้วมาอีก พวกนี้มีความเกี่ยวพัน ทุกท่านที่มามีความเกี่ยวเนื่องด้วยทั้งสิ้น. ท่านทั้งหลายคือผู้ทรงความดี. มีนิพพานเป็นเป้าหมาย บารมีท่านพอสมควรแก่นิพพาน. ท่านพ่อไม่ทิ้งพวกท่าน ท่านพ่อให้คำมั่นไว้ท่านทำให้เห็นในทุกรุ่นที่มา. หากจิตท่านทรงศีลบริสุทธิ อารมณ์ใจเป็นทิพย์ ท่านจะทราบว่่าพ่ออยู่กับเราตลอดเวลา. ผมทำเท่าที่ทำได้ ทำเพื่อพ่อ. ผมยอมทุกอย่าง. ขอเพียงท่านตัดสินใจให้เด็ดขาด. หลายคนยังสงสัยครับว่ามาฝึกแล้วเข้าพระนิพพานได้เลยรึ. ผมกล้ายืนยันตามท่านพ่อว่าจะเป็นตามนั้น ผมก็อยากบอกท่านนะครับว่า พ่อเราไม่ธรรมดาท่านรักลูกท่านหลานท่าน ท่านฝากเทวดา พรหม ไว้ให้จดจำลูกหล่นท่านไว้ จิตสุดท้ายก่อนท่านตาย เวลานั้นท่านลืมผมไปนานแล้ว เทวดาพรหมทั้งหลายจะมาหาท่าน มาบอกท่านให้นึกถึงอารมณ์พระนิพพานที่ท่านเคยสัมผัสได้ ให้ท่านนึกถึงอารมณ์พระนิพพาน. ท่านเห็นมั้ยพ่อไม่ทิ้งเรา. พ่อเหนื่อยแต่พ่อก็ทำ พ่อตามแต่พ่อก็ล่อเสียหนัก พ่อเมตตาแต่พ่อก็ดุบ้าง แต่สิ่งที่พ่อไม่เคยเปลี่ยนคือ พ่อรักพวกเรา พ่อรักเราครับ พ่อไม่ทิ้งเรา หลายครั้งผมเสียน้ำตาเพราะท่าน ท่านมามองลูกท่าน ยืนยิ้ม ผมเห็นแค่นี้ก็น้ำตาร่วง. หลายครั้งผมมองหาท่านเวลาที่ผมจะดึงจิตพวกท่านที่มาฝึก ท่านจะอยู่ข้างๆตลอด. บอกผมว่าคนนี้ต้องทำยังไง คนนั้นเป็นยังไง หลายครั้งเห็นท่านกอดลูกท่านผมนี่แทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่. ดีใจปลื้มใจไปด้วย. คำว่ารักยังน้อยไปสำหรับพ่อ แต่พ่อครับไม่มีคำไหนอีกแล้วที่จะดีและมีค่าไปกว่านี้อีก ขอให้พวกท่านตั้งใจรักษาความดีตรงนี้ไว้

อโยธยาครั้งที่1นี้จะเข็มข้น. และสนุก คล้ายงานรวมญาติ คนที่มาในอโยธยาจะเป็นผู้เกี่ยวเนื่องในยุคนั้น. เรามาเพื่อตามพ่อกลับบ้าน เรามาเพื่อเรียนรู้ทางกลับบ้าน. ผมและท่านจะไม่กลับมาเกิดอีก. จงตัดสินใจไว้แบบนี้นะ. เราจะไม่กลับมาเกิดอีก. ร่างกายไม่ใช่ของเรา อีกอย่างนะพวกพม่ารามัญทั้งหลายที่มาเกิดในแผ่นดินสยามประเทศในชาติปัจจุบัน ชาตินี้เราได้ชื่อว่าเป็นคนไทย. ผมอโหสิกรรมให้ทั้งหมดทั้งสิ้น ชาตินี้ไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกอีกแล้วหากท่านเคารพพระพุทธเจ้าและรักพ่อเยี่ยงผม ท่านมาได้ครับ ผมไม่ติดใจแค้นเคืองเรื่องเก่าแต่หนหลัง เราจะตามท่านพ่อกลับบ้านกันครับ

แล้วพบกันครับในศึกอโยธยาศรีรามเทพนคร

by admin admin ไม่มีความเห็น

ตอน 42

สวัสดีทุกท่าน…วันนี้ยังอยู่นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่

หลังจากไปทัวร์ทำบุญจนคอหนัก ไปมาเกือบหมดสารพัดที่ทั้งที่คนทั่วไปรู้จักและที่คนทั่วไปไม่รู้จักแหมคุ้มจริงๆ เมื่อวันจันทร์ก็ไปเชียงรายอีกรอบครับคราวนี้ไป3วันวันแรกก็ไปนอนที่เชียงแสนครับก่อนไปก็แวะทานข้าวริมน้ำเออแปลกแม่น้ำที่นี่ไหลจากล่างขึ้นบนแต่เท่าที่เคยได้ยินมาก็ทราบว่าเป็นเพราะการสาบานร่วมกันของ3กษัตริย์ ก็แปลกดีครับกินไปกินมามีเทวดามายืนข้างๆ แหมบารมีท่านสูงเอาเรื่องขนหัวผมลุกชัน ผมก็ถามน้องๆที่มาด้วยว่าเห็นไรมั้ย

การที่น้องๆพวกนี้ติดตามผมไปแต่ละที่นี่เป็นการดีอย่างเพราะไปเที่ยวที่ไหนก็แล้วแต่ก็ได้ฝึกดูนู้นนี่ไปด้วย เที่ยวไปดูด้วยญาน8ไปสนุกแหละครับเพลิดเพลินมาก มาเข้าเรื่องต่อ ก็ถามครับว่าใครเห็นอะไรบ้าง ทุกคนสัมผัสได้หมดมีอยู่คนนึงเห็นครับผมก็ถามต่อว่าเห็นอะไรยังไงน้องเค้าบอกว่าเห็นผู้ชายแต่งกายคล้ายกษัตริย์โบราณมายืนมองผมนั่นเอาเข้าแล้ว ใช้ได้จริงๆครับเด็กพวกนี้ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆฝึกบ่อยๆมันก็จะคล่อง ที่ว่าคล่องนี่ไม่ต้องตั้งท่าอะไรมากมายกำหมดปุ๊บเห็นภาพปั๊บ ตอบทันที เออ อันนี้ไม่ใช่แค่ทิพจักขุญานนะ เจโตปริยญานก็เริ่มใช้ได้ แหมไม่เสียแรงครับสอนแล้วจำแล้วฝึก ใช้ได้คล่อง น่าปลื้มใจจำไว้นะครับ ญาณเนี้ยต้องฝึกฝนใช้บ่อยๆจะได้คล่องและแม่นยำ เหมือนการหัดขับรถนั่นแหละ เพิ่งขับเป็นแต่เลิกขับมันจะขับเก่งได้ยังไง มันต้องขับบ่อยๆเอาให้คล่องตัวอย่างขับต่างจังหวัดได้ดีพอมากรุงเทพขับไม่เป็นซะงั้น มีแล้วต้องใช้ให้เป็นครับ จะได้ไม่ต้องไปถามใคร และก็ไม่ต้องเป็นขี้ข้าใคร แล้วก็การเข้าพระโสดาบัน สำคัญนะหากเข้าพระโสดาบันได้แล้วนี่ บาปต่างๆ อกุศลกรรมต่างที่เคยทำไว้ไม่มีผลกับเราผมมั่นใจครับ เด็กๆพวกนี้จะทำกันได้ไม่เสียชื่อลูกหลานท่านพ่อ นั่นนอกเรื่องซะอีกแล้ว ไม่ดีๆชมมากเดี๋ยวเหลิง พอกะผมแหมครูบาอาจารย์ชมนี่แหมเคลิ้มติดชมน่ะ เออนะหรือบ้ายอ แหมยังติดบ้ายออยู่น่ะเห็นมั้ย ใครชมไม่ได้อารมณ์ใจฟูพองโต แต่ข้อดีก็มีนะเพราะทำให้มีกำลังใจมากขึ้นส่งผลให้ผมพัฒนามากขึ้น เอ้ามันวกนอกเรื่องอีกและเดี๋ยวนี้ชักยังไง

มาต่อนะ ผมเห็นชายร่างใหญ่แต่งกายคล้ายกษัตริย์โบราณ ผิวคล้ำหน่อย มายืนมองผมครับ เวลานี้อย่าว่าแต่ขนแขนเลยครับขนหัวขนขอลุกตั้งชัน ผมก็ยังไม่สนใจท่านซัดแค็ปหมูน้ำพริกอ่องต่อ ท่านยิ้มครับผมก็ล่อยท่านยิ้มไปเรื่อย ที่ปล่อยท่านไว้อย่างนั้นคือหิวน่ะครับขอท่านกินก่อนค่อยว่ากัน กินไปได้ซักพัก ผมก็กำหนดอาทิสมานกายออกมากราบท่าน ตกใจล่ะครับผมตกใจกายในตัวเอง ปกติแต่งกายคล้ายเทวดา คราวนี้กายในผมออกมาดันแต่กายคล้ายท่านมีที่ครอบผมบนหัวแต่งกายชุดสีดำผมก็ก้มกราบท่านครับ ด้วยไอ้เรานี่ก็เกรงอุปาทานครับ ผมกลัวจริงๆอุปาทานเนี้ย เพราะมันผิดวิสัยเทวดาครับผมว่าปกติท่านไม่ลงมาหาใครนะ เหมือนเหตุการณ์ตอนผมไปสงขลาน่ะ ท่านจตุคามรามเทพนั่นน่ะ แต่อีคราวนี้ดีหน่อยมีพยานมาด้วยช่วยกันดู ผมหันไปบอกให้น้องๆดูว่าเห็นอะไร ทดสอบกันไปในตัวเลยครับ น้องเค้าบอกว่าเห็นผมแต่งกายเหมือนท่านเลยยืนอยู่หน้าท่าน เอ้าเข้านั่นทีนี้แหละทุกคนขนหัวตั้งกันเป็นแถวเพราะเห็นเหมือนกันหมด น้องคนนึงถามผมครับว่าท่านเป็นใครใช่พ่อขุนเม็งรายหรือเปล่า ผมก็กำลังจะหันไปถามท่าน ท่านบอกครับว่าท่านชื่องำเมือง ผมทวนคำท่านอีกครั้งเพราะได้ยินไม่ถนัด หงำเมือง ท่านพูดใหม่ครับทีนี้พูดเต็มๆว่า งำเมือง เอองงและผมไม่รู้จักมาก่อนว่าท่านคือใคร เลยถามพ่อพลขับ เจ้าพลขับนี่ชื่อเจ้าอุย ไอ้เจ้านี่บอกอ๋อ พญางำเมืองที่เป็น3กษัตริย์ร่วมสาบานไง ผมเลยอ๋อๆ แล้วกินต่อ แหมมาตอนหลังนี้ชักคิดและเรานี่ท่าจะบ้าท่านจะมาทำไม ไอ้เจ้าน้องๆที่มาก็อยากจะรู้ผมก็ไม่อยากจะรู้แต่ทนรบเร้าไม่ไหว อีกอย่างเกรงอุปาทานผมเลยกดโทรศัพท์เช็คกันซะหน่อย แหมอาจารย์แม่ท่านหัวเราะชอบใจใหญ่ ผมยังไม่ทันถามท่านแซวไปเที่ยวนานเลยนะ น่านรู้อีก ผมบอกมาเชียงราย ท่านว่าไม่ต้องบอกแล้วขำต่อ เออเล่นกะแกสิน่ะ ผมนี่มุ่งมั่นจริงๆครับวันนึงจะขอได้ซักครึ่งนึงของท่าน แหมท่านรู้แหละครับว่าผมจะถามอะไร ผมถามว่าที่ผมเห็นเนี้ยอุปาทานหรือเปล่า ทีนี้แกขำใหญ่เลยเออผมละงงถามผมกลับอีกว่าเห็นท่านแม่มาหรือเปล่า อ้าวเอาเข้าแล้ว อีแบบนี้แสดงว่าเห็นซะจริงๆไม่อิงอุปาทานแล้ว ว่าแต่ผมไม่เห็นนะท่านแม่น่ะ อาจารย์ท่านว่าไม่กำหนดดูดีๆคงจริงแหละครับผมนี่มันระยำจริงๆ ท่านที่มานี่ไม่ใช่เล่นๆผมดันกินแบบไม่สนใจแหมมันน่าจริงๆ พอมารู้ว่าท่านเป็นเจ้าเมืองพะเยานี่ก็คิดครับแหมเรานี่ใช้ไม่ได้ ไม่หมอบกราบไม่สนใจท่านห่วงแต่กิน วันนั้นผมคุยกะอาจารย์แม่ราวชั่วโมงได้ เอาซะหน่อยนะโดนชมว่ากำลังสมาธิแบบนี้แหละดีลูก รักษาอารมณ์แบบนี้ไว้ แหมเคลิ้มครับ จริงๆอยากจะบอกครับว่าผมทรงอารมณ์ฌานต่อเนื่องมา3วันติด ที่ทรงมา3วันติดนี่มันมีเหตุครับ อดนอนติดเฟซบุคนอนน้อยกลัวง่วงเลยทรงอารมณ์ที่นี้มันก็อิ่มเอิบใจ ไม่ปวดท้องขี้ท้องฉี่ เข้าท่าดีครับทรงมาได้3วันเลยมรอารมณ์จิตที่ดีนี่แหละ คุยกับแกเสร็จไอ้ผมด้วยความที่มั่นใจขึ้นมาไม่อุปทานแน่และเลยถามท่านแหละครับว่าผมนี่เกี่ยวเนื่องอันใดกับท่านมาก่อนท่านถึงเมตตาลงมาเยื่ยมถึงที่แบบนี้ ท่านบอกเธอเป็นลูกเป็นหลานฉันมาหลายชาติ ในชาตินั้นเธอเป็นหลานฉันผมรุกต่อเลยครับผมถามท่านว่าผมชื่ออะไร เอาแล้วท่านเรียกผมว่าผาเมืองนั่นขนลุกแหละครับทีนี้แต่ผมงงๆครับท่านเห็นผมงงๆท่านบอกว่าพ่อเธอชาตินั้นกับท่านรู้จักกัน ผมเลยเรียกท่านว่าลุง เออซับซ้อนดี จากนั้นท่านก็บอกนู้นบอกนี่แล้วท่านก็ไป เล่นเอาผมนอนไม่หลับแหละครับคิดทั้งคืน ว่ามันจะเกี่ยวพันกันได้ยังไงก็งงๆต่อไป ที่นี้คืนแรกที่มาเนี้ยคณะเรานอนรีสอร์ทกัน กลางดึกครับแห่กันมามีคนแต่งกายคล้ายทหารโบราณถือดาบเดินมายืนหน้าประตู ไอ้ผมก็ยังไม่หลับแต่รู้และมีใครมาหา เลยถามน้องๆที่มาว่าเห็นอะไรมั้ย นั่นเห็นกันหมด ผมก็ถามแหละครับให้ถามชื่อพ่อทหารที่มา แหมน้องๆก็ไม่แน่ใจกันแหละครับ พ่อทหารนานนี้บอกว่าท่านชื่อ ท่านขุนศรีจัน. 

ขุนศรีจันนี่ท่านมีความเกี่ยวเนื่องกับผมมาก่อนเวลานี้ท่านเป็นเทวดาอยู่ที่ไหนไม่ทราบไม่ได้ถามท่าน. ก็ตามแบบฉบับผมนั่นแหละครับ. เล่นตัวหน่อย ชวนไปก็ไม่ไปผมไม่ไปกะท่านครับ แหมท่านตื้อเก่งครับต้องการพาผมไปไหนซักที่. สุดท้ายด้วยความที่ดื้อผมไม่ไปครับ. ท่านเล่นมายืนปลายเท้าสงสัยคงเมื่อยกลับไปตอนไหนไม่ทราบ. ตื่นเช้ามาก็ไม่เจอท่านแล้วครับ. จากนั้นผมก็ไปทำบุญตามเรื่องตามราว. ผมสงสัยครับเวลาไปทำบุญทำไมเทวดามารอรับมากันมาก. เวลานี้เข้าใจแล้วว่าเพราะอะไรครับ. ผมพยายามเล่าเรื่องนี้หลายครั้งเล่าจบก็อัพโหลด แหมเน็ตหลุดทุกครั้งที่อัพโหลด ก็พ่อท่านขุนนั่นแหละท่าทางแกจะเคืองเลยแกล้งให้พิมพ์เสียเยอะแล้วอัพโหลดไม่ได้. เวลานี้เคลียร์กันเรียบร้อยแล้วก็เลยมาพิมพ์ต่อ. แหมเดิมตั้งใจว่าจะไม่เล่าและเพราะขี้เกียจพิมพ์. วันนี้ว่างเป็นปกติเลยเอานิทานมาเล่าต่อ. อ่านเพื่อความเพลิดเพลินนะ.

วันนี้ผมมีความในใจอยากบอกทุกท่านที่มาร่วมออกศึกครับ. 

ปกติแล้วผมเป็นคนที่หลีกหนีความวุ่นวาย เลือกคบเพื่อน ไม่ชอบอยู่กับคนหมู่มาก. ไม่คิดว่าวันนี้ผมจะมาเป็นผู้นำพวกท่านเข้ามาฝึกมโนมยิทธิ. หลายต่อหลายครั้งผมเจอปัญหาจากการเข้ายุ่งกับกรรมของพวกท่าน. บางครั้งมันทำให้ผมเหนื่อยใจ. ท้อใจ. แต่เมื่อผมรู้สึกแบบนั้นทีไร. มองรูปพ่อ. จ้องมองพ่อ. พ่อคือทุกสิ่งของผม. สิ่งที่ผมทำได้ในวันนี้คือ การช่วยพ่อ บอกทางไปบ้าน. พาพวกท่านกลับบ้าน. 

เมื่อวันอาทิตย์ระหว่างที่ผมนั่งคุยกับประธานรุ่นของพวกท่าน เวลานั้นพวกท่านได้มโนมยิทธิกันหมดแล้วพ่อท่านมายืนมองผมท่านมองแล้วยิ้มแค่นั้น ผมกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไว้. พ่อบอกผมว่าพ่อรักลูกพ่อจะพาลูกไปให้หมด แล้วท่านก็ยิ้ม. ผมยกมือขึ้นไหว้ท่านครับ พ่อบอกผมว่า ดีแล้วลูกเรามันเป็นแบบนี้มาตลอด อย่าสงสัยในสิ่งที่ลูกทำได้ พ่อทำแบบนี้ลูกถึงจะหายสงสัย. แล้วท่านก็ยิ้มครับ เวลานี้ผมปล่อยหมดครับมีเท่าไหร่ปล่อยออกมาหมดผมยืนยันครับพ่อรักพวกเราจริงๆ พ่อท่านวัดกำลังใจผม เพราะผมถอดใจเห็นไปไม่ได้กันมาก. ผมคิดครับว่าทุกทริปที่ผ่านมาไปกันได้ทุกคนคงจะฟลุ๊ค. แล้วพ่อก็ทำให้ผมมั่นใจว่าพ่อจะอยู่ข้างผม. ไม่ทิ้งผมไม่ทิ้งบริวารลูกหลานท่านมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ทุกทริปไปสัมผัสพระนิพพานได้. ผมรักพ่อครับ. ผมจะทำทุกทริปให้ดีที่สุด. ผมจะทำให้พวกเค้าเห็นว่าพ่อรักพวกเค้า. ผมจะทำให้เค้าแจ้งในคำสอนพระพุทธเจ้า. ผมจะทำให้พวกเค้าเห็นว่าพ่อไม่ทิ้งเรา. ผมจะทำให้เค้าเห็นว่าสิ่งที่พ่อสอนไม่ศูนย์เปล่า. ผมจะนำพวกเรากลับมาสร้างบ้านหลังนี้ให้เสร็จ. ผมขอให้สัจจะสาบานต่อพ่อว่า ลูกจะนำพวกเค้ามาสร้างบ้านหลังสุดท้ายของพวกเรา ไม่ว่าพวกนั้นจะเป็นใครอยู่ที่ไหน หากได้อ่านบทความลูกแล้ว. ถ้ามีความเกี่ยวเนื่องกับพวกเราแล้วไซร์ ขอให้ผู้นั้นอดรนทนมิได้. ต้องกลับมาหาลูกมาให้ลูกฝึกมโนมยิทธิ. มาช่วยลูกสร้างและซ่อม บ้านหลังนี้. ให้บ้านหลังนี้ได้ชำระจิตใจให้เบาบางจากกิเลส. ให้เข้าสู่เขตพระโสดาบัน. ตามที่พ่อได้พร่ำสอน. จากนี้สืบไปเมื่อหน้า หากข้าพเจ้าประสงค์จะใช้แรงกาย แรงใจ แรงทรัพย์และสติปัญญาของผู้เกี่ยวเนื่องด้วยข้าแล้วไซร์. ขอให้มันผู้นั้นจงไม่รีรอที่จะช่วยตามความประสงค์แห่งเรา

28-02-2012, 12:39 PM  P.210

by admin admin ไม่มีความเห็น

ตอน 41


สวัสดีครับ…เวลาผ่านไปไวมากครับผมว่ามันน้อยไปนะกับ2วันที่เราอยู่ร่วมกันแต่2วันนี้มีค่าและมีความสำคัญกับชีวิตผมอีกทั้งท่านที่มาก็คงคิดเหมือนผมครับ…

รุ่นนี้เป็น9ทัพรุ่นที่ได้หลากหลายอารมณ์ความรู้สึก ทั้งหัวเราะ ร้องไห้ เสียน้ำตา ดีใจ ตื้นตัน พวกเรากลับบ้านกันครับ บ้านที่พ่อเรารออยู่ บ้านที่อบอุ่น บ้านที่มีเราไปอยู่ได้ตลอดกาล พ่อรักพวกท่านครับ พ่อต้องการให้พวกท่านไปอยู่ด้วยกัน ผมก็รักพวกท่านครับ และเชื่อว่าทุกท่านรู้สึกไม่ต่างจากผม เราทุกคนจะรักษาความดีและตามท่านไปครับ

สงคราม9ทัพและช้างเผือกนี้ผมแปลกใจสงสัยหลายครั้งว่าทำไมผู้ที่มาร่วมทริปถึงได้มโนมยิทธิกันทุกคน ความสงสัยนี้มีทุกครั้งครับ ล่าสุดช้างเผือก2ก็ไปกันได้ทุกคน 9ทัพรุ่น3นี่หนักสุดเพราะมากันมาก รุ่นนี้มามากที่สุดตั้งแต่จัดทัพมา มีทีมงานและครูฝึกที่มาช่วยกันเยอะ มาด้วยกำลังใจที่เต็มเปี่ยม มาด้วยความรักที่มีต่อท่านพ่อ ทุกคนที่มาช่วยผมเค้ารักท่านพ่อ เค้ามาด้วยใจครับ เค้ามาเพื่อช่วยให้ผมเหนื่อยน้อยลง ขอบคุณทุกคนครับ ที่สำคัญที่สุดกราบขอบพระคุณอ.ชนะและอ.วิที่ท่านเมตตาสงเคราะห์ช่วยเหลือทุกสิ่งทุกอย่างกับพวกเราทุกคน ท่านไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าให้ลูกหลานพ่อกลับบ้านครับ ที่ขาดไม่ได้อีกท่านคือพี่อ้อ ทุกครั้งที่เราออกรบพี่อ้อตื่นเต้นและกังวลตลอดเกรงว่าพวกเราจะไม่อิ่มพี่อ้อบอกผมทุกครั้งครับไม่รู้เป็นอะไรรักน้องบอลจังเลย ผมก็รักพี่อ้อครับ พี่โอ๋ประธานรุ่นของทัพ3แต่ทำหน้าทีเป็นประธาน9ทัพทุกรุ่นเสียมากกว่า ขอบคุณพี่โอ๋ครับที่คอยดูแลทุกอย่างแทนผม ครูส้ม..ส้มนี่กำลังใจเต็มเปี่ยมมาไกลครับเดินทางมาไกลมากเพื่อมาช่วยพ่อช่วยผม ทุกครั้งที่ส้มมาหรือกลับผมต้องขอกอดเธอทุกครั้ง ไม่ต้องสงสัยครับทำไมต้องกอด เพราะผมไม่สามารถหาคำขอบคุณไหนในโลกนี้มาตอบแทนกำลังใจและน้ำใจเธอได้ดีไปกว่าการกอดเธอครับ 

ศึกครั้งนี้วันแรกไปกันไม่ได้ร่วม20คน ผมหนักใจจริงๆครับกดดัน เพราะอะไรก็เพราะต้องแต่ออกรบมาไม่มีใครที่ไปไม่ได้ซักคนเดียวครั้งนี้มากันมากอีกทั้งหลากหลายรูปแบบ ไม่รู้จักมโนมยิทธิก็มา ไม่รู้จักหลวงพ่อก็มา บางท่านมาลองดูก็มา ผิดวัตถุประสงค์ที่มาฝึกการฝึกของเรานั้น ผมต้องการผู้ที่ต้องการมาฝึกจริงๆไม่ใช่มาลองดู มาเพราะอยากรู้ว่าจะเป็นยังไง มาเพราะอยากรู้ว่าผมเก่งอย่างที่เล่าไว้มั้ย ผมไม่เก่งอะไรหรอกครับพระท่านช่วย พระท่านสงเคราะห์จริงๆ หลวงพ่อท่านช่วย ผมเคยบอกหลายครั้งแล้วว่าหากจะมาลองอย่ามา ไม่รักหลวงพ่ออย่ามา เพราะท่านจะไม่ได้รับความสนใจจากผม แต่ถ้าท่านน้อมรับคำสอนหลวงพ่อรับรองได้ครับผมเกินร้อยกับท่าน ยอมรับว่าหนักใจครับที่ไม่ได้เกือบ20คน ในนี้มีผู้ที่ยังอยากเกิดอยู่และไม่ต้องการเข้านิพพานชาตินี้มี2ท่าน ส่วนที่เหลือที่ไปไม่ได้ก็มีประเภท ปรามาสพระ วางอารมณ์ผิด ฟุ้งซ่าน ด่าผม เออที่ว่าด่านี่ไม่ได้ด่าชาตินี้ครับ 

ก็ตามเก็บกันครับมีฝึกรอบสองสามสี่ เอากันจนได้นั่นแหละ ไม่ได้ด้วยตัวเองก็ต้องได้ด้วยวิธีพิเศษ คราวนี้ผมเน้นให้เค้าได้ด้วยตัวเองครับ ล่อกันยันตี4 มาตอนเช้าเหลือแค่5ท่านที่ยังไม่ได้ก็ต่อกันจนไปกันครบหมด คืนวันเสาร์นี่หลังจากเราทำสังฆทานกันเสร็จ ก็ฝึกญาน8ต่อ ช่วงฝึกญาน8นี่คนที่ยังไม่ได้ก็งงๆครับพวกได้แล้วบางคนวางอารมณ์ไม่ถูกก็จะไม่เห็น ช่วงนี้มีคนที่คิดปรามาสอยู่ผมเลยจัดโชว์ชุดพิเศษเพื่อลดแรงปรามาสครับไอ้พวกนี้ถ้าไม่เห็นกะตาจะไม่เชื่อ ผมจะให้เค้าเห็นว่าการไปแบบดึงจิตไปเต็มกำลังข้างบนทำยังไง น้องตัวอย่างท่านนี้แหมผมพาไปหาท่านพ่อท่านแม่ 

น้องเค้าเห็นชัดครับร้องไห้เสียงดังดีใจ ปีติ เออดีแหกปากเสียงดังลั่นศูนย์จากนั้นพากลับลงมา แหมระทึกกันหมดอีตอนจะกลับไม่ยอมกลับ คนเดียวไม่พอครับไอ้คนที่คิดปรามาสมันอาจยังไม่เชื่อ ผมขออาสาสมัครอีกคน พาไปเห็นชัดเจนแจ่มใส เออทีนี้เริ่มเชื่อ พอพวกเค้าใจเริ่มโน้มเข้ามาเริ่มเชื่อ เริ่มมีศรัทธา ผมจัดให้เค้าไปฝึกกับส้ม คืนนั้นไปกันได้ร่วม10คน เห็นมั้ยครับใจท่านยังไม่ศรัทธาในคำสอนพระพุทธเจ้ายังลังเลสงสัย แต่เป็นเรื่องปกติครับลูกพ่อเป็นแบบนี้หมด มันต้องเห็นอะไรแบบนี้มันถึงจะเชื่อ แต่แบบนี้บ่อยๆไม่ดีครับมันเหนื่อย ผมเหนื่อยมากจริงๆ 

วันอาทิตย์เริ่มเป็นศพเดินได้ หมดสภาพจากวันเสาร์กลายเป็นคนละคน วันอาทิตย์นี่เราก็ทาสีกันทั้งวันครับไม่มีการฝึกส่วนผมกับส้มก็เก็บคนที่ยังไปไม่ได้ เอาไปจนหมดจากนั้นช่วงเย็นผมนำลาพุทธภูมิพร้อมกับนำแผ่นดวงบรรจุใต้ฐานสมเด็จองค์ปฐม ช่วงลาพุทธภูมินี่ขอบอกว่าขลังจริงๆครับทุกท่านได้มโนมยิทธิกันหมดก็ให้ไปลาพระข้างบนผมนำกล่าวลาจบห้องห่มร้องไห้กันเป็นแถว ใจเบาครับสบายขึ้นมากจากนั้นก็ต่อด้วยการชารทแบต แหมช่วงนี้พลาดไม่ได้ชอบกันจังก็จัดเต็มครับอัดกันแบบเต็มที่มีหลายเวอร์ชั่น แน่ะเดี๋ยวนี้มีให้เลือก จบจากชารทแบตก็เก็บกวาดครับจากนั้นเข้ากราบลาและรับคำแนะนำจากอ.ชนะและอ.วิ

แหมมีความสุขครับผมเหนื่อยกายมากแต่สุขใจครับใจผมสุขจริงๆที่พวกท่านมาแล้วได้รับสิ่งดีๆกลับไป ผมรักพวกท่านครับ…..

ขอเชิญชาว 9 ทัพรุ่น3เล่าประสบการณ์ได้เลยครับเริ่มจากให้ประธานรุ่น 3 ก่อนครับ….

27-02-2012, 10:10 AM P.207

by admin admin ไม่มีความเห็น

ตอน 40

สวัสดีครับ…ผ่านไปอีกหนึ่งทริป..สงครามช้างเผือกครั้งที่2 ผมมาทริปนี้ด้วยความกังวลใจและรู้สึกกดดันกับสิ่งที่ผ่านๆมา ทุกทริปการฝึกทุกท่านที่มานั้นได้สัมผัสอารมณ์พระนิพพานกันหมด คราวนี้มันเลยกลายเป็นแรงกดดันตัว

เอง หลายครั้งที่ผ่านมาผมก็สงสัยครับว่ามันฟลุ๊คหรือเปล่า ช้างเผือกรุ่น2นี้ ผมหายสงสัยแล้วครับ มันไม่ใช่เรื่องฟลุ๊ค มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ผมเป็นคนขี้สงสัยครับ ก็คิดแหละครับว่าจะเป็นไปได้ยังไง บางคนอารมณ์ตั้งไม่ถูกคำ

ภาวนาไม่ได้ แม้แต่ชื่อหลวงพ่อยังไม่รู้จัก แล้วแบบนี้ผมจะมีปัญญาอะไรไปช่วยเขา ครั้งนี้มาฝึก18คน ไปไม่ได้5คน ท้อครับแต่ไม่ถอยเพราะผมบอกแล้วว่าผมจะทำทุกทางที่จะทำให้ท่านไม่เสียเวลามาฝึกกับผม แต่5คนนี่หนัก

ครับ ครั้งนี่เป็นครั้งแรกที่ผมเหนื่อยที่สุดกับการฝึกมโนมยิทธิให้ท่านทั้ง5คน 

มี3คนที่มาด้วยการแนะนำของพระคุณเจ้า ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดโขงขาวท่านแนะนำมาแหมใส่ชุดขาวกันมาเต็มยศ ผมว่านะทุกคนเห็นผมนี่คงคิดแหละว่าไอ้เนี้ยหรอครูฝึกกรรมฐาน ท่าทางไม่น่าเลื่อมใส มันจะสอนใครได้ เออผม

ว่าเป็นตัวผมก็คิดแบบนี้แหละครับ แต่ก็ช่วยไม่ได้มากันแล้วหนิ จะกลับก็ไม่ได้แล้วเจอผมล็อคคอจับไปปฐมนิเทศน์ก่อนเลย คราวนี่มีทั้งคนใหม่คนเก่าและคนไม่รู้อิโน่อิเหน่ แหมคงจะมันส์แหละ สอนไปสอนมาผมก็ไม่รู้เขารู้เรื่อ

งกันมั้ย ก็พูดส่งเดชส่งคุณ ไปเรื่อยเปื่อย โสดาบันเป็นไงพล่ามยาวว มโนมยิทธิเป็นไงก็ว่าไปเรื่อยคับ พูดไปพล่ามมาก็จับสวดมนต์ สมาทานตามเรื่องตามราว จากนั้นยกพานครูอธิฐานแล้วลุยกันเลย

วันแรกล่อกันตอนสิบโมงครึ่งด้วยความตั้งใจว่าคราวนี้ถ้าใครไม่ได้ผมก็จะปล่อยไม่ช่วยแบบที่เคยช่วย ยอมรับตรงๆนะครับเห็นความตั้งใจของท่านที่มาฝึกผมอดไม่ได้จริงๆที่จะไม่ช่วย พวกเขามาเพื่อให้ผมสอน ผมก็สอน เพราะ

เขาไม่รู้จัก ฝึกเองไม่ได้ เขาถึงมาหาผม หากแต่ตัวผมจะคิดว่าช่างแม่งช่างมันผมทำไม่ได้จริงๆ ก็พยายามช่วยครับ ตั้งอารมณ์ จับภาพพระ เคลื่อนจิต วางเรื่องวิตกกังวล แหมเทคนิคต่างๆล่อเสียหมด ยังไปกันไม่ได้ เหนื่อยใจ

ครับ แต่เข้าใจว่าไม่มีใครอยากเป็นแบบนี้ทุกคนอยากจับภาพพระได้ แต่มันทำไม่ได้ ผมคิดอย่างเดียวว่าหากพวกเขาทำได้คงไม่มาให้ไอ้เด็กเมื่อวานซืนอย่างผมสอนเป็นแน่ อายุอานามก็มากกว่าผมหลาย ยอมมาโดนผมดุด่าว่า

กล่าว กำลังใจพวกนี้ใช้ได้ครับ ในเมื่อความดีที่พวกเขามีต้องการปฏิบัติและกำลังใจเต็ม มีหรือคนอย่างผมจะปล่อยไป ผมไม่ปล่อยครับแถมบอกอีกด้วยว่าผมจะเอาไปจนได้ 

ด้วยบารมีและความเมตตาที่พระและพ่อมีให้ผม รายละเอียดการพาไปผมไม่ขอเล่าให้เจ้าตัวหรือผู้อยู่ในเหตุการณ์มาเล่าเองจะดีกว่าผมเล่า ทริปนี้เล่นเสียผมเดินไม่เป็นจนต้องเอาเจ้าภพ กับเจ้าอุย นักรบจากทริปรุ่นหนึ่งมาช่วย

ฝึก แหมเล่นเอาน้องภพหลอนแหละครับเจอบารมีพระเข้าไปทนกระแสพระไม่ไหว สั่นอย่างกะอากาศติดลบ20องศา ผมว่านะตอนนี้น้องๆมันคงเข้าใจผมมากขึ้นว่าผมต้องโดนอะไรบ้างต้องเหนื่อยแค่ไหน

ทริปนี้หากพระท่านไม่สงเคราห์พ่อท่านไม่ช่วย รับรองครับว่าไปกันไม่ได้ ท่านพ่อช่วยลูกหลานท่านจริงๆ ไม่แปลกใจเลยครับว่าทำไม ผมดีใจกับทุกท่านด้วยที่ท่านมุ่งมั่นและเอาจริงเอาจัง พวกท่านที่มาฝึกทุกคนทำให้ผมมี

กำลังใจที่จะสอนต่อไป พวกท่านเป็นส่วนนึงในชีวิตผม พวกเราเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน ทุกท่านที่มาอย่ากราบผมเลยครับผู้ที่ท่านควรกราบคือพระกับท่านพ่อ และผมต่างหากที่ต้องกราบพวกท่าน พวกท่านทำให้ผมรู้ว่า

หลวงพ่อรักลูกหลานท่าน และพวกท่านทำให้ผมเห็นความพยายาม มุ่งมั่นที่จะทำให้ตัวเองเลวน้อยลง ผมต่างหากต้องกราบความดีที่พวกท่านได้กระทำ 

ยังไงก็เชิญท่านประธานรุ่นเล่าก่อนเลยก็แล้วกันครับ….

13-02-2012, 01:43 AM  P.192

ทริปสงครามช้างเผือกครั้งที่2นี้….ผมมีเรื่องประทับใจที่สุด2เรื่องครับคือ 

1.ถวายสังฆทานและปัจจัยแด่หลวงพ่อประสิทธิ พระอรหันต์แห่งนครพิงค์ คณะเราไปเป็นคณะสุดท้ายพอดี ปัจจัยที่ท่านโอนมาเสมือนท่านและผมได้ทำบุญร่วมกัน

2.ถวายปัจจัยและสนทนาธรรมกับครูบาเทือง ก่อนหน้านี้ผมมารอบนึงแล้วครับตอนนั้นท่านไม่อยู่และทราบมาว่าพบท่านค่อนข้างยาก อีกทั้งแขกที่มาก็มากมายนัก ครานี้คณะเราก็มีโอกาสไปและจังหวะเหมาะท่านอยู่รับแขก


พอดี แหมแขกมากันมากมายครับผู้ที่มากราบท่านนั้นถวายปัจจัยเสร็จท่านก็รดน้ำมนต์แล้ท่านบอกคณะนั้นว่าท่านจะไปดูงาน ที่ว่าดูงานนี่อาทิตย์หน้ามีงานวันเกิดท่านครับท่านคงไปดูความเรียบร้อย คณะเราก็นั่งหน้าละห้อยทั้ง

ง่วง ทั้งเหนื่อยจากการกรำศึก ทีนี้ถึงคิวคณะเรา ผมกับชาวคณะร่วมถวายปัจจัย แล้วท่านมองมาทางพี่หมู พอดีว่าก่อนหน้านี้วันสองวันพี่หมูแกมาด่อมๆมองๆหาที่พาทริปมากราบ พอดีวันนั้นพี่หมูแกพบครูบาพอดี แล้ววันนี้ท่านก็

จำพี่หมูได้ ท่านมองเสื้อแล้วถามพี่หมู ว่า สงคราม9ทัพหมายถึงอะไร แหมพี่หมูนี่ก็จริงๆดันบอกท่านว่าผมเป็นครูฝึก แน่ะเอาเข้านั้นโยนมาให้กูซะงั้น จริงๆกับพระกับเจ้าผมไม่ค่อยอยากคุยด้วยเพราะผมใช้ศัพย์ไม่เก่ง อีกทั้งท่าน

ก็พูดสำเนียงเหนือฟังไม่ถนัดกะอยู่เงียบๆ แกโยนมาก็งานเข้าแล้วกูยิ่งมึนๆ งงๆ ง่วงๆ หายง่วงเลยทีนี้ ท่านก็ถามซ้ำครับว่าหมายถึงอะไร ผมตอบท่านว่าคณะเรามาปฏิบัติกรรมฐานกัน เรารบกับนิวรณ์ครับ ท่านก็บอกว่า

นิวรณ์5น่ะหรือ ผมบอกว่าใช่ครับ ท่านถามต่อว่าแล้วอีก4ล่ะ นั่นเอาแล้ว ผมขำนิดนึงครับแหมเกรงตอบเดี๋ยววงแตก ท่านถามต่อว่าแล้วรบชนะมั้ยล่ะ มันเป็นกิเลสๆหมดมั้ยล่ะ ผมก็ยิ้มครับแล้วตอบท่านไปว่า ไม่ครับแต่พวกเรา

ทำให้มันเบาบางลง นั่นเอาเข้านั่นได้เรื่องล่ะครับ ตอบแบบนี้ โดนใจท่าน คราวนี้ก็ยาววววว สนทนากันยาววววภาษาบ้านเราเรียกคุยถูกคอ เออแหมคณะเราทำชาวบ้านงงๆแหละครับ ก็เล่นซะชั่วโมงเศษ ผมหันไปมองข้างหลัง 

แม่จ้าววววคนรอคิวกราบท่านบานนนนนนั่งกันเพียบบบบ แหมท่านว่าคราวหน้าถ้ามาให้มาหาท่านด้วย ท่านถูกใจครับ ท่านว่าวัยรุ่นสมัยนี้มีน้อยที่จะเข้าหาธรรมมะแบบปฏิบัติ คนเชียงใหม่นี่ไม่เหมือนสมัยก่อน หาคนปฏิบัติมี

น้อย ยิ่งชาวบ้านนะ พูดเรื่องนิพพานนี่เค้ากลัวกัน นิพพานนี่คือต้องตายก่อนพวกนี้กลัว แสนชาติก็ไม่ได้ไป แหมคุยไปคุยมาก็เกรงใจคนอื่นแหละครับรอกันนาน ไอ้ตัวผมตอนแรกก็คิดครับว่าถวายเสร็จคงกลับเลยเพราะหลายคน

บอกท่านไม่ค่อยคุยหรอก เจอคณะเราเข้าไปยาววววเลย แหมสุขใจกันถ้วนทั่วครับ 

หากมีโอกาสทริปช้างเผือกรุ่น3 ไพร่พลมากันมากคงจะได้ไปกราบท่านและสนทนาธรรมกับท่านอีกเป็นแน่ครับ 

มาๆท่านผู้อ่านมาโมทนาบุญทั้งสังฆทานและสร้างวิหารและทานร่วมกัน

13-02-2012, 09:51 AM  P. 192

by admin admin ไม่มีความเห็น

ตอน 39

สวัสดีครับ…วันนี้ขออธิบายความศัพย์เฉพาะกันสักนิด…เดี๋ยวนี้วัยรุ่นอ่านเยอะเรื่องฌานนี่จบยากเพราะยิ่งอ่านจะยิ่งงงเอางี้วันนี้จะเอาให้หายงง

จริงๆอารมณ์ฌานนี่ก็ไม่มีอะไร มันเป็นของง่ายๆหากเข้าใจนะแต่ไปพูดให้มันยาก ฌานคือการทรงอารมณ์อยู่ การทรงอารมณ์อยู่เรียกว่าการเพ่ง คือการตั้งใจไว้ นั่นคือปฐมฌาน ปฐมฌานเนี้ยมันมี วิตก กับ วิจาร ไอ้วิตกเนี้ยมันก็คือการนึก เรานึกว่าเราจะภาวนา พุทโธ หรือ นะมะพะทะ ส่วนวิจารนี่คือใคร่ครวญ ขณะเราภาวนาเราก็ใคร่ครวญว่าเออนี่เราท่องครบมั้ย พุทโธ ตลอดมั้ย เราว่าพุทโธนี่เราว่าอยู่หรือเปล่า อะไรแบบนี้ เค้าเรียกวิจาร 

พอถึงทุติยฌานคำภาวนาที่เราว่านั้นมันจะหายไป มันหยุดภาวนา คือว่าอยู่คำภาวนามันหายไปเฉยๆ มันหายไปเอง อีแบบนี้เรียกว่าตัดวิตกกับวิจาร จริงๆต้องไม่ใช่เราเลิกภาวนานะ ต้องให้มันเลิกเอง ทีนี้เมื้อมันเลิกเองจิตจะเป็นสมาธิดีขึ้น มีความชุ่มชื่น แต่เมื่อมันหายนี่นะพวกที่นั่งสมาธิใหม่ๆพอคำภาวนาหายก็คิดว่าเออนี่กูลืมภาวนาแล้วหรือ เลยกลับไปท่องคำภาวนาใหม่ อีแบบนี้เสร็จเลยมันกลับไปปฐมฌานอีก เวรกำ เพราะเข้าใจผิดไงมันถึงไม่ไปถึงฌาน3ซักที

ทีนี้พอมาถึงฌานที่3 ไอ้ความชุ่มชื่นใจมันหายไป มีอาการคล้ายๆตัวตึงๆเป่งๆ ความจิตตัวมันเหมือนเดิมนั่นแหละแต่จิตมันตั้งมั่นมาก หูได้ยินเสียงภายนอกน้อยลง ลมหายใจเบาอารมณ์มันทรง สบายๆ ใครจะทำอะไรกระโดดอยู่ข้างๆ เราจะไม่รำคาญ เรานอนอยู่เขากระโดด เราเฉยจริงๆเรารู้นะว่าใครทำอะไรแต่เราเฉยไม่รำคาญ 

พอเข้าฌาน4กายกับจิตมันแยกกันเด็ดขาด ความจริงกายกับใจมันเริ่มแยกกันตั้งแต่ฌาน1แล้ว คือปกติได้ยินเสียงอะไรรบกวนเราจะรำคาญ ทีนี้ฌาน1เราได้ยินเสียงแต่ไม่รำคาญ แสดงว่าจิตมันเริ่มแยกกับกายนิดหน่อย พอฌาน2จิตแยกกับกายมากขึ้นอีกหน่อยแต่จิตยังอยู่ในตัวยังรับรู้เรื่องของประสาท ฌาน3 พอจิตมันทรงตัวมากขึ้นแต่ยังรับรู้ประสาทสัมผัส พอเข้า4จิตมันแยกกับกายเลย ไม่ยอมรับรู้เรื่องของประสาททั้งหมดไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น เสียงระเบิดดังใกล้ๆยังไม่ได้ยิน แต่ต้องเป็นฌาน4ละเอียดนะ เวลาเค้าจะถอดกายในท่านว่านี่แหละต้องออกด้วยฌาน4ละเอียดออกฌานอื่นไม่ได้ พอเข้าใจกันมั้ยลองไปทำกันดูครับ

วันนี้ขอจบแต่เพียงเท่านี้ครับ…ราตรีสวัสดิ์

07-02-2012, 11:00 PM P.185

by admin admin ไม่มีความเห็น

ตอน 38

สวัสดีครับ…บางคนในทริปยังไม่มาเล่าก็ไม่เป็นไรแต่คิดว่าหลายท่านคงอยากอ่าน เอถ้าอยากอ่านจะไม่ได้อ่าน สโลแกนช้างเผือกครับ แต่สโลแกน9ทัพนี่เด็ดกว่าไม่แพ้กัน

คำว่าทำไม่ได้ไม่มีในเรา และก็เป็นเช่นนั้นครับ ก่อนอื่นขอกราบพระพุทธเจ้าที่พระองค์ทรงเมตตาผมและสงเคราะห์ผม กราบท่านพ่อที่คัดสรรผู้เกี่ยวเนื่องมาให้ผมฝึก กราบพระศรีอาร์นที่ท่านร่วมสงเคราะห์ลูกหลานบริวารแห่งท่านพ่อ และของท่านที่ท่านจัดสรรมา แหมแต่คนที่ท่านจัดสรรนี่เล่นเอาเกือบตายแหละ

ทริปนี้เป็นครั้งที่3 หากรวมทุกครั้งและครั้งนี้บอกตรงๆว่าคนมามากกว่าทุกครั้งและผมเกรงว่าจะไม่รอด อีกใจนึงคิดว่าเอาอยู่ หากบางท่านบอกเอาอยู่นี่คงต้องหนีกันได้แล้ว แต่เอาอยู่ของผมนี่เอาอยู่คือเอาอยู่จริงๆครับ อ้าวเกือบไปและที่ขาดไม่ได้กราบขอบพระคุณอ.ชนะ และอ.วิ ที่เมตตาสงเคราะห์ ดูแลพวกเราเป็นอย่างดี และลืมเสียสนิทต้องกราบขอขมาอ.ชนะที่วันนั้นแหมท่านป่วยแต่ผมแกมบังคับกระมังรบกวนท่านสอนญาน8 และท่านก็เมตตาสงเคราะห์เป็นอย่างดี กราบขอขมามา ณ ที่นี้ด้วยครับ

วันนั้นขลุกขลักเรื่องรถตู้นิดหน่อย แต่ก็แก้ปัญหาได้ทันจึงทำให้กำหนดการเราคลาดเคลื่อนโดยผมหมายใจจะให้ฝึกช่วงเช้าซักรอบ และจัดเต็มช่วงบ่ายกะช่วงค่ำ เอาแบบเข็มข้น แต่ไม่ได้ดังต้องการ เช้าวันนั้นพวกเราแวะกินข้าวกันที่ประสาททองแถวประตู้น้ำพระอินทร์ พอมาถึงผมก็เริ่มสแกนครับแหมดูแล้วผมเอาอยู่หมดยกเว้นนึงคน วันนั้นหนุ่มผู้นี้เดินมาพร้อมพลังฌานแก่กล้าแบบสัมผัสได้ถึงบารมีปู่ฤาษีแหมผมก็ทักทายน้องเขาเป็นพิเศษกว่าคนอื่น หลังจากซัดมื้อเช้ามื้อเที่ยงมือเดียวกันเสร็จ มาถึงศูนยราว11.30 แหมมาถึงก็ให้จัดแจงแหละครับจัดโต๊ะเก้าอี้สำหรับกินมื้อเย็น ลงทะเบียนแจกป้ายชื่อ และพูดคุยเบื้องต้น จากนั้นก็สวดมนต์ สมาทานศีล สมาทานพระกรรมฐานกัน เตรียมรับยันต์เกราะเพชร เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการก็เริ่มปฐมนิเทศโดย อ.ชนะ จากนั้นก็ลุยรอบแรกกันเลยครับ

รอบนี้ ผมไม่ได้ฝึกให้ใครแต่คอยควบคุมครูฝึกหนุ่มน้อยคนใหม่เวลานี้เรียกท่านนี้ว่าครูโต๊ดก็คงไม่มีใครค้านแหละครับ กับควบคุมการฝึกของครูส้มที่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ออกสนามรบศึก9ทัพ การฝึกดำเนินไปได้ด้วยดีในวงของครูส้ม แต่ครูโต๊ดนี่สิเจอของแข็งเข้าให้ทั้งพ่อหนุ่มศิษย์ฤาษี กับคุณยายวัย82 เท่านั้นยังไม่พอยังเจอน้องท่านนึงที่ปรามาสพระอีก แหมปราบเซียนครับ ผมเลยบอกว่าใครไปได้ให้

พาไปก่อนเลย สรุปไปๆมาก็ไปได้ไม่กี่คนไปไม่ได้ร่วมสิบคน ก็ไม่เป็นไรนี่เพิ่งรอบแรก รอบแรกจบนี่ล่อไป4โมงครึ่งได้จากนั้นก็พักผ่อนรอทานมื้อเย็นจัดแจงเครื่องนอนครับ แหมให้ใครไปอาบน้ำนี่แทบไม่มีใครอยากจะอาบซักคนแต่ละคนตื่นเต้นพูดคุยจับกลุ่มกันส่วนผมเดินไปเดินมาบ่นไรไปเรื่อยเปื่อย พอได้เวลาราวๆทุ่มเศษก็สวนมนต์ทำวัตรเย็นครับนำโดยอ.วิ แหมพอดีตอนนั้นผมไม่ได้เข้าไปสวดด้วยมัวแต่จัดแจงแผ่นดวงที่เราจะนำไปไว้ใต้ฐานพระสมเด็จองค์ปฐมข้างบนวิหาร จากนั้นราวสองทุ่มเศษมีพระคุณเจ้าจากวัดพระบาทท่านมาแหมเป็นครั้งแรกที่สนทนากับพระแบบว่าจะชิ่งก็ไม่ได้ เพราะผมคุยกับพระไม่เป็นเดี๋ยวเกินไปใช้ศัพย์แปลกขึ้นมาท่านอาจงงได้ว่าไอ้หมอนี่มาจากโลกไหนเลยชิงบอกท่านก่อนแหมท่านคุยสนุกผมก็ฟังเพลินครับจนอ.วิ ท่านนำสวดเสร็จแล้วผมก็นิมนต์ท่านเทศน์ต่อจากนั้นตามด้วยถวายสังฆทาน ยาวจนมาถึงราวสี่ทุ่มครับผมให้ทำภาระกิจส่วนตัวกันหนึ่งชั่วโมงและจะต่อด้วยฝึกพิเศษยามค่ำคืนที่ทุกคนรอคอย ระหว่างรอเพื่อไม่ให้เสียเวลาก็โซโล่กันเลยเริ่มจากลูกชายสุดรักของพี่โอ๋ เจอครูส้มจัดไปจนไปได้แหละครับ ผมเริ่มเล็งเห็นว่ามีคุณยายท่านมานั่งรออยู่ครับท่านอยากให้ผมสงเคราะห์รอไปรอมาอ้าวไหนนอนไปซะได้ ใจท่านเกินร้อยครับผมคงต้องจัดเต็ม ช่วงนั้นราว5ทุ่มได้แหมอากาศอบอุ่นเกินจนตัวเหนี่ยวแหละครับ เลยย้ายมานั่งข้างนอกเตรียมลุยแบบชิวๆ นั้งกินไปคุยไป จากนั้นแหมรุ่นหนึ่งเขามีการจัดทำเสื้อศึก9ทัพ ก็ขายก็ไม่แพงครับทุน150ขาย250บาทกำไรร้อยบาท ยกให้ศูนย์พุทธศรัทธา ได้บุญกันไปก็ใส่โชว์กันหน่อย

จากนั้นก็ถึงช่วงที่ทุกคนรอคอยครับทุกคนอยากดูภาพ4มิติครับผมก็จัดเต็มครับ แสดงภาพเมืองอโยธยาศรีรามเทพนครขึ้นมาไว้บนโต๊ะ เคยทำแบบนี้มาแล้วตอนไปเชียงใหม่คราวนี้ผมจัดเต็มกว่าเชียงใหม่ครับไม่เอาแค่เมือง แต่เอาแบบมีคนเดินไปเดินมา มีการละเล่น มีตลาด มีการเคลื่อนไหวของคนด้วย แหมก็เห็นกันหลายคนครับหมุนได้ด้วย เพลินกันไปสำหรับคนเห็นใครไม่เห็นก็อดเห็นกันไปเพราะการแสดงภาพแบบนี้ใช้พลังมากพอสมควร จากนั้นก็เล่าความเป็นมาของ9ทัพสมัยพวกพม่ารามัญยกทัพมารังแกเรา ต่อด้วยการย้อนอดีตเล่าเรื่องราวประวัติของหลวงพ่อ ความเป็นมาของเรื่องราวในอดีต แหมมันเป็นไฮไลท์แหละครับไม่มีใครไม่มันส์ จากนั้นต่อด้วยการให้ดูอดีตชาติของผมและให้ดูชื่อที่พระท่านเรียกผม เป็นการดวลกันระหว่างรุ่นหนึ่งกับรุ่น2 มันส์ครับ แต่ไม่เสียแรงรุ่น2เราได้ดาวประจำรุ่นครับไม่ใช่ใครที่ไหน น้องแอร์ครับเป็นอีกท่านที่บอกชื่อผมได้ถูกต้องแบบบอกทีละคำเรียงไปเรียงมา เร้าใจมากครับ จากนั้นก็ต่อด้วยการเล่าเรื่องตัวเองและความก้าวหน้าในการปฏิบัติ รวมถึงความสามารถพิเศษสุดของผมเกี่ยวกับเจโต เล่าไปเล่ามาเลยสอนซะด้วยเลยครับ แหมทุกคนในคืนนั้นสนุกสนานกันมากจากนั้นผมเล็งเห็นแล้วว่าหากเพลิดเพลินกันต่อไปจะไม่ได้นอนกันเป็นแน่เพราะอีกชั่วโมงครึ่งก็จะตี4 และจะต้องมาสวดมนต์เช้ากันก็ปล่อยให้ไปนอนกันครับเสียดายที่เวลาน้อยเลยขาดช่วงอับดุลไป ช่วงอับดุลนี่พวกช้างเผือกรู้จักดีครับอับดุลเอ้ย ถามไรตอบได้ นั้นเอาเข้านั้น แหมมันส์ครับเสียดายเวลาน้อยไม่งั้นยาวผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกช้างเผือกฝึกกันตั้งแต่3ทุ่มยันตี4 มันไม่นอนเพราะอับดุลนี่แหละครับ เออทริป3นี่ยังไม่แน่นะจะได้เจออับดุลมั้ย พอแยกย้ายกันเข้านอนก็มีน้องท่านนึงมันคงจะคึกจัดมานั่งถามอับดุลกะผมยาวยันตี4ใครนอนไม่หลับมันก็ทยอยมานั่งกะผมยันแจ้งไก่ขันเออ ไก่ที่นี่แปลกตี2ครึ่งขันและครับ จนเค้าสวดมนต์กันผมถึงได้แวปไปอาบน้ำและมาคุยกะรุ่นบุกเบิกในครัว

เวลานี้ผมตรงทรงฌานตลอดเพราะไม่งั้นง่วงครับการทรงฌานนี่ดีครับไม่ง่วง ไม่ปวดฉี่ แหมจนชาวครัวเข้าบอกน้องบอลเอาแรงมาจากไหนทำไมคึกจัง แหมคึกจริงๆครับแรงยังเหลือเฟือ จากนั้นทานอาหารเช้ากันครับและเดินทางไปวัดพระพุทธบาทกลับมาราว10.30 ก็มาเก็บตกคนที่ยังไม่ได้แหละครับ ช่วงนี้เป็นอีกช่วงที่ระทึกครับ ผมยังไม่เคยเจอคนที่ฝึกแล้วไปไม่ได้เกิน2คนเลยและคราวนี้เจอ6คนหากจำไม่ผิดก็คงจะต้องตายกันไปข้างนึง ทีมเสบียงก็เริ่มจัดแจงแบรนด์มาโด๊ปละครับ บอกตามตรงว่าวิธีพิเศษนี่ไม่จำเป็นไม่เกี่ยวเนื่องผมไม่ทำจริงๆครับ

ไม่อยากจะเล่ามากในเรื่องฤทธิ์เรื่องอัศจรรย์ แต่แหมนะมันอดไม่ได้เพราะพวกท่านมันชอบอีแบบนี้ ก็ต้องเล่ากันนิดหากใครเคยโดนชาร์จแบตคงเข้าใจครับ มีหลายคนที่ผมดึงจิตขึ้นไปด้วยบารมีพระแหมชักโม้ๆและโม้ไม่โม้ดูรูปที่ลงแล้วกันครับว่ามันดึงจริงมั้ยกล้องที่ถ่ายเป็นกล้องคนละตัวแต่ภาพออกมาจะคล้ายๆกันที่บริเวณมือครับ ไอ้วิธีนี้ปกติใช้แค่คนสองคนคราวนี่ล่อไป5-6คน มันส์คนดูแหละครับคนทำไม่มันส์ เหนื่อยแทบขาดใจครับ ภาพมีอีกในเฟสบุคก็ไปดูกันได้ครับ เออไปกันจนหมดเหลือพ่อหนุ่มคนเดียวแหมพ่อหนุ่มคนนี้แก่มากไปด้วยแรงครูปู่ฤาษีเล่นเอาครูโต๊ดกะครูส้มไม่กล้าฝึกให้ ซวยผมแหละครับก็ต้องเจรจากับท่านฤาษีกันหน่อยคุยไปคุยมาท่าจะไม่รู้เรื่องแหละครับ

เลยพักยกออกมาคุยกับอาจารย์ว่าเอาไงดีเหลือคนเดียวแต่ผมตัดสินใจกลับไปลุยอีกทีครับคราวนี่ได้ก็ดีไม่ได้ก็ช่างผมเริ่มเจรจากับญานท่านฤาษีท่านนี้ แหมท่านเมตตาครับแต่ท่านดุ คุยไปคุยมาชักไม่รู้เรื่องแหมผมเลยถามพ่อหนุ่มว่าตัดสินใจเด็ดขาดหรือยังว่าจะไม่กลับมาเกิดอีกพ่อหนุ่มนี่ตอบดังฟังชัดครับผมเลยจัดเต็ม ครับชาร์จแบตชุดใหญ่ต่อด้วยนำลาพุทธภูมิและอัดกระแสเมตตาแผ่ให้อีกยก เรียกว่าชุดใหญ่เล่นซะพ่อหนุ่มต่อมน้ำตาแตกร้องห่มร้องไห้ ขอบอกว่าผมไม่ได้ไปแกล้งอะไรมันนะ จากนั้นผมก็คุยกะฤาษีท่านนั้นใหม่ครับว่า ผมเคารพท่านและสิ่งที่ผมสอนเป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าท่านสอน สำหรับผมไม่มีฤาษีไหนใน3โลกนี้จะหยุดผมได้และผมเป็นลูกฤาษีลิงดำ ผมจะนำน้องไปให้ได้ เออเอาแล้วแหมเล่นบทหนัก จากนั้นผมก็อัดแผ่เมตตาอีกชุดใส่พ่อหนุ่มและเจ้าเวรนายกรรม เวลานั้นเที่ยงเศษก็เลยบอกว่าให้ไปกินข้าวก่อนเดี๋ยวต่อตอนบ่าย ระหว่างเดินไปกินข้าวพ่อเจ้าประคุณนี้ร้องใหญ่เอาเออร้องไปอยากร้องร้องไป พอมาช่วงบ่ายแหมพ่อหนุ่มท่านนี้ก็ไปได้และครับ เล่นเอาหมดแรงช่วงบ่ายนี่ไม่มีอะไรมากครับฝึกตามปกติจากนั้นราว4โมงเย็นก็ได้น้ำแผ่นดวงไปไว้ใต้ฐานพระกันและก็มาต่อด้วยการชาร์จแบตแหมหลายคนชอบกันจัง ก็เลยจัดให้ทุกคนครับก็เล่นเอาเหนื่อยล่ะครับ ได้เวลาก็ร่ำลากันผมก็หมดสภาพไปแต่ใจเต็มไปด้วยความปลาบปลื้มที่ทุกท่านมาด้วยจิตอันเป็นกุศล มาแล้วไม่เสียเวลาเปล่าได้อะไรหลายๆอย่างกลับไป

วันนี้ก็ขอจบแต่เพียงเท่านี้ครับ…สวัสดี

เมื่อวานนี้, 10:54 PM, P. 182

by admin admin ไม่มีความเห็น

ตอน 37

สวัสดี…วันนี้พฤหัสแล้วไวจริงๆ เด็กรุ่นใหม่นี่สนใจธรรมมะกันมากขึ้นจริงๆครับแต่คำบางคำเด็กไม่เข้าใจก็จะขออธิบายความเพิ่มเติมสักเล็กน้อย

นิวรณ์5ประการ คุ้นๆมั้ยเออคุ้นนะพูดบ่อยพูดแล้วเด็กก็งงๆพี่นิวรณ์คืออะไรถามคำเดี๋ยวตอบเป็นร้อยคำอันนี้เหนื่อยถ้าถามสักสิบคนก็ล่อไปเป็นพันคำ

นิวรณ์ พระพุทธเจ้าท่านแปลว่ากิเลสหยาบทำให้ปัญญาถอยหลัง มันมี 5 อย่าง

1.กามฉันทะ คืออะไรก็คือความพอใจในรูปสวย เสียงเพราะ กลิ่นหอม รสอร่อย สัมผัสระหว่างเพศ พอเข้าใจมั้ย ชอบสาวสวยๆ หนุ่มหล่อ แหมพี่โดมงี้ ชินอย่างงี้ ญาญ่า อั้ม พลอย อีแบบนี้เรียกว่าพอใจ

2.ความโกรธ ความพยาบาท โกรธแล้วแป๊บๆหายนี่ดีมาก ควรโกรธใช้ช้าลงก็จะดี เขาด่าพ่อล่อแม่โกรธมั้ยล่ะ โกรธแต่ไม่พยาบาทไม่ผูกใจแค้นหมายเอาชีวิตเขา

3.ความง่วง นี่สำคัญเพราะอะไรไม่ต้องอธิบายความมาก

4.มีจิตฟุ้งซ่านเกินไป มันคิดหลายเรื่องพร้อมๆกันทีเดียว แต่คิดไม่จบซักเรื่อง ลองเปลี่ยนใหม่ดีมั้ย คิดให้จบไปเป็นเรื่องๆ หากจบไม่ลงก็เลิกคิด

5.สงสัยในผลของการปฏิบัติ นี่ทำคนเลิกปฎิบัติไปก็มากเพราะอะไรเพราะสงสัยนี่แหละเวลาเขาปฏิบัติเขาไม่สงสัยกัน เขาสงสัยกันตอนเลิก หากทำอย่างนี้ได้จะดีมาก

ทั้งหมดนี่เวลาเราฝึกกรรมฐานอย่าให้มันมากวนใจ มันอาจมีบ้างก็จับลมหายใจเข้าออกใหม่ ความจริงเราตัดไม่ขาดนะนิวรณ์น่ะ จนกว่าจะถึงพระอนาคามี ถ้าถึงพระอนาคามีก็ตัดได้2ข้อ รวามความว่าเราไม่สนใจนิวรณ์ เราสนใจแค่ลมหายใจเข้าออกกับคำภาวนาพอสบายจิตเป็นสุข ต้องดูนะว่าจิตเป็นสุขหรือยัง

26-01-2012, 10:02 AM

by admin admin ไม่มีความเห็น

ตอน 36



สวัสดี..วันนี้มาต่อเรื่องฌานอีกซักเล็กน้อยดีมั้ย

ดีไม่ดีไม่รู้ว่าต่อเลยละ ก่อนไปฌานย้อนมานิดนึงนะ อานาปานุสสติ

ศัพท์วัยรุ่นก็อานาปา แรกๆฟังก็งงมันคืออะไร เออหลังๆเริ่มเข้าใจ ว่าต่ออานาปานี่เป็นกรรมฐานคุมกรรมฐานทุกกอง ต้องขึ้นต้นก่อน หลังจากขึ้นต้นด้วยอานาปานุสสติ คือลมหายใจเข้าออก หายใจเข้าเราก็รู้ว่าหายใจเข้า หายใจออกเราก็รู้ว่าหายใจออก แบบนี้เป็นอย่างหยาบเป็นขั้นต้นนะ

ต่อไปคือหายใจเข้ายาวหรือสั้น ก็รู้อย่างนี้ละเอียดขึ้นมาอีก ถ้าเอาละเอียดสุดก็สมาธิสูงสุดเป็นฌาน ถ้าเวลานั้นนะจิตจะทรงฌานเล็กน้อย ฌานเบื้องต้น ตือ ฌาน1 2 3 จะรู้อาการของลมตั้งแต่กระทบจมูกเรื่อยมาจนถึงศูนย์เหนือสะดือ ลมหายใจออกกระทบศูนย์สะดือ กระทบหน้าอก กระทบปลายจมูก จะรู้ตัว ถ้าเกิดความรู้สึกแบบนี้ให้ทราบไว้นะจำให้ดีนะถ้ารู้สึกตามนี้นั้นเรียกว่าจิตเป็นฌาน ฌานอะไรล่ะ ก็ฌาน1 2 3ไม่ใช่4 เออแล้ว4ล่ะ ถ้า4นะจิตจะไม่มีความรู้สึกสัมผัสลมหายใจ คิอว่าประสาทกับจิตแยกออกจากกันเด็ดขาด จะรู้สึกเหมือนไม่หายใจ แต่ความจริงหายใจ จิตจะไม่รับรู้กับประสาท

เป็นอันว่าลมหายใจเข้าออกเนี้ยเรียกว่า อานาปา เป็นกรรมฐานที่กันความฟุ้งซ่านของจิต

ถ้าจิตมีความฟุ้งซ่าน ถ้ารู้ลมหายใจเข้าออกมันจะยับยั้งทันที ง่ายมั้ยแหมใครทำไม่ได้ก็แย่เต็มทีและนะใครฟุ้งก็ลองทำดู

 25 25-01-2012, 12:52 PM, P. 169

วันนี้ว่างจัดนอนหายใจทิ้งเวลาไปกับทางโลก…แต่ลมหายใจในพระพุทธศาสนาไม่เคยทิ้ง หายใจเข้ารู้ว่าหายใจเข้า หายใจออกรู้ว่าหายใจออก

เมื่อวานออกไปตลาดกับแม่ครับแม่ถามเย็นนี้กินอะไรดี ผมก็บอกว่าผมศีล8 แหมแม่หันมามองขวับ เออชักเป็นเยอะแล้วสินะ แหมศีล8ผมมันก็แปลกๆเขาห้ามนอนที่นอนนุ่มๆไอ้ครั้นจะลงมานอนกะพื้นก็คงทำให้พ่อ งงๆ ทำไมนอนกะพื้นแล้วให้หมานอนบนที่นอน เออเอาก็ในเมื่อเขาห้ามนอนนุ่มๆ ก็ไม่ร้จะทำยังไงก็เลยนึกเอาครับว่าไอ้ที่นอนเนี้ยไม่มีความนุ่มไม่มีความสบายไม่มีอะไรดี

มาต่อเรื่องไรดีล่ะ ว่างเกินจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน เอาเรื่องการนอนดีมั้ย ฝึกก่อนนอนไปลองใช้ดู

วิธีฝึกก่อนนอนหรือก่อนจะหลับ ให้เราจับอานาปา คือนึกถึงลมหายใจเข้าออก ถึงแม้เราจะได้มโนยิทธิแล้ว เราก็ไม่อยากรู้ไม่อยากเห็นอะไรไปทั้งหมด ตัดการเห็นออกไป นึกถึงลมหายใจเข้าออก นึกถึงคำภาวนา นึกถึงพระพุทธเจ้า

แต่จริงๆถ้าได้มโนมยิทธิแล้วถ้านึกถึงแล้วจิตมันจะเต็มกำลังมันไปของมันเองนะ ถ้ามันไปก็ช่างมัน ไอ้ผมนี่ประจำนิดๆหน่อยๆไปทันที ถ้าหากเรานึกอยู่ ไม่คิดถึงอะไรเลย ไม่คิดอยากเห็นเทวดา เห็นพรหม ไม่ต้องการอะไรทั้งหมด ต้องการรู้ว่าเวลานี้ ลมเข้า เวลานี้ลมออก ก็ภาวนาตามและนึกถึงพระพุทธเจ้าไว้อย่างนี้ทำให้ชิน คืนนึง2-3 นาทีพอ

ทำแบบนอนทำนะไม่เอานั่ง แล้วก็ปล่อยให้หลับไป ต่อไปอารมณ์มันจะชิน ในเมื่อเราล้มตัวนอนเมื่อไหร่ มันจะภาวนาเอง มันทรงตัวเองนะ และบ้างครั้งถ้าเราไดมโนมยิทธิแล้วถ้ากำลังมันเต็มมันไปของมันเองก็ปล่อยมัน ถ้ามันจะไปอย่าไปฝืนอย่าไปยั้งปล่อยให้มันไปตามเรื่องตามราว เพราะกำลังมันได้

จิตมีสภาพ 2อย่าง คือบางทีมันต้องการสงบ บางครั้งมันต้องการท่องเที่ยว ถ้าจิตท่องเที่ยวออกจากร่างกายก็ถือว่าจิตห่างไกลจากกิเลส ถ้าจิตอยู่กะร่างกายก็เป็นจิตสงัด ไม่นึกถึงอย่างอื่นทั้งหมด จิตก็ไม่ยุ่งกับกิเลสเหมือนกันได้ผลเท่ากัน ลองทำดูถ้าไม่ทำเอาแต่อ่านมันก็ไม่รู้เมื่อไม่รู้ก็มาถาม เมื่อถามแล้วไม่ทำมันก็อยู่จุดเดิมคือไม่รู้

12, 04:12 PM, P. 169



by admin admin ไม่มีความเห็น

ตอน 35

วันนี้จัดหนักไปในเฟสบุคแล้วรอบนึง…ก็ขอจัดในนี้อีกสักรอบเพราะเห็นว่ามีประโยชน์มาก

เอาเรื่องแรกนะครับคือ ทิพจักขุญาน

ทิพจักขุญานนั้นมี 3 ขั้นนะครับ คำว่าทิพจักขุญาน นี่ไม่ได้แปลว่าลูกตาเป็นทิพย์ ถ้าลูกตาเป็นทิพย์นีเรียกว่าทิพเนตร จะมีได้เฉพาะ ผี เทวดา คนที่เป็นพระอริยะที่นิพพานไปแล้ว

มนุษย์จะได้ ทิพจักขุญาน ญานคำนี้เขาแปลว่ารู้ คือมีความรู้ทางใจถูกต้องคล้ายตาทิพย์ อย่างเวลานี้ใครอยู่ที่บ้านทำอะไรอยู่ กินข้าวหรือนอนหลับหรือไปเที่ยว มีความรู้สึกก็บันทึกไว้ จดเวลาไว้ กลับไปแล้วไปถาม

ทิพจักขุญานนั้นมี3ขั้นนะคือ

จิตสะอาดน้อยมันจะไม่เห็นภาพจะมีแต่ความรู้สึกให้เชื่อความรู้สึก

จิตสะอาดปานกลาง มีความรู้สึกจิตเห็นภาพ เห็นทางจิต แต่ไม่ชัดเจนแต่รู้ได้ชัดเจน บอกได้ละเอียดหมด บอกตามความรู้สึกของจิต

จิตสะอาดมากจริงๆนีเห็นแจ่มใสมาก

เมื่อเราได้มโนมยิทธิแล้วเราเห็นแล้วว่านิพพานมีจริงต่อไปทำอะไรต่อล่ะ บางท่านได้แล้วก็มึนๆงงๆเออกูจะฝึกอะไรต่อดี วันนี้ก็จะแนะนำครับ

ให้ท่านเข้าหมวดพระอริยเจ้าขั้นพระโสดาบัน เออฟังดูยากนะแต่ง่ายทำไมง่ายรู้มั้ยมาอ่านต่อ การเป็นพระโสดาบันนี่รู้มั้ยว่าเป็นเพื่ออะไร ก็เพื่อปิดประตูสู่อบายภูมิ เชื่อว่าท่านผู้อ่านไปนอนเล่นกันมาหลายชาตินับไม่ถ้วนแล้วแหละ องค์ประกอบของการเป็นพระโสดาบันี่ก็ง่ายๆครับแค่ตัดสักกายทิฏฐิ การตัดสักกายทิฏฐินี่ตัดได้เบาๆเป็นพระโสดาบัน ละเอียดขึ้นมาอีกหน่อยเป็นพระสกิทาคามี ละเอียดมากหน่อยเป็นพระอนาคามี ที่เขาตัดนี่เขาตัวตัวเดียว คือกิเลส

องค์ประกอบหลักของพระโสดาบันนี่ง่ายมากมี3ประการนะ

1.เคารพในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์จริงๆ ง่ายมั้ยแหมง่ายนะ

2.มีศีล5บริสุทธิ์จริง ง่ายอีกและเห็นมั้ยศีล5บริสุทธิ์เป็นไง คำว่าศีล5บริสุทธิ์ก็คือ ศีลที่เราถือต้องครบนะ อีกทั้งเราไม่ยินดี  

ที่ผู้อื่นกระทำผิดศีล และเราไม่สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำการผิดศีล เออง่ายมะง่ายจริงๆ

3.ต้องการพระนิพพานเป็นอารมณ์ เป็นไง งงมั้ยพระนิพพานเป็นอารมณ์แหมนักรบทั้งหลายในทัพผมรู้จักกันแล้วใช่มั้ยอารมณ์พระนิพพานเป็นยังไง แค่นี้เองเราก็เป็นพระโสดาบันได้แล้วแต่บางคนนี่ยังไม่ได้มโนมยิทธิก็ยังไม่รู้จักว่าอารมณ์พระนิพพานมันเป็นยังไง อี2ข้อแรกได้แล้วแหมติดข้อ3เอาไง หากติดข้อ3นี่ถ้าจิตไม่มุ่งพระนิพพานก็ไม่ใช่พระโสดาบันนะ ต้องถึงพระนิพพานจุดเดียว อ้าวแล้วถ้าไม่ถึงเรียกอะไรล่ะ ถ้าไม่ถึงเขาเรียกว่าผู้เข้าถึงไตรสรณคมน์ ยังไม่แน่ไม่นอน พวกได้มโนมยิทธินี่ง่ายไม่ยาก จริงมั้ย

ไอ้การตัดสักกายทิฏฐินี่ก็ง่ายฟังดูยากแหมมันก็คือขันธ์5นี่แหละ ให้ตัดขันธ์5 ร่างกายนี่ไม่ใช่ของเรา เราไม่มีในขันธ์5 ขันธ์5ไม่มีในเรา ถ้าตัดได้แบบนี้แบบเบาๆท่านก็เป็นพระโสดาบัน เป็นไงง่ายมั้ยแหมง่ายเสียจริงๆ เอ้านักรบแห่งเราเจ้าจงเร่งเสียอย่าช้าทีลาพุทธภูมิเป็นสาวกภูมิ และขึ้นพระโสดาบันซะพระโสดาบันนี่ก็คือชาวบ้านชั้นดีนี่เอง…

24-01-2012, 06:47 PM, P. 168

Top