เรื่องเล่าของครู

by admin admin ไม่มีความเห็น

ตอน 4 เริ่มลอง

หลังจากการฝึกที่ศูนย์พุทธศรัทธา จ.สระบุรี นั้นผมสามารถนั่งฝึกที่บ้านได้โดยไม่ติดขัดขึ้นไปกราบพระข้างบนได้เอง คุยกับลูกกรอกและกุมารทองที่เลี้ยงไว้ได้ อ่านๆไปคงคิดว่าผมเริ่มบ้าๆบวมๆ ไม่แปลกครับผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันเล่าให้ใครฟังไม่ได้ครับ เค้าว่าไอ้นี่บ้าแน่ มีอยู่วันนึงวันนั้นมีน้องกับแม่นั่งทานข้าวกันอยู่ ผมบอกแม่ว่าได้เข้าไปในวิหาร 100 เมตรแล้วแม่ก็ถามว่าข้างในมีอะไร ก็เล่าให้ฟังว่าผมไปทำอะไรมาบ้างไปเห็นอะไรมาบ้าง แม่ยังว่าผมเริ่มเพี้ยนๆแล้ว เจ้าน้องชายผมฟังก็เอาเลยครับลองของทันที่ พูดถึงน้องขอขยายความ

หน่อยครับ น้องชายผมก็ประมาณเดียวกับผม มีแฟนเป็นคนพุทธก็ตามสูตรความเลวของอิสลาม กินหมู ไหว้พระเล่นซะครบอะไรที่อิสลามห้ามมันเอาหมด จะเรียกแขกระยำก็ไม่แปลก น้องผมมีเพื่อนสนิทอยู่คนนึงชื่อวาม เพิ่งเสียชีวิตไปไม่นานมันถามผมว่าไหนลองดูซิเพื่อนมันที่ตายไปแล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน ตอนนั้นก็คิดว่าเอาวะลองดูสักตั้งว่ามันจะจริงมั้ย ผมระบายอารมณ์หยาบออกโดยการหายใจเข้าสุด ออกสุด 4-5 ครั้ง ไม่ได้หลับตากำหนดจิตคิดถึงเพื่อนน้องชายที่ชื่อวาม ปรากฎว่าเห็นเป็นวัดๆนึงตามบทสนทนานี้ครับเท่าที่จำได้นะครับ

ผม:เห็นเป็นวัดนะอยู่วัดหรอ

น้อง:ใช่ๆแม่เขาเพิ่งเอากระดูกไปฝากหลวงพ่อที่วัดแถวคลอง 4

น้อง:ตอนนี้ไปเกิดหรือยัง

ผม:ยัง พอผมตอบน้องว่ายังทันทีเลยครับ วามมายืนอยู่ข้างหน้าผม

น้อง:มีคนบอกว่าไปเกิดแล้ว

ผม:ยัง วามยืนอยู่ข้างหน้าพี่เนี้ย

น้อง:ไปดูกับคนมีญาณเค้าบอกไปเกิดแล้ว

ผม:ยัง วามยังไม่ถึงเวลาตายตอนนี้วามเป็นลูกศิษย์พระรูปนึง

น้องผมชักไม่ค่อยเชื่อเท่าไรครับ แต่ผมก็พูดไปตามที่ผมรู้ มาถึงตอนนี้ดูเหมือนทั้งน้องและแม่ไม่ค่อยจะเชื่อผม

ผม:ยังไม่ไปเกิดแน่ๆยืนยันมันยืนอยู่หน้าพี่ จากนั้นวามบอกผมว่ามาหาน้อง

ผมบ่อยแต่มันหลับไม่รู้เรื่องตื่นมามันก็คิดว่าฝันไป

น้อง:ใช่ๆ ฝันถึงบ่อย

ผม:วามบอกผมว่า ไอ้วิวมันจะให้วามไปเกิดเป็นลูกมัน(วิวคือพี่วาม) วามไม่ไป

หรอกไอ้วิวมันเฮีย(ผมพูดทุกคำที่วามบอก) เริ่มวงแตกครับ

น้อง:ใช่ๆๆๆเมียวิวท้องอยู่2เดือน วิวบอกว่าอยากให้วามมาเกิดเป็นลูก

ผม:ก็บอกแล้วว่ายังไม่ไปเกิดมันยืนอยู่ตรงนี้

น้อง:ถามซิอยากได้อะไรไหม

ผม:วามบอกผมว่าฝากดูแลพ่อกับแม่ให้ด้วยแล้วจะมาหาบ่อยๆ

เหตุการณ์ที่ผมเล่านี้ผมไม่ได้หลับตาเลยลืมตาตลอด และเห็นภาพทั้งหมด

พูดเรื่องเห็น ขอขยายความนิดนึงครับ เห็นหมายถึงใจเห็นนะครับไม่ใช่ตาเห็น การเห็นของผมเห็นด้วยใจไม่ใช่ตา ไอ้ที่ว่าเห็นด้วยใจไม่ใช่ตานั้นมันยังเป็นตัวที่ทำให้ผมสงสัยอยู่นั่นแหละ ตัวสงสัยเป็นนิวรณ์ตัวร้ายในการปฏิบัติมันทำให้ผมดิ้นรนไปหาที่ฝึกตาทิพย์หรือตาที่สามด้วยความที่อยากเห็นได้ด้วยตาเนื้อจะได้จะจะ แจ้งๆ กันไปเลย ถ้าตาเนื้อไม่เห็นก็ยังสงสัยอยู่แบบนี้

จากนั้นมาทั้งแม่ทั้งน้องก็เริ่มจะเชื่อ ผมจึงชวนน้องชายมาปฏิบัติ ช่วงนั้นที่วัดท่าซุงก็ฝึกเต็มกำลังพอดีปลายปีที่แล้ว ผมกับน้องก็มากัน….

by admin admin ไม่มีความเห็น

ตอนที่ 3 ของจริง

ตอน 3 ของจริง

หลังจากฝึกมโนมยิทธิในครั้งแรกแล้วผมมีความสงสัยหลายอย่างเกิดขึ้นมากมาย. ที่เราไปเห็นมาของจริงไหม. คิดไปเองหรือเปล่าหรือคิดเองเออเองหรือเปล่า. จากนั้นมาผมก็ลองฝึกเองครับเอาแบบเดี่ยวๆคนเดียวที่บ้านแต่ก็ไปไหนไม่ได้ อยู่กับที่ฟุ้งซ่านมัวแต่คิดว่าต้องไปตรงนั้นตรงนี้ จะไปเห็นเหมือนเดิมมั้ย สุดท้ายก็เลิกไม่ได้ไปไหน ลองอยู่หลายครั้งครับก็ไม่ได้เรื่อง ด้วยความใจร้อนของผมจะรอไปฝึกที่สายลมก็ต้องรอต้นเดือนหน้าช่วงปีไหม่ นานไปรอไม่ไหวเลยดูในเน็ตว่ามีที่ไหนสอนบ้างใจจริงอยากฝึกแบบตัวต่อตัวไม่มีคนอื่นจะได้ไม่ต้องฟังคนอื่นตอบ. เวลาฟังคนอื่นตอบไม่ตรงกับที่เราเห็นก็จิตตกทุกที ทำไมไม่เหมือนเราเราตอบผิดหรือเปล่าอารมณ์ประมาณฝึกคนเดียวน่าจะดีกว่า

จนได้มาเจอศูนย์พุทธศรัทธา ที่บ้านหมอสระบุรี วันนั้นมีผู้หญิงอีกคนก็มาฝึกนับเป็นความโชคดีของผมที่ฝึกกันแค่2คน. การมาฝึกที่ศูนย์พุทธศรัทธานี้ทำให้ผมมีครูคนที่สอง คืออาจารย์ชนะผมได้เล่าเรื่องการฝึกครั้งแรกของผมให้ท่านฟัง. ท่านบอกวันนี้ท่านจะฝึกญาน 8 ให้. ในใจตอนนั้นคิดว่าถ้าวันนี้ฝึกแล้วไม่ได้เรื่องได้ราวจะทำยังไง ก่อนมาก็ลองหลายครั้งก็ไปไหนไม่ได้. ก็เลยถามอาจารย์ชนะว่าทำไมผมฝึกเองที่บ้านไม่ได้ มันฟุ้งซ่านคิดล่วงหน้าไปต่างๆนานา นั่งแล้วพระไม่มารับจะทำยังไง หรือพระมาแล้วไปไม่ได้จะทำยังไง ท่านบอกว่าการฝึกมโนมยิทธินั้นต้องตั้งอารมณ์ให้ถูก. ไม่ต้องคิดอะไรตัดความกังวนความห่วงใยต่างๆออก. วางอารมณ์สบายๆอย่าไปคิดว่ามันจะผิดหรือถูก ให้เชื่อความรู้สึกแรกและความรู้สึกแรกนั้นถูกต้อง

จากนั้นก็เริ่มฝึกครับในส่วนนี้จะเล่าแบบคร่าวๆนะครับจำไม่ค่อยแม่นเท่าไหร่เพราะวันนั้นฝึกนานมากราวๆเกือบ 3 ชั่วโมง

ครู:หยุดภาวนานั่งตามสบายนะมีความรู้สึกว่ามีใครอยู่ข้างหน้าไหม

ผม:มีครับเป็นพระ

ครู:กราบท่านขอบารมีท่านนะลูกขอบารมีองค์สมเด็จท่านพาไปยังพระจุฬามณีเจดีย์สถาน

ผม:ถึงแล้วครับ

ครู:พระจุฬามณีมีสีอะไร

ผม:สีทอง

ครู:ลองดูใหม่สิขอบารมีพระนะขอให้เห็นตามความเป็นจริง

ผม:สี่แก้วใสครับสว่างมาก

ครู:ถูกต้องนะความจริงแล้วพระจุฬามณีมี7สีอยู่ที่ความละเอียดของจิตเราว่าจะเห็นเป็นสีอะไร

ครู:ขอบารมีพระเข้าไปข้างใน

ผม:เข้ามาแล้วครับ

ครู:เห็นอะไรบ้าง

ผม:เห็นพระครับและมีเทวดาพระสงฆ์เต็มไปหมด

ครู:กราบท่านนะด้วยความเป็นทิพย์เราสามารถกำหนดให้กายในเรามีจำนวนเท่าไรก็ได้ด

ผม:กราบแล้วครับ

จากนั้นผมก็ไปกราบท่านปู่ท่านย่าและผู้มีพระคุณทั้งหมด

ครู:เคยไปกราบหลวงพ่อหรือยัง

ผม:ยังครับ

ครู:ขอบารมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพาข้าพพุทธเจ้าไปยังวิมานของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ

ผม:ถึงแล้วครับ

ครู:เจอหลวงพ่อหรือยัง

ผม:เจอแล้วครับเวลานี้ใจผมเต็มไปด้วยความปีติตื้นตัน

ครู:ท่านแต่งกายอย่างไร

ผม:ห่มจีวรใส่แว่นครับ

ครู:ขอบารมีหลวงพ่อขอให้ท่านแสดงภาพที่แท้จริงด้วยนะ

ผม:ท่านกลายเป็นแต่งเครื่องทรงเทวดาครับหน้าตาหนุ่มหล่อ

ครู:กราบท่านนะ

ผม:กราบแล้วครับกายในผมโผไปกอดเข่าท่านแน่นเลยท่านลูบหัวผมบอกผมว่าเฮ้ยกว่าจะตามมาได้เล่นเอาเหนื่อย อย่าสงสัยนะลูก

ขึ้นมาบ่อยๆนี่เป็นคำพูดของหลวงพ่อที่พูดกับผมครั้งแรกครั้ง

ครู:เป็นยังไงท่านพูดอะไรบ้าง

ผม:ผมกอดขาท่านแน่นแล้วท่านลูบหัวครับ

ครู:แสดงว่าเราเคยเกิดเป็นลูกเป็นหลานท่านนะ

ผม:ครับ

ครู:ขอบารมีพระและหลวงพ่อนะให้พาเราไปยังวิมานเราบนพระนิพพาน

ผม:ถึงแล้วครับ

ครู:เป็นยังไงวิมานเราเป็นแบบไหน

ผม:เป็นแก้วครับสีขาวสว่างมาก

ครู:เข้าไปข้างใน

ผม:เข้ามาแล้วครับ

ครู:เห็นอะไรบ้าง

ผม:มีแท่นอยู่ตรงกลางครับ

ครู:ลองนั่งดูซิได้มั้ย

ผม:ได้ครับนิ่มดี

ครู:แล้วในวิมานเรามีอะไรอีก

ผม:ไม่มีครับ

ครู:เห็นโต๊ะบูชาพระประจำวิมานไหม

ผม:ไม่เห็นครับ

ครู:ให้ถามพระนะว่าเราจะขอฝึกญาน8ท่านให้ไหม

ผม:ให้ครับ

ครู:กราบลาหลวงพ่อนะ

ครู:เริ่มจากอตีตังสนาญานนะกำหนดจิตให้เห็นพระรูปพระโฉมสมเด็จท่าน

ครู:ขอบารมีพระท่านขอดูภาพในอดีตชาติก่อนเรามาเกิดเราเป็นอะไรมาก่อน

ผม:เป็นเทวดาครับ

ครู:อยู่สวรรค์ชั้นไหน

ผม:ดาวดึงครับ

ครู:ดูสิว่าเราทำความดีอะไรถึงได้ขึ้นมาเป็นเทวดา

ผม:เป็นนักรบครับ(ภาพที่ผมเห็นนั้นเป็นภาพชายชราผมยาวหนวดยาวขาวนอนอยู่บนแท่นใส่เสื้อผ้าสีขาวมีคนหมอบกราบอยู่กับพื้นร้องไห้กันระงม)ก่อนตายนึกถึงความดีที่ได้บำรุงพระศาสนาและนึกถึงพระ

ครู:สมัยไหน

ผม:อยุธยา

ครู:ก่อนมาเกิดเป็นนักรบเป็นอะไรมาก่อน

ผม:เป็นพระสงฆ์

ครู:ผลของการบวชเป็นพระในชาตินั้นส่งผลให้การปฏิบัติของเราก้าวหน้าและไปได้ไวในชาติปัจจุบัน

จากนั้นก็ย้อนไปอีกหลายชาติครับเป็นมาแทบจะครบเป็นมาหมดทั้งเต่า งู เปรต อสูรกาย ลงนรกก็มากหลายอยู่

ต่อมาครูฝึกท่านก็ให้ฝึกอนาคตังสญานก็ให้ดูอนาคตประเทศ เรื่องน้ำท่วมและอีกหลายเรื่อง

วันนั้นฝึกแทบครบผิดบ้างถูกบ้าง. ครูฝึกท่านก็บอกว่าเป็นเรื่องปกติเราไม่ใช่พระอรหันต์ ถ้าให้ดีก็ให้ถามพระท่าน เผลอแผลบเดียวเวลาผ่านไปเกือบ 3 ชั่วโมง. ไม่รู้สึกเมื่อยเลยครับ ออส่วนอีกคนไม่ได้ไปไหนเลยครับคงนั่งฟังผมจนเพลิน.

เรื่องที่ผมเล่าให้ฟังนี้เป็นผลจากการปฏิบัติของผมเป็นอีกครั้งที่ผมดีใจ ตื่นเต้น ตื้นตันใจ อย่างบอกไม่ถูก. หลังจากฝึกเสร็จก็นั่งคุยกับอาจารย์ชนะ. ต่อเรื่องการปฏิบัติและการฝึกฝนให้คล่องตัวการรักษาอารมณ์ ให้มีพระนิพพานเป็นอารมณ์อีกทั้งอาจารย์ท่านบอกว่าเรามีของเก่าก็ฝึกง่ายยิ่งทำให้ผมมีกำลังใจมาก

สำหรับผู้ฝึกใหม่ผมมีคำแนะนำว่าทุกท่านสามารถทำได้อย่าเคร่งเครียด วางอารมณ์สบายๆไม่อยากรู้ไม่อยากเห็นอะไรทั้งสิ้นสำคัญที่สุดคือศีล 5 ต้องบริสุทธิครับไม่ต้องคิดว่าเรามีของเก่าหรือไม่ บางทีมีของเก่าแล้วใช้ไม่เป็นก็ไม่มีประโยชน์ ให้คิดไว้เสมอว่าหากเราไม่มีบุญบารมีเราคงไม่ได้พบคำสอนของหลวงพ่อ นั้นหมายถึงเรามีบุญบารมีพอสมควรเราถึงได้พบคำสอนของหลวงพ่อท่าน ขอให้ผู้เริ่มปฏิบัติจงมั่นใจและยึดคำสอนหลวงพ่อเป็นหลัก

by admin admin ไม่มีความเห็น

ตอนที่ 2 พบท่าน

ตอน 2 พบท่าน

ต่อเลยนะครับ. พอกลับมาถึงบ้านด้วยความสงสัยผมจึงโทรหาอาจารย์ท่านนึงที่เค้าปฏิบัติโดยปกติอาจารย์ท่านนี้ผมโทรหาท่านบ่อยอาศัยญานของท่านดูเรื่องธุรกิจของผม. ท่านบอกผมว่าผมมีความเกี่ยวข้องกับที่วัดแห่งนี้และมีความผูกพันบางอย่าง. เวลานั้นคำตอบที่อาจารย์ท่านนี้บอกผมยังไม่ทำให้ผมหายสงสัยในสิ่งที่เกิดขึ้น. หลังจากนั้นประมาณ1เดือนผมมีโอกาสไปประมูลงานที่จังหวัดสุโขทัยแต่เที่ยวนี้มีแม่ไปด้วย. ขอกล่าวเรื่องแม่ผมสักนิดครับ. แม่ผมนับถือพุทธมาตั้งแต่เกิดแต่ด้วยความที่ต้องแต่งงานกับพ่อที่เป็นมุสลิม. แม่ผมจึงต้องเปลี่ยนศาสนามานับถือศาสนาอิสลาม. แต่ก็มีไหว้พระบ้างเวลากลับไปเยี่ยมตากับยายผมที่ต่างจังหวัด. สารภาพตามตรงผมเห็นแม่ไหว้พระก็ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่แต่ก็เข้าใจเค้าเคยไหว้ของเค้ามาก่อน แต่เวลาอยู่บ้านก็จะไม่ทำอะไรที่ขัดต่อหลักศาสนาเลยและทำให้พ่อสบายใจ

ผมทำธุระเสร็จที่สุโขทัยก็กลับมาถึงนครสวรรค์ราวๆบ่าย3เลยชวนแม่. ตอนนั้นเล่าให้แม่ฟังเรื่องการไหว้พระครั้งแรกของผมก็เลยชวนแม่มาไหว้หลวงพ่อเงินไหลมาเทมา. และบอกแม่ว่าคราวที่แล้วมาไหว้แล้วร้องไห้เป็นเรื่องเป็นราว. หลังจากไหว้พระเสร็จก็ขับรถมาถึงจุดเดิมครับหน้าวิหาร100เมตร คราวนี้ผมร้องอีกแล้วครับ จุดเดิม ร้องหนักเหมือนเดิมครับ. แม่ตกใจครับ เรียกว่าตกใจมากผมก็งงเหมือนเดิมครับ แม่เลยบอกให้ผมจอดรถก่อน. เวลานั้นก็ราว4โมงกว่าแล้วก็จอดรถหน้าวิหาร100เมตร. ผมบอกแม่ครับว่าต้องมีอะไรแน่ๆแล้วไม่เคยเป็นแบบนี้. ตอนนั้นก็มองไปที่วิหารเห็นว่าสวยดีเลยชวนแม่เข้าไปข้างในเห็นประตูล็อคเปิดปิดเป็นเวลาก็เลยไม่ได้เข้าไปครับ. จากนั้นก็กลับระหว่างทางก็คุยกันเรื่องนี้มาตลอดและผมรู้สึกกว่าอยากจะเข้าไปในวิหาร100ม.เลยตัดสินใจครับพรุ่งนี้ผมต้องมาอีกและเข้าไปดูข้างในให้ได้ว่ามีอะไรอยู่ข้างในวิหาร. พอกลับถึงบ้านก็เปิดเน็ตดูเลยครับความโง่ของผมก็เริ่มคลายเมื่อรู้ว่าข้างในมีสังขารหลวงพ่อฤาษีลิงดำอยู่ในโลงแก้วและไม่เน่า. อ่านไปอ่านมาก็อ๋อเลยครับถึงบางอ้อ. เป็นพระรูปเดียวกันกับที่ลงในนะโม

แต่เช้าเลยครับผมกะเวลาให้มาถึงตอนวิหารเปิด. เป็นครั้งแรกครับที่ผมกราบสังขารพระและก็นั่งมองรูปหลวงพ่อเวลานั้นมีความรู้สึกว่าผมเคยรู้จักและผูกพันและรักท่านอย่างบอกไม่ถูกครับ. แต่คราวนี้ไม่ร้องไห้ครับ. ตอนแรกกลัวเหมือนกันเกิดเข้ามาแล้วร้องไห้โฮคงจะวงแตกเป็นแน่ครับ. ผมนั่งมองรูปท่านราวครึ่งชั่วโมง. มันแปลกครับตื้นตันใจมากทั้งที่ไม่เคยรู้จักท่านมาก่อน. จากนั้นก็กลับครับ และนี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ผมได้รู้จักท่านและอยากรู้จักท่านมากขึ้น

จากวันนั้นเป็นต้นมาผมก็ค้นหาประวัติท่านในเน็ตโหลดคำสอนท่านมาฟังเรื่อยมา จนช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ช่วงนั้นทะเลาะกับแฟนครับจนถึงขั้นเลิกลากัน. ขนข้าวของออกจากบ้านเล่นซะผมฟุ้งซ่านนอนไม่หลับทุกข์ใจมาก. และเหตุนี้ทำให้ผมเข้าหาพระพุทธศาสนามากขึ้นฟังธรรมหลวงพ่อมาขึ้นเรียกว่าแทบทั้งวันทั้งคืนและสนใจจะปฏิบัติกรรมฐานที่ท่านสอน. จำได้แม่นเลยครับวันนั้นเป็นวันที่ 5 ธันวาคม 2553 ผมไปฝึกมโนมยิทธิครั้งแรกที่ซอยสายลม. วันนั้นผมไปถึงราว10โมงเห็นคนมากันมากเหลือเกิน ช่วงหลังมานี่ผมก็จัดหนักเลยครับเรียกว่าจัดเต็มที่กันไปเลยทั้งไหว้พระ ทำสังฆทาน นี่ถ้าพ่อรู้คงโดนเนรเทศออกจากตระกูลแน่ วันนั้นก็ถวายสังฆทานและไปซื้อหนังสือต่างๆcdของหลวงพ่อแล้วขึ้นไปรอฝึกมโนมยิทธิ

ผมได้ครูฝึกท่านมีอายุพอสมควรเป็นผู้หญิงครับอายุน่าจะ70ขึ้น ในใจตอนนั้นคิดว่าเราจะนั่งได้มั้ยปกติเป็นคนนั่งขัดสมาธินานไม่ได้เมื่อยปวดเข่าและเป็นคนไม่ชอบอดทนกับการนั่งนานๆ เรียกว่าอยู่นิ่งๆนานๆไม่ได้

ในห้องที่ผมฝึกมีอยูประมาณ15คน จากนั้นครูฝึกก็เริ่มอธิบายความต่างๆก่อนฝึกผมฟังอย่างตั้งใจและคิดว่าฝึกได้ก็ดีไม่ได้ก็ไม่เป็นไรเพราะนี่ก็ครั้งแรกในชีวิตอีก. ได้ยินเขาคุยกันว่าฝึกมาหลายปียังไม่ได้ไปเห็นอะไร. จากนั้นเริ่มสวดมนต์ สมาทานศีล สมาทานพระกรรมฐาน ไอ้ผมก็ท่องตามถูกบ้างผิดบ้างจากนั้นก็ฟังคำสอนหลวงพ่อและเริ่มนั่งสมาธิ…

นั่งมาได้สัก 5 นาทีผมก็เริ่มเมื่อยปวดหัวเข่าจะขยับก็ไม่กล้าก็ทนครับพยายามเอาจิตจับลมหายใจเข้าออกก็นะมะพะทะไปเรื่อย จนผมลืมไปว่าปวดขาปวดเข่าอยู่ นั่งมา 15 นาทีได้ครูฝึกก็ให้หยุดภาวนาจากนั้นก็บอกให้นั่งตามสบายหลับตาไว้. ส่วนผมก็นั่งท่าเดิมอยู่เพราะไม่รู้สึกว่าเมื่อยแล้ว ครูก็บอกให้เราคิดตามครับว่าการเกิดเป็นมนุษย์มันทุกข์ยังไงบ้างพูดจนเราเบื่อหน่ายร่างกาย จากนั้นครูก็บอกว่าให้เราทุกคนเชื่อในความรู้สึกแรกถามอะไรก็ให้ตอบไม่ต้องกลัวว่าผิดหรือถูกให้ใช้ความรู้สึกแรกไม่ต้องคิด. นี่เป็นบทสนทนาเท่าที่ผมจำได้นะครับ

ครู:ตอนนี้มีความรู้สึกว่ามีใครมาอยู่ตรงหน้าไหม

คนอื่น:มี

ผม:มี

ครู:เป็นใคร. พระ พระพุทธรูป คนหรือใคร

คนอื่น:พระสงฆ์ พระพุทธเจ้า (บางคนไม่ตอบ)

ผม:พระ(พระที่ผมเห็นเป็นพระสงฆ์แต่กายกับจีวรเป็นสีขาวสว่างใส)

ครู:พระที่มารับก็คือพระพุทธเจ้านะให้กราบท่านและขอบารมีท่านให้ท่านพาไปพระจุฬามณีเจดีย์สถาน

ผม:เห็นตัวเองแต่งตัวคล้ายเทวดากำลังก้มลงกราบพระรูปนั้นอยู่

คนอื่น:ผมไม่รู้

ครู:มาถึงหรือยัง

คนอื่น:ถึงแล้ว

ผม:ถึงแล้ว

ครู:เห็นพระจุฬามณีไหมเป็นสีอะไร

คนอื่น:สีขาวบ้างปูนบ้างแก้วบ้าง

ผม:สีทอง(ระหว่างนี้ผมสงสัยครับทำไมไม่มีใครเห็นสีทองจิตตกทันทีครับรู้สึกว่าลงมาอยู่ที่ร่างกายตอนนี้รู้สึกปวดขาขึ้นมาทันทีครับผมเลยคิดว่าร่างกายนี้มันไม่ใช่ของเรามีน้ำเลือดน้ำหนองสกปรกจากนั้นก็ขึ้นไปได้อีก)

ครู:ให้ขอบารมีพระพุทธเจ้าขออนุญาติท่านเข้ามาข้างในพระจุฬามณี

คนอื่น: เข้ามาแล้ว,บางคนบอกเข้าไม่ได้

ผม:เข้ามาแล้ว (ขอย้อนไปนิดนึงครับพระจุฬามณีที่ผมเห็นนั้นมีสภาพคล้ายกับภูเขาทองที่วัดสระเกษ มีเจดีย์ตรงกลางและพื้นที่โดยรอบคล้ายกับที่วัดสระเกษ) ข้างในนั้นผมเห็นพระสงฆ์ เทวดาเยอะเต็มไปหมด

ครู:เห็นพระพุทธเจ้าท่านนั่งอยู่ข้างหน้ามั้ย

คนอื่น: เห็น

ผม:เห็น(ผมเป็นคนขี้สงสัยครับเมื่อกี้พระพุทธเจ้าไปรับแล้วนำเดินเข้ามาอยู่ๆมีอีกองค์นั่งอยู่ข้างหน้าองค์ใหญ่มากตัวผมเล็กนิดเดียวทำไมมีพระพุทธเจ้าอีกองค์)มาทราบตอนหลังว่าพระพุทธเจ้ามีเป็นแสนองค์

ครู:ให้เข้าไปกราบท่านที่พระบาท

ผม:กราบแต่ยังอดคิดไม่ได้ว่าทำไมพระพุทธเจ้ามี 2 องค์

ครู:พระพุุทธเจ้าท่านเครื่องทรงเป็นอย่างไร

คนอื่น:ห่มจีวร บางคนบอกเหมือนเทวดา

ผม: ห่มจีวรสีใสเป็นแก้ว

ครู:การที่เราเห็นต่างกันนั้นเป็นเพราะกำลังจิตและกำลังสมาธิของแต่ละคน

ครู:ขอบารมีพระท่านพาเราไปยังบัณฑุกำพลศิลาอาส

ครู:ถึงหรือยัง

คนอื่น:ถึงแล้ว

ผม:ถึงแล้ว

ครู:เห็นใครอยู่ตรงนั้นไหม

คนอื่น:ไม่เห็น. บางคนเห็น

ผม:เห็น

ครู:ให้ถามท่านว่าท่านเป็นใคร

คนอื่น:เงียบ บางคนบอกเทวดา

ผม:เงียบครับ(ที่เงียบเพราะท่านบอกผมว่าท่านคือพระอินทร์ผมเห็นว่าตัวท่านไม่เขียวก็เลยไม่ตอบครับ)

ครู:ท่านคือท่าวโกสีสักกะเทวราชหรือเราอีกท่านว่าพระอินทร์

ผม:ตอนนี้ผมอึ้งเลยครับขนลุกซู่ทั้งตัวตอนนี้รู้สึกว่านี่มันของจริงหรอไม่ได้คิดไปเองหรือเปล่า

ครู:กราบท่านนะ

ครู:ขอบารมีพระพุทธเจ้าและท่านปู่พระอินทร์เชิญบิดามารดาเราทั้งหมดมารวมกันที่นี่

ผม:ผมเห็นมากันเต็มไปหมดเลยครับ

ครู:ด้วยความเป็นทิพย์ของจิตให้กำหนดแยกกายเราให้เท่ากับจำนวนท่านแล้วกราบท่าน

ผม:ผมแยกร่างออกได้เยอะเลยครับแม่บางคนกอดผมบางท่านก็ลูบหัวบางท่านก็พูดคุยบอกคิดถึงบ้าง

ครู:ขอบารมีพระพุทธเจ้าและท่านปู่ขอเชิญครูบาอาจารย์และผู้มีพระคุณมาที่นี่

ผม:เห็นมีทั้งพระ เทวดามาเพียบเลยครับ ก็แยกกายในกราบท่าน

ครู:ให้กราบลาท่านปู่และขอบารมีพระพุทธเจ้าพาไปยังพระนิพพาน

ผม:มาถึงเห็นทุกอย่างเป็นแก้วสว่างมากครับ

ครู:ให้ทูลถามท่านนะว่าเรามีวิมานบนพระนิพพานไหม

คนอื่น:มีบ้างไม่มีบ้างเงียบบ้าง

ผม:มีครับ

ครู:ขอบารมีท่านให้ท่านพาไปยังวิมานของเรา

ผม:เห็นสิ่งที่เขาเรียกว่าวิมานมีรั้วเป็นแก้วครับตัววิมานหลังคาแหลมเป็นแก้วขาวใสสว่างแพรวพราวสวยมากครับ

ครู:ให้เดินเข้ามาข้างในมีอะไรบ้าง

คนอื่น:มีแท่น มีเตียง ไม่มีอะไร มีโต๊ะหมู่บูชา

ผม:มีแท่นอยู่ข้างหน้าครับ

ครู:ให้ลองนั่งหรือนอนบนแท่นนั่งได้ไหม

คนอืน:ได้บ้างเงียบบ้างไม่ได้บ้าง

ผม:ได้

ครู:คนที่มีวิมานบนนี้และสามารถนั่งนองบนแท่นที่นั่งได้นั้นชาตินี้มีโอกาสมาพระนิพพานได้ให้หมั่นฝึกปฎิบัติและให้จำอารมณ์นี้ไว้นะดีใจไหม. จำไว้นะให้ฝึกฝนและขึ้นมาบ่อยๆจดจำอารมณ์ดีใจนี้ไว้

ครู:ให้กราบลาพระพุทธเจ้านะแล้วลืมตาได้

ผม:พอลืมตาแทบขยับตัวไม่ได้ปวดมากครับต้องใช้มือช่วยงัดขาออก

จากนั้นครูฝึกก็เริ่มเช็คชื่อถามเป็นรายตัวบางคนท่านบอกวางอารมณ์ไม่ถูกบ้างบางคนภาวนาเป็นพุทโธบ้าง ก็มีหลายคนที่ไปได้หลายคนไปไม่ได้แต่ที่น่าแปลกคือ. ครูฝึกท่านรู้ว่าแต่ละคนคิดอะไรสงสัยอะไรหลายคนที่มาฝึกน่าจะคิดแบบเดียวกับผมว่าท่านรู้ใจรู้ความคิดเราได้ยังไง. พอถึงคิวผมท่านถามไปได้มั้ยผมบอกไปได้ครับแล้วท่านก็ถามคนอื่นต่อ. ด้วยความสงสัยอยากรู้ผมรอให้คนอื่นทยอยกลับจนเหลือแค่ผมกับครูฝึกและคนอื่นอีก2-3คน ผมถามท่านว่าอาจารย์ครับทำไมพระอินทร์ท่านตัวไม่เขียว ท่านบอกว่าแล้วทำไมผมไม่ตอบละทั้งที่รู้ว่าเป็นพระอินทร์. ผมงงเลยครับท่านรู้ว่าผมรู้แต่ไม่ตอบ แล้วท่านก็บอกว่าพระอินทร์ตัวท่านไม่ได้เขียวแต่ชฎาท่านเขียว. ผมถามต่อว่าพออาจารย์ตอบว่าพระอินทร์ทำไมผมถึงขนลุกซู่ซ่าไปหมด ทั้งที่ตัดร่างกายแล้ว ท่านตอบว่าการไปของเราไปแบบครึ่งกำลังและยังมีความรู้สึกทางกายอยู่อีกทั้งผมมีความผูกพันกับท่านปู่พระอินทร์. จากนั้นท่านบอกผมว่าคราวน่าถ้าฝึกให้ฝึกญาน8นะเพราะเธอเคยได้มาก่อนของเก่าเธอมีแต่ใช้ไม่เป็นให้ตั้งใจ

นี่เป็นประสบการณ์ในการฝึกมโนมยิทธิครั้งแรกของผมครับมีเวลาจะมาเล่าต่อครับนี่แค่เริ่มต้นยังมีเรื่องเหลือเชื่ออีกหลายอย่างครับ…และผมขอเป็นกำลังใจให้ท่านที่เริ่มปฏิบัติจงตั้งใจเชื่อมั่นในคำสอนของหลวงพ่อผมว่าทุกคนทำได้ครับ

by admin admin ไม่มีความเห็น

ตอนที่ 1 หมายเรียก

ตอนที่ 1 หมายเรียก

ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนนะครับ ว่าสิ่งที่ผมจะเล่าให้อ่านนั้นเป็นประสบการณ์ส่วนตัวที่เกิดกับผมและเป็นเรื่องแปลกหรือจะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่ ขอให้ท่านผู้อ่านจงอย่าเชื่อจนกว่าจะได้ปฏิบัติและขอเป็นแรงใจให้ผู้ปฎิบัติใหม่ทุกท่านมีกำลังใจ ส่วนตัวผมเองก็ยังงูๆ ปลาๆ อยู่มากและยังมุ่งมั่นฝึกฝนตามคำสอนหลวงพ่อต่อไป …

 …ผมเป็นมุสลิมมาตั้งแต่เกิด โดยฝ่ายพ่อเป็นมุสลิม แม่เป็นพุทธโดยกำเนิด พอมีผมก็เลยต้องเป็นมุสลิมไปโดยปริยาย ก็เลยไม่ค่อยมีความรู้ทางพุทธศาสนา ช่วงวัยเด็กระว่างเรียนชั้นประถมก็เริ่มเข้ามาสัมผัสพระพุทธศาสนาแบบไม่ตั้งใจและไม่สนใจเท่าไหร่ ทุกวันศุกร์เค้าจะมีประชุมก่อนเลิกเรียนทุกศุกร์ และมีการนำสวดมนต์ไหว้พระผมก็ได้แต่นั่งนิ่งฟังเค้าสวดกันไปตั้งแต่ ป.1 ถึง ป.6 ฟังทุกศุกร์ก็เลยสวดได้ซะงั้น

หลังจากนั้นพอเรียนจบ ป.ตรี ก็เริ่มหัดทำการค้าเริ่มค้าขายช่วงนั้นจำได้ว่าได้ยินเค้าพูดกันเรื่อง กุมารทองช่วยค้าขาย ก็สนใจเริ่มเสาะหา ซึ่งจริงๆแล้วก็ผิดต่อหลักศาสนา ตอนนั้นคิดว่าเอารวยไว้ก่อน จากนั้นเริ่มหาหนังสือพระพวกเครื่องรางมาอ่านโดยแอบไม่ให้ใครรู้ จนมาเจอหนังสือ”นะโม” หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือพระเล่มแรกที่ทำให้ผมได้รู้จักชื่อของ “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ”

จะมีหน้านึงที่มีการตอบปัญหาธรรมมะของหลวงพ่อซึ่งตอนนั้นอ่านก็รู้สึกชอบใจ และก็อดคิดไม่ได้ว่าตกลงท่านเป็นพระหรือเป็นฤาษีหรือเป็นทั้งพระและฤาษีแต่ตอนนั้นก็ไม่ได้สนใจมาก ทุกครั้งที่ซื้อนะโมต้องอ่านหน้านี้ทุกครั้ง (ช่วงนั้นเป็นช่วงปี47)

 …. จนกระทั้งมาถึงปลายปีที่แล้วช่วงเดือนตุลาคมเวลานั้นผมประมูลงานราชการแห่งนึงแล้วเงินออกช้ามาก ร่วมๆ4เดือน เงินหลักล้านของ ร.พ. แห่งหนึ่งในกรุงเทพ เล่นซะผมเครียดจัดไม่มีทางออกกับปัญหาตัวเอง มีอยู่วันนึงได้เข้าไปอ่านหนังสือฟรีในห้างแถวบ้านก็ไปเจอหนังสือของแม่ชีท่านหนึ่งบอกว่า “ถ้าอยากมีการเงินที่ไหลลื่นไม่ติดขัดให้ไปกราบหลวงพ่อเงินไหลมาเทมาที่วัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี” วันรุ่งขึ้นผมก็มาอุทัยโดยมาแวะทำธุระที่ชัยนาทก่อนแล้วก็มาถึงวัดประมาณบ่าย3เศษ ก็ขับรถรอบวัดซะทั่วจนมาเจอหลวงพ่อเงินไหลมาเทมา และเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมกราบพระพุทธรูปและขอให้ท่านช่วยให้เงินที่ผมรอออกไวๆ

ใจนึงหวังให้พระท่านช่วยแต่อีกใจคิดว่าเราถ้าจะบาปหนักผิดต่อหลักอิสลามทีไม่ให้เคารพบูชารุปปั้นต่างๆ ตอนนั้นก็ช่างว่ะไม่มีใครรู้(หมายถึงพ่อ) เงินไม่ออกเดือดร้อนกว่าเพราะเวลานั้นแทบไม่มีเงินจะกินแล้ว

พอไหว้พระเสร็จก็กลับ(ด้วยความโง่ของผมมาวัดก็ไหว้แค่ตรงนั้นไม่ไปไหว้ตรงอื่น) ระหว่างขับรถออกจากวัดก็ขับผ่านวิหาร100เมตร ตอนนี้แหละครับผมเกิดร้องไห้สะอึกสะอื้นโดยไม่รู้สาเหตุ เรียกว่าร้องแบบมีคนที่รักที่สุดในชีวิตตายผมยังไม่ร้องขนาดนี้ ตอนนี้ งงครับ ตัวเราร้องไห้อยู่ แต่ใจคิด ร้องทำไมวะ งงจริงๆครับ พอขับรถเลยวิหาร100เมตรมา ก็หยุดร้องและขับรถกลับด้วยความ งง สับสน หรือว่าเรารู้สึกผิดต่อศาสนาคิดไปคิดมา หาคำตอบไม่ได้จริงๆครับ

Top